ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๗
  6. /
  7. …
  8. /
  9. มหาปัณณาสก์
  10. /
  11. วรรคที่ ๔
  12. /
  13. อุปปัตติกถา

อุปปัตติกถา

เล่มที่ ๓๗ · ข้อ ๘๗๓ · บรรทัด ๘๗๖๓

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อรรถกถาอุปปัตติกถา

ว่าด้วยการผุดเกิด

บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องการเกิด.

ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดว่า พระอนาคามีอุบัติในสุทธาวาส ย่อมเป็นพระอรหันต์พร้อมกับการอุบัติ เพราะถือเอาพระบาลีทั้งหลายโดยไม่พิจารณาซึ่งมีคำว่า เป็นอุปปาติกกำเนิด คือเกิดผุดขึ้นในเทวโลกนั้น ปรินิพพานแล้วในเทวโลกนั้น ดังนี้เป็นต้น หรือว่า ชนเหล่าใดผู้ศึกษาพระพุทธพจน์อยู่ มีความเห็นว่า พระอนาคามีเป็นพระอรหันต์พร้อมกับการอุบัติขึ้น ดังนี้ เพราะเปลี่ยนแปลงบทว่า อุปหัจจปรินิพพายี ซึ่งเป็นชื่อของพระอนาคามีจำพวกหนึ่งใน ๔๘ จำพวก พระอนาคามีชื่อว่าอุปหัจจปรินิพพายีนี้ ท่านมีอายุก้าวล่วงกึ่งหนึ่งแห่งอายุล่วงไปแล้ว อันเป็นเวลาใกล้จะปรินิพพาน ท่านก็สำเร็จเป็นพระอรหันต์ แล้วจึงปรินิพพาน พวกเห็นผิดเหล่านั้นได้เปลี่ยนชื่อจากคำว่าอุปหัจจปรินิพพายี มาเป็นอุปปัชชปรินิพพายี ซึ่งมีความหมายว่า พอเกิดขึ้นก็ปรินิพพาน ดังนี้ ดุจลัทธิของนิกายอุตตราปถกะทั้งหลายในขณะนี้

คำถามของสกวาที หมายชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.

ในปัญหานั้น ชื่อว่า จิตต์ที่เกิดขึ้นย่อมเป็นโลกียจิต ทั้งบุคคลทั้งหลาย เป็นพระโสดาบันเป็นต้นด้วย โลกียจิตต์นั้น ก็ไม่มีเลยจะป่วยกล่าวไปใยถึงความเป็นพระอรหันต์เล่า เพราะเหตุนั้น เพื่อแสดงนัยนี้แก่ปรวาทีนั้น สกวาทีจึงเริ่มคำเป็นต้นว่า เป็นพระโสดาบันพร้อมกับการผุดเกิดก็ได้หรือ.

สกวาทีกล่าวคำว่า พระสารีบุตรเป็นต้น เพื่อท้วงว่า บรรดาพระมหาเถระเหล่านี้ แม้องค์หนึ่ง ชื่อว่าเป็นพระอรหันต์พร้อมกับการเกิดมีหรือ.

คำว่า จิตดวงแสวงหาการผุดเกิด ได้แก่ ปฏิสนธิจิต.

จริงอยู่ ปฏิสนธิจิตนี้ย่อมแสวงหาการเกิด คือสืบต่ออยู่ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงเรียกปฏิสนธิจิตนี้ว่าจิตดวงแสวงหาการผุดเกิด.

คำที่เหลือในที่นี้ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้น ดังนี้แล. อรรถกถาอุปปัตติกถา จบ.

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๓๗ ข้อ ๘๗๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้าคิหิสส อรหาติกถากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๗วรรคที่ ๔หัวข้อถัดไปอนาสวกถา