๑๐. ตีณิปทุมิยเถราปทาน (๘๐)
เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๘๒ · บรรทัด ๒๙๓๑
คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๑๐. ติปทุมิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระติปทุมิยเถระ
(พระติปทุมิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ครั้งนั้น พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ
ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง ๑- ทรงฝึกพระองค์แล้ว
มีสาวกผู้ฝึกตนแวดล้อมแล้ว เสด็จออกจากนคร
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้เป็นช่างดอกไม้ อยู่ในกรุงหงสวดี
ได้ถือดอกปทุม ๓ ดอก ซึ่งเป็นดอกไม้ชั้นดีเยี่ยมในกรุงนั้น
@เชิงอรรถ :
@๑ ธรรมทั้งปวง หมายถึงโลกุตตรธรรม ๙ (ขุ.อป.อ. ๒/๔๘/๑๒๗)
ข้าพเจ้าได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลีคือกิเลส
กำลังเสด็จสวนทางมาในระหว่างร้านตลาด
พร้อมกับการได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
จึงคิดอย่างนี้ในเวลานั้นว่า
ประโยชน์อะไรของเรากับดอกไม้เหล่านี้
ที่เราใช้บำรุงพระราชา
เราพึงได้บ้าน คามเขต หรือทรัพย์พันหนึ่งเท่านั้น
เราบูชาพระพุทธเจ้า ผู้ฝึกคนที่มิได้ฝึกตน
ผู้มีความเพียร ทรงนำสุขมาให้แก่สัตว์ทั้งปวง
ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลกแล้ว จักได้ทรัพย์อันเป็นอมตะ
ข้าพเจ้าครั้นคิดอย่างนี้แล้ว จึงทำจิตของตนให้เลื่อมใส
จับดอกบัวแดง ๓ ดอกโยนขึ้นไปในอากาศ ในครั้งนั้น
พอข้าพเจ้าโยนขึ้นไป
ดอกบัวแดงเหล่านั้นก็แผ่(ขยายกลีบ)อยู่ในอากาศ
ขั้วชี้ขึ้นข้างบน ดอกย้อยลงข้างล่าง
กั้นอยู่เหนือพระเศียรในอากาศ
หมู่มนุษย์ที่เห็นแล้วพากันโห่ร้องเกรียวกราว
ทั้งเทวดาในอากาศก็พากันแซ่ซ้องสาธุการว่า
ความอัศจรรย์เกิดขึ้นแล้วในโลก
เพราะอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด
เราทั้งหมดจักฟังธรรม อานุภาพแห่งดอกไม้
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ
ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา
ประทับยืนอยู่ที่ถนนนั่นเอง ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
เราจักพยากรณ์มาณพผู้ที่ได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกบัวแดง
ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
มาณพนั้น จักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๓๐,๐๐๐ กัป
และจักเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติ ๓๐ ชาติ
ครั้งนั้น จักมีวิมานชื่อมหาวิตถาริกะ
สูง ๓๐๐ โยชน์ กว้าง ๑๕๐ โยชน์
ป้อม ๔๐๐,๐๐๐ ป้อม ประกอบด้วยเรือนยอดชั้นดี
ประดับด้วยที่นอนใหญ่ ที่บุญกรรมสร้างไว้ดีแล้ว
นางเทพอัปสร ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ
ฉลาดในการฟ้อนรำ การขับร้อง
และชำนาญในการประโคม จักแวดล้อมเขา
ครั้งนั้น ฝนดอกไม้ทิพย์สีแดง จักตกลงในวิมานที่ประเสริฐ
ซึ่งคับคั่งด้วยหมู่เทพนารี เช่นนั้น
ดอกบัวแดงโตประมาณเท่าล้อ จักแขวนอยู่
ที่ตะปูฝา ที่ไม้ฟันนาค ที่บานประตู
และที่เสาระเนียด ในครั้งนั้น
นางเทพอัปสรทั้งหลายใช้กลีบบัวปูลาดวิมานนี้แล้ว
จักนุ่งห่มกลีบบัว
นอนกลิ้งเกลือกอยู่ภายในวิมานที่ประเสริฐซึ่งลาดด้วยกลีบบัว
ดอกบัวแดงล้วนเหล่านั้น แวดล้อมวิมาน
ส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์ฟุ้งไป
ในที่ประมาณ ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ
มาณพนี้ จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ชาติ
จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน
เขาได้เสวยสมบัติทั้ง ๒ แล้ว มีความสวัสดี ไม่มีอุปัทวะ
เมื่อภพสุดท้ายมาถึงแล้วจักบรรลุนิพพาน
พระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าได้เห็นดีแล้วหนอ
พาณิชยกรรม ข้าพเจ้าก็ประกอบแล้ว
ข้าพเจ้าใช้ดอกบัว ๓ ดอกบูชาแล้ว ได้เสวยสมบัติ ๓ ประการ
ดอกบัวแดงบานงดงาม จักกั้นอยู่เหนือศีรษะของข้าพเจ้า
ผู้ได้บรรลุธรรมแล้ว หลุดพ้นแล้วโดยประการทั้งปวง ในวันนี้
เมื่อพระศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระ
ทรงแสดงผลกรรมของข้าพเจ้า
เหล่าสัตว์หลายร้อย หลายพันได้บรรลุธรรมแล้ว
ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้บูชาพระพุทธเจ้าไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยดอกบัว ๓ ดอก
กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว
ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว
อาสวะทั้งปวงสิ้นไปแล้ว
บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระติปทุมิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ติปทุมิยเถราปทานที่ ๑๐ จบ
นาคสมาลวรรคที่ ๘ จบบริบูรณ์
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. นาคสมาลเถราปทาน ๒. ปทสัญญกเถราปทาน
๓. สุสัญญกเถราปทาน ๔. ภิสาลุวทายกเถราปทาน
๕. เอกสัญญกเถราปทาน ๖. ติณสันถารทายกเถราปทาน
๗. สูจิทายกเถราปทาน ๘. ปาฏลิปุปผิยเถราปทาน
๙. ฐิตัญชลิยเถราปทาน ๑๐. ติปทุมิยเถราปทาน
และมีคาถา ๗๕ คาถา
ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๒ จาก 84000.org
รายงานข้อผิดพลาดภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที