ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๕
  6. /
  7. …
  8. /
  9. ๖. ปัจจยาการวิภังค์
  10. /
  11. อภิธรรมภาชนีย์
  12. /
  13. อกุศลมูลกวิบากนิเทส

อกุศลมูลกวิบากนิเทส

เล่มที่ ๓๕ · ข้อ ๔๑๖ · บรรทัด ๕๗๘๖

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อกุศลมูลวิบากนิเทศ (บาลีข้อ ๔๑๖)

ว่าด้วยอกุศลวิบากจิต ๗

บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประสงค์จะทรงแสดงปัจจยาการแม้ในอัพยากฤตทั้งหลาย โดยนัยอื่นอีกทีเดียว จึงทรงเริ่มคำมีอาทิว่า กตเม ธมฺมา อพฺยากตา ธรรมเป็นอัพยากฤตเป็นไฉน ดังนี้.

ในพระบาลีนั้น คำว่า เพราะกุศลมูลเป็นปัจจัย แม้นี้ ตรัสหมายเอาความเป็นอุปนิสสยปัจจัย.

จริงอยู่ กุศลมูลย่อมเป็นอุปนิสสยปัจจัยแก่กุศลวิบากและอกุศลมูลเป็นอุปนิสสยปัจจัยแก่อกุศลวิบาก แต่ไม่ควรกล่าวถึงกรรมปัจจัยที่เกิดต่างขณะกันทีเดียว ฉะนั้น ปัจจัยที่เป็นกุศลมูลและอกุศลมูลนี้ จึงเป็นปัจจัยด้วยอุปนิสสยปัจจัยและกรรมปัจจัยที่เกิดต่างขณะกัน ด้วยเหตุนั้นแหละ ในนิเทศวารจึงไม่จำแนกว่า ตตฺถ กตมํ กุสลมูลํ ในปัจจยาการนั้น กุศลมูลเป็นไฉน ทรงจำแนกว่า ตตฺถ กตโม กุสลมูลปจฺจยา สงฺขาโร ในปัจจยาการนั้น สังขารเกิดเพราะกุศลมูลเป็นปัจจัย เป็นไฉน ดังนี้.

แม้ในอกุศลวิบากก็นัยนี้เหมือนกัน.

อนึ่ง ในวิบากนิเทศแม้นี้ ย่อมได้เฉพาะปัจจยจตุกะที่หนึ่งเท่านั้น ดุจในนิเทศแห่งอกุศลมีอวิชชาเป็นมูล แม้ปัจจยจตุกะนั้นก็ทรงแสดงปฐมวารแล้วทรงย่อไว้ ฉะนั้น พึงทราบประเภทแห่งวาระ ในนัยที่มีกุศลเป็นมูลและอกุศลเป็นมูล ด้วยอำนาจจตุกะแต่ละจตุกะในวิปากจิตแต่ละดวง แต่เพราะอวิชชาและกุศลมูล อกุศลมูล ย่อมไม่ได้ความเป็นอุปนิสสยปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิริยา ฉะนั้น จึงไม่ควรกล่าวปัจจยาการ ด้วยอำนาจกิริยาแล.

ด้วยประการฉะนี้ ปัจจยาการนี้

อันพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้มีวาทะประเสริฐ

ตรัสไว้โดยประเภทมิใช่น้อย ในธรรมที่เป็นอกุศล

กุศล และอัพยากฤต ส่วนในวิบากแห่งกุศลและ

อกุศล ตรัสไว้อย่างเดียวเท่านั้น ด้วยอำนาจ

อุปนิสสยปัจจัย เพื่อให้เกิดความแตกฉานแห่ง

ปรีชาญาณ ในประเภทธรรมที่เป็นปัจจัย เพราะ

เมื่อเว้นลำดับแห่งปริยัติ การฟัง การคิด การปฏิบัติ

ย่อมไม่แตกฉานปรีชาญาณ ในปัจจยาการนี้

แม้ในกาลไหนๆ ฉะนั้น นักปราชญ์ ผู้มีปัญญา

ทรงจำ ควรทำในปัจจยาการนั้น โดยลำดับแห่ง

ปริยัติ การฟัง การคิด และปฏิบัติในกาลทุกเมื่อ

เพราะกิจอื่นที่ควรทำยิ่งกว่าปัจจยาการนั้น มิได้มี

ฉะนี้แล. วรรณนาอภิธรรมภาชนีย์ จบ.

ก็ปัจจยาการนี้ พระองค์ทรงนำออกจำแนกแสดงไว้ ๒ ปริวรรต คือด้วยอำนาจสุตตันตภาชนีย์ และอภิธรรมภาชนีย์เท่านั้น ดังนี้แล. ปฏิจจสมุปปาทวิภังคนิเทศ จบ.

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๓๕ ข้อ ๔๑๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้าอวิชชามูลกกุศลนิเทสกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๕อภิธรรมภาชนีย์หัวข้อถัดไปสติปัฏฐาน ๔