ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๒
  6. /
  7. ๘. นาคสมาลวรรค
  8. /
  9. ๑๐. ตีณิปทุมิยเถราปทาน (๘๐)

๑๐. ตีณิปทุมิยเถราปทาน (๘๐)

เล่มที่ ๓๒ · ข้อ ๘๒ · บรรทัด ๒๙๓๑

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๐. ติปทุมิยเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระติปทุมิยเถระ

(พระติปทุมิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๔๘]

ครั้งนั้น พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง ๑- ทรงฝึกพระองค์แล้ว

มีสาวกผู้ฝึกตนแวดล้อมแล้ว เสด็จออกจากนคร

[๔๙]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้เป็นช่างดอกไม้ อยู่ในกรุงหงสวดี

ได้ถือดอกปทุม ๓ ดอก ซึ่งเป็นดอกไม้ชั้นดีเยี่ยมในกรุงนั้น

@เชิงอรรถ :

@๑ ธรรมทั้งปวง หมายถึงโลกุตตรธรรม ๙ (ขุ.อป.อ. ๒/๔๘/๑๒๗)

[๕๐]

ข้าพเจ้าได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลีคือกิเลส

กำลังเสด็จสวนทางมาในระหว่างร้านตลาด

พร้อมกับการได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

จึงคิดอย่างนี้ในเวลานั้นว่า

[๕๑]

ประโยชน์อะไรของเรากับดอกไม้เหล่านี้

ที่เราใช้บำรุงพระราชา

เราพึงได้บ้าน คามเขต หรือทรัพย์พันหนึ่งเท่านั้น

[๕๒]

เราบูชาพระพุทธเจ้า ผู้ฝึกคนที่มิได้ฝึกตน

ผู้มีความเพียร ทรงนำสุขมาให้แก่สัตว์ทั้งปวง

ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลกแล้ว จักได้ทรัพย์อันเป็นอมตะ

[๕๓]

ข้าพเจ้าครั้นคิดอย่างนี้แล้ว จึงทำจิตของตนให้เลื่อมใส

จับดอกบัวแดง ๓ ดอกโยนขึ้นไปในอากาศ ในครั้งนั้น

[๕๔]

พอข้าพเจ้าโยนขึ้นไป

ดอกบัวแดงเหล่านั้นก็แผ่(ขยายกลีบ)อยู่ในอากาศ

ขั้วชี้ขึ้นข้างบน ดอกย้อยลงข้างล่าง

กั้นอยู่เหนือพระเศียรในอากาศ

[๕๕]

หมู่มนุษย์ที่เห็นแล้วพากันโห่ร้องเกรียวกราว

ทั้งเทวดาในอากาศก็พากันแซ่ซ้องสาธุการว่า

[๕๖]

ความอัศจรรย์เกิดขึ้นแล้วในโลก

เพราะอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

เราทั้งหมดจักฟังธรรม อานุภาพแห่งดอกไม้

[๕๗]

พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ

ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา

ประทับยืนอยู่ที่ถนนนั่นเอง ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๕๘]

เราจักพยากรณ์มาณพผู้ที่ได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกบัวแดง

ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

[๕๙]

มาณพนั้น จักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๓๐,๐๐๐ กัป

และจักเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติ ๓๐ ชาติ

[๖๐]

ครั้งนั้น จักมีวิมานชื่อมหาวิตถาริกะ

สูง ๓๐๐ โยชน์ กว้าง ๑๕๐ โยชน์

[๖๑]

ป้อม ๔๐๐,๐๐๐ ป้อม ประกอบด้วยเรือนยอดชั้นดี

ประดับด้วยที่นอนใหญ่ ที่บุญกรรมสร้างไว้ดีแล้ว

[๖๒]

นางเทพอัปสร ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ

ฉลาดในการฟ้อนรำ การขับร้อง

และชำนาญในการประโคม จักแวดล้อมเขา

[๖๓]

ครั้งนั้น ฝนดอกไม้ทิพย์สีแดง จักตกลงในวิมานที่ประเสริฐ

ซึ่งคับคั่งด้วยหมู่เทพนารี เช่นนั้น

[๖๔]

ดอกบัวแดงโตประมาณเท่าล้อ จักแขวนอยู่

ที่ตะปูฝา ที่ไม้ฟันนาค ที่บานประตู

และที่เสาระเนียด ในครั้งนั้น

[๖๕]

นางเทพอัปสรทั้งหลายใช้กลีบบัวปูลาดวิมานนี้แล้ว

จักนุ่งห่มกลีบบัว

นอนกลิ้งเกลือกอยู่ภายในวิมานที่ประเสริฐซึ่งลาดด้วยกลีบบัว

[๖๖]

ดอกบัวแดงล้วนเหล่านั้น แวดล้อมวิมาน

ส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์ฟุ้งไป

ในที่ประมาณ ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ

[๖๗]

มาณพนี้ จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ชาติ

จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

[๖๘]

เขาได้เสวยสมบัติทั้ง ๒ แล้ว มีความสวัสดี ไม่มีอุปัทวะ

เมื่อภพสุดท้ายมาถึงแล้วจักบรรลุนิพพาน

[๖๙]

พระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าได้เห็นดีแล้วหนอ

พาณิชยกรรม ข้าพเจ้าก็ประกอบแล้ว

ข้าพเจ้าใช้ดอกบัว ๓ ดอกบูชาแล้ว ได้เสวยสมบัติ ๓ ประการ

[๗๐]

ดอกบัวแดงบานงดงาม จักกั้นอยู่เหนือศีรษะของข้าพเจ้า

ผู้ได้บรรลุธรรมแล้ว หลุดพ้นแล้วโดยประการทั้งปวง ในวันนี้

[๗๑]

เมื่อพระศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระ

ทรงแสดงผลกรรมของข้าพเจ้า

เหล่าสัตว์หลายร้อย หลายพันได้บรรลุธรรมแล้ว

[๗๒]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้าได้บูชาพระพุทธเจ้าไว้

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยดอกบัว ๓ ดอก

[๗๓]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

อาสวะทั้งปวงสิ้นไปแล้ว

บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

[๗๔]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระติปทุมิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

ติปทุมิยเถราปทานที่ ๑๐ จบ

นาคสมาลวรรคที่ ๘ จบบริบูรณ์

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. นาคสมาลเถราปทาน ๒. ปทสัญญกเถราปทาน

๓. สุสัญญกเถราปทาน ๔. ภิสาลุวทายกเถราปทาน

๕. เอกสัญญกเถราปทาน ๖. ติณสันถารทายกเถราปทาน

๗. สูจิทายกเถราปทาน ๘. ปาฏลิปุปผิยเถราปทาน

๙. ฐิตัญชลิยเถราปทาน ๑๐. ติปทุมิยเถราปทาน

และมีคาถา ๗๕ คาถา

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๒ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๙. ฐิตัญชลิยเถราปทาน (๗๙)กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๒๘. นาคสมาลวรรคหัวข้อถัดไป๑. ติมิรปุปผิยเถราปทาน (๘๑)