ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๗
  6. /
  7. …
  8. /
  9. มหาปัณณาสก์
  10. /
  11. วรรคที่ ๕
  12. /
  13. ปฏิสัมภิทากถา

ปฏิสัมภิทากถา

เล่มที่ ๓๗ · ข้อ ๑๐๕๙ · บรรทัด ๑๐๑๓๕

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๕. ปฏิสัมภิทากถา (๔๗)

ว่าด้วยปฏิสัมภิทา

[๔๓๒]

สก. ญาณทั้งปวงเป็นปฏิสัมภิทาใช่ไหม

ปร. ๑- ใช่ ๒-

สก. สมมติญาณเป็นปฏิสัมภิทาใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. สมมติญาณเป็นปฏิสัมภิทาใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ชนเหล่าใดรู้สมมติ ชนเหล่านั้นทั้งหมดเป็นผู้ถึงปฏิสัมภิทาใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ญาณทั้งปวงเป็นปฏิสัมภิทาใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. เจโตปริยญาณ(ญาณที่กำหนดรู้ใจผู้อื่น) เป็นปฏิสัมภิทาใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. เจโตปริยญาณเป็นปฏิสัมภิทาใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ชนเหล่าใดรู้จิตของผู้อื่น ชนเหล่านั้นทั้งหมดเป็นผู้ถึงปฏิสัมภิทาใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

@เชิงอรรถ :

@๑ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๓๒/๒๑๒)

@๒ เพราะมีความเห็นว่า ญาณทั้งหมดของพระอริยะเป็นโลกุตตระ จึงจัดเป็นปฏิสัมภิทาญาณได้ทั้งหมด

@ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า ญาณของพระอริยะบางอย่างไม่จัดเป็นปฏิสัมภิทาญาณ

@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๓๒/๒๑๒)

สก. ญาณทั้งปวงเป็นปฏิสัมภิทาใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ปัญญาทั้งปวงเป็นปฏิสัมภิทาใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ปัญญาทั้งปวงเป็นปฏิสัมภิทาใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์มีปัญญา ปัญญานั้นเป็นปฏิสัมภิทา ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ผู้เข้าสมาบัติที่มีอาโปกสิณเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีเตโชกสิณเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีวาโยกสิณเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีนีลกสิณเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีปีตกสิณเป็น อารมณ์ ฯลฯ มีโลหิตกสิณเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีโอทาตกสิณเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอากาสานัญจายตนะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีวิญญาณัญจายตนะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอากิญจัญญายตนะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีเนวสัญญานาสัญญายตนะเป็นอารมณ์ ฯลฯ ถวายทาน ฯลฯ จีวร ฯลฯ บิณฑบาต ฯลฯ เสนาสนะ ฯลฯ ถวาย คิลานปัจจัยเภสัชบริขาร มีปัญญา ปัญญานั้นเป็นปฏิสัมภิทาใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๔๓๓]

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ญาณทั้งปวงเป็นปฏิสัมภิทา” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. โลกุตตรปัญญามีอยู่ โลกุตตรปัญญานั้นไม่เป็นปฏิสัมภิทาใช่ไหม

สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ปร. ดังนั้น ญาณทั้งปวงจึงเป็นปฏิสัมภิทา

ปฏิสัมภิทากถา จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้านิยามกถากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๗วรรคที่ ๕หัวข้อถัดไปสัมมติญาณกถา