ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๔๐. ปิลินทวรรค
  8. /
  9. ๖. พักกุลเถราปทาน (๓๙๖)

๖. พักกุลเถราปทาน (๓๙๖)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๓๙๘ · บรรทัด ๘๖๑๓

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๖. พักกุลเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระพักกุลเถระ

(พระพักกุลเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๓๘๖]

ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์ มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อโสภิตะ

พวกศิษย์ของข้าพเจ้า

ช่วยกันสร้างอาศรมอย่างสวยงามให้ข้าพเจ้า

[๓๘๗]

ที่ใกล้อาศรมนั้น มีมณฑปจำนวนมาก

ต้นย่านทรายมีดอกบานสะพรั่ง

ต้นมะขวิด ต้นจำปา ต้นกากะทิง ต้นเกด มีจำนวนมาก

[๓๘๘]

มีต้นคนทีสอ ต้นพุทรา และต้นมะขามป้อม

ต้นมะปราง น้ำเต้า และบัวขาว

มีดอกบานสะพรั่งจำนวนมาก

[๓๘๙]

มีต้นรักขาว ต้นมะตูม ต้นกล้วย และต้นมะงั่ว (มะนาว)

ต้นกระท้อน ต้นรกฟ้าขาว และต้นประยงค์ มีอยู่มาก

[๓๙๐]

มีต้นคำ ต้นช้างน้าว ต้นกระทุ่ม ต้นไทร และต้นมะขวิด

อาศรมของข้าพเจ้าเป็นเช่นนี้

ข้าพเจ้าพร้อมด้วยศิษย์อยู่ที่อาศรมนั้น

[๓๙๑]

พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอโนมทัสสี ผู้เป็นพระสยัมภู

ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ทรงแสวงหาที่เร้น

เสด็จเข้ามาใกล้อาศรมของข้าพเจ้า

[๓๙๒]

เมื่อพระมหาวีรเจ้าพระนามว่าอโนมทัสสี

ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่เสด็จเข้ามาใกล้แล้ว

โรคลมก็เกิดขึ้นแก่พระองค์

ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลกโดยฉับพลัน

[๓๙๓]

ข้าพเจ้าเที่ยวไปในป่า ได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก มีพระจักษุ

มีพระยศยิ่งใหญ่ จึงได้เข้าเฝ้า

[๓๙๔]

ครั้นได้เห็นพระอิริยาบถก็เข้าใจได้ในทันทีว่า

พระพุทธเจ้าทรงพระประชวรแน่นอน

[๓๙๕]

ข้าพเจ้าจึงรีบกลับมายังอาศรม

ในสำนักของศิษย์ทั้งหลายของข้าพเจ้า

ขณะนั้นข้าพเจ้าปรึกษาศิษย์ว่า เราต้องการปรุงยา

[๓๙๖]

ศิษย์ทั้งหมดผู้มีความเคารพ

เชื่อฟังข้าพเจ้าแล้วร่วมประชุมกัน

เพราะเคารพข้าพเจ้าผู้เป็นครู

[๓๙๗]

ข้าพเจ้ารีบขึ้นภูเขาไปเก็บยาทุกสิ่งมาปรุง

ได้ปรุงให้เป็นยาสำหรับดื่มถวายพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ

[๓๙๘]

เมื่อพระมหาวีรเจ้าผู้สัพพัญญู

ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกเสวยแล้ว

โรคลมของพระสุคตผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ก็สงบลงฉับพลัน

[๓๙๙]

พระพุทธเจ้าพระนามว่าอโนมทัสสี ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่

ทรงเห็นข้าพเจ้ามีความกระวนกระวายสงบแล้ว

ประทับนั่งบนอาสนะของพระองค์

ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๔๐๐]

เราจักพยากรณ์ผู้ที่ได้ถวายยา

แก่เราและระงับอาพาธของเราได้

ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

[๔๐๑]

ผู้นี้จักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป

จักบันเทิงในเทวโลกนั้น ซึ่งมีดนตรีประโคมอยู่ทุกเมื่อ

[๔๐๒]

อันกุศลมูลตักเตือนมา(เกิด)ยังมนุษยโลกแล้ว

จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ

[๔๐๓]

ในกัปที่ ๕๕ (นับจากกัปนี้ไป)

จักได้เป็นกษัตริย์พระนามว่าอโนมิ

ทรงมีชัยชนะมีสมุทรทั้ง ๔ เป็นขอบเขต

เป็นใหญ่ในชมพูทวีป

[๔๐๔]

จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ

สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก

ลือกระฉ่อนไปจนถึงภพดาวดึงส์ ครองความเป็นใหญ่

[๔๐๕]

เขา(เกิด)เป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม

จักเป็นผู้มีอาพาธน้อย จักเว้นความเร่าร้อนแล้ว

ผ่านพ้นความเจ็บไข้ได้ในโลก

[๔๐๖]

ในกัปที่นับมิได้ นับจากกัปนี้ไป

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๔๐๗]

เขาจักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น

เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

กำหนดรู้อาสวะทั้งปวง จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน

[๔๐๘]

เผากิเลสทั้งหลายแล้ว ข้ามพ้นกระแสตัณหาได้

จักมีนามว่าพักกุละเป็นสาวกของพระศาสดา

[๔๐๙]

พระโคดมศากยะผู้ประเสริฐ

ทรงทราบความนี้ทั้งหมดแล้ว

ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุ

จักทรงตั้งเขาไว้ในเอตทัคคะ

[๔๑๐]

พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอโนมทัสสี

ผู้เป็นพระสยัมภู ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

ทรงตรวจดูอาศรมของข้าพเจ้าว่าเป็นที่วิเวก

จึงเสด็จเข้าไป

[๔๑๑]

ข้าพเจ้ามีความเลื่อมใส ให้พระมหาวีรเจ้า

ผู้สัพพัญญูทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

เสด็จมาถึง อิ่มเอิบด้วยโอสถทุกอย่างด้วยมือของตน

[๔๑๒]

ข้าพเจ้านั้นได้ทำกรรมไว้ดีแล้ว

เพราะความถึงพร้อมด้วยพืชในเขตที่ดี

ข้าพเจ้าจึงไม่อาจจะให้กรรม

ที่ข้าพเจ้าทำแล้วสิ้นไปได้เลยในกาลนั้น

[๔๑๓]

การที่ข้าพเจ้าได้เห็นพระผู้มีพระภาค ผู้ทรงเป็นผู้นำนั้น

เป็นลาภที่ข้าพเจ้าได้ดีแล้ว

ด้วยกรรมที่เหลืออยู่นั้น

ข้าพเจ้าจึงได้บรรลุบทที่ไม่หวั่นไหว

[๔๑๔]

พระโคดมศากยะผู้ประเสริฐทรงทราบความนั้นทั้งหมดแล้ว

ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว

ทรงตั้งข้าพเจ้าไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ

[๔๑๕]

ในกัปที่นับมิได้ นับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการถวายยา

[๔๑๖]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้ามีอาสวะทั้งปวงสิ้นไปแล้ว

บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

[๔๑๗]

การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๔๑๘]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระพักกุลเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

พักกุลเถราปทานที่ ๖ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๒ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๕. ปทุมกูฏาคาริกเถราปทาน (๓๙๕)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๔๐. ปิลินทวรรคหัวข้อถัดไป๗. คิริมานันทเถราปทาน (๓๙๗)