ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๖. วีชนีวรรค
  8. /
  9. ๒. สตรังสิยเถราปทาน (๕๒)

๒. สตรังสิยเถราปทาน (๕๒)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๕๔ · บรรทัด ๒๔๔๐

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. สตรังสิยเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระสตรังสิยเถระ

(พระสตรังสิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๘]

พระผู้มีพระภาคผู้เป็นผู้สูงสุดแห่งบุรุษ

เสด็จขึ้นภูเขาสูงแล้วประทับนั่งอยู่

ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์ผู้จบมนตร์

อยู่ในที่ไม่ไกลจากภูเขา

[๙]

ข้าพเจ้าได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค

ผู้มีความเพียรมาก ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ

ผู้องอาจกว่านรชน ประนมมือแล้ว

ชมเชยพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกว่า

[๑๐]

พระมหาวีรพุทธเจ้าพระองค์นี้

ทรงประกาศธรรมอันประเสริฐ

มีหมู่ภิกษุแวดล้อม รุ่งเรืองดังกองไฟ

[๑๑]

พระผู้มีพระภาคทรงเป็นดุจมหาสมุทรที่หวั่นไหวได้ยาก

ทรงเป็นดุจห้วงน้ำที่ข้ามได้ยาก

ทรงเป็นดุจราชสีห์ที่ไม่ครั่นคร้าม

มีพระจักษุแสดงธรรมอยู่

[๑๒]

พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงเป็นผู้นำ

ทรงทราบความดำริของข้าพเจ้าแล้ว

ประทับยืนอยู่ในท่ามกลางหมู่ภิกษุ

ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๑๓]

ผู้ใดได้ถวายอัญชลีและชมเชยพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

ผู้นั้นจักได้ครองเทวสมบัติ ๓๐,๐๐๐ กัป

[๑๔]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป)

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่าอังคีรส

ผู้ทรงทำลายกิเลสเครื่องห่อหุ้มได้แล้ว

จักเสด็จอุบัติขึ้นในครั้งนั้น

[๑๕]

ผู้นั้นจักเป็นธรรมทายาทของพระองค์

เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

จักเป็นพระอรหันต์มีนามว่าสตรังสี

[๑๖]

ข้าพเจ้ามีอายุ ๗ ขวบ ก็ได้บวชเป็นบรรพชิต

มีนามว่าสตรังสี ข้าพเจ้ามีรัศมีแผ่ออกไป

[๑๗]

ข้าพเจ้ามีปกติเข้าฌาน ยินดีในฌาน

อยู่ที่มณฑปหรือโคนต้นไม้

ทรงร่างกายอันมีในภพสุดท้าย

อยู่ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

[๑๘]

ตลอด ๖๐,๐๐๐ กัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ ชาติ

มีนามเหมือนกันว่าราม

สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก

[๑๙]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระสตรังสิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

สตรังสิยเถราปทานที่ ๒ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๒ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑. วิธูปนทายกเถราปทาน (๕๑)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๖. วีชนีวรรคหัวข้อถัดไป๓. สยนทายกเถราปทาน (๕๓)