[๒๓๒] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดและอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ผู้มีขันธ์ ๕ จักดับไป และอกุศลธรรมก็จักดับไป
[๒๓๓] กุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ดับ ไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้นจักไม่ดับไป ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิต ใด อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ผู้เป็นพระอรหันต์จักไม่ดับไป และ กุศลธรรมก็จักไม่ดับไป
[๒๓๔] กุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ดับ ไปหรือ ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ผู้เป็นพระอรหันต์ จักไม่ดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมของ สัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไป และอัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ดับ ไป ถูกแล้ว
[๒๓๕] อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ ดับไปหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด จักไม่ดับไปแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตอกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไป และ อัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ ดับไป ถูกแล้ว