ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๕. อุปาลีวรรค
  8. /
  9. ๑. อุปาลีเถราปทาน (๔๑)

๑. อุปาลีเถราปทาน (๔๑)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๔๓ · บรรทัด ๒๑๒๓

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๕. อุปาลิวรรค

หมวดว่าด้วยพระอุบาลีเป็นต้น

๑. อุปาลิเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระอุบาลีเถระ

(พระอุบาลีเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๑]

พระผู้มีพระภาค ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

มีพระขีณาสพ ๑,๐๐๐ องค์แวดล้อม

พระองค์ผู้ขวนขวายวิเวก จึงเสด็จไปเพื่อหลีกเร้น

[๒]

ข้าพเจ้านุ่งห่มหนังสัตว์

ถือไม้เท้า ๓ ง่ามเที่ยวไป ได้พบพระผู้มีพระภาค

ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก มีหมู่ภิกษุห้อมล้อม

[๓]

ข้าพเจ้าจึงทำหนังสัตว์เฉวียงบ่า

ประคองอัญชลีไว้เหนือเศียรเกล้า

ถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

แล้วชมเชยพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกว่า

[๔]

สัตว์ทั้งหลายที่เกิดในไข่ เกิดในเถ้าไคล

เกิดผุดขึ้น เกิดในครรภ์ และนกมีกาเป็นต้นทั้งหมด

ได้เที่ยวไปในอากาศทุกเมื่อ ฉันใด

[๕]

สัตว์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีสัญญาก็ตาม

ไม่มีสัญญาก็ตาม สัตว์เหล่านั้นทั้งหมดก็ฉันนั้น

ย่อมเข้าไปปรากฏภายในพระญาณของพระองค์

[๖]

อนึ่ง กลิ่นหอมเหล่าใดมีอยู่ที่ภูเขา

ณ ภูเขาหิมพานต์ซึ่งเป็นภูเขาสูงสุด

กลิ่นหอมเหล่านั้นทั้งหมด

ย่อมไม่ควรแม้ส่วนเสี้ยวในศีลของพระองค์เลย

[๗]

โลกนี้พร้อมทั้งเทวโลกแล่นเข้าไปสู่ความมืดคือโมหะ

เมื่อพระญาณของพระองค์ส่องแสงโชติช่วงอยู่ ความมืดก็ถูกกำจัดไป

[๘]

เมื่อดวงอาทิตย์อัสดงคตแล้ว

สัตว์ทั้งหลายก็ตกอยู่ในความมืด ฉันใด

เมื่อพระพุทธเจ้ายังไม่เสด็จอุบัติขึ้น

สัตว์โลกก็ตกอยู่ในความมืด ฉันนั้น

[๙]

ดวงอาทิตย์เมื่ออุทัยขึ้น

ย่อมขจัดความมืดได้ทุกเมื่อ ฉันใด

ข้าแต่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

พระองค์ก็ทรงขจัดความมืดได้ทุกเมื่อ ฉันนั้น

[๑๐]

พระองค์ทรงมีพระทัยเด็ดเดี่ยวเพื่อบำเพ็ญเพียร

ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในโลกพร้อมทั้งเทวโลก

ทรงทำหมู่ชนจำนวนมากให้ยินดี

ด้วยการปรารภการกระทำของพระองค์

[๑๑]

พระผู้มีพระภาคผู้มหามุนีพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้เป็นนักปราชญ์ ทรงสดับคำนั้นแล้ว ทรงอนุโมทนาแล้ว

เสด็จเหาะไปในท้องฟ้า

เหมือนพญาหงส์โผบินไปในท้องฟ้า ฉะนั้น

[๑๒]

พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่พระนามว่าปทุมุตตระ

เสด็จเหาะขึ้นไปประทับอยู่ในอากาศได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๑๓]

เราจักพยากรณ์ผู้ที่ชมเชยญาณ

ซึ่งประกอบด้วยข้ออุปมาทั้งหลายนี้

ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

[๑๔]

เขาจักเป็นเทวราช ๑๘ ชาติ

จักเป็นพระเจ้าแผ่นดินครองแผ่นดิน ๓๐๐ ชาติ

[๑๕]

เขาจักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๒๕ ชาติ

จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ นับชาติไม่ถ้วน

[๑๖]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป)

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๑๗]

เขาถูกกุศลมูลตักเตือนแล้วจุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตแล้ว

จักเป็นคนต่ำต้อยโดยชาติกำเนิด ชื่อว่าอุบาลี

[๑๘]

ภายหลัง เขาบวชแล้ว คลายบาปได้

กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน

[๑๙]

อนึ่ง พระโคดมพุทธเจ้าผู้ศากยบุตร มีพระยศยิ่งใหญ่

ทรงยินดีแล้ว จักตั้งเขาไว้ในเอตทัคคะว่า

เป็นผู้เชี่ยวชาญทางพระวินัย

[๒๐]

ข้าพเจ้าบวชด้วยศรัทธา

ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะ

กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

[๒๑]

อนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงอนุเคราะห์ข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าก็เป็นผู้เชี่ยวชาญในทางพระวินัย

และปรารภกรรมของตนอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

[๒๒]

ข้าพเจ้าสำรวมในพระปาติโมกข์และในอินทรีย์ ๕

ทรงพระวินัยทั้งหมด ซึ่งเป็นบ่อเกิดรัตนะทั้งมวลไว้

[๒๓]

พระศาสดาผู้ยอดเยี่ยมในโลก

ทรงทราบคุณสมบัติของข้าพเจ้า

ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว

ทรงแต่งตั้งข้าพเจ้าไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ

[๒๔]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระอุบาลีเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

อุปาลิเถราปทานที่ ๑ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๒ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑๐. กัปปรุกขิยเถราปทาน (๔๐)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๕. อุปาลีวรรคหัวข้อถัดไป๒. โสณโกฏิยเวสสเถราปทาน (๔๒)