ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๔
  6. /
  7. …
  8. /
  9. มหาขันธกะ
  10. /
  11. ทายัชชภาณวาร
  12. /
  13. บุคคลไม่ควรให้อุปสมบท ๒๐ จำพวก

บุคคลไม่ควรให้อุปสมบท ๒๐ จำพวก

เล่มที่ ๔ · ข้อ ๑๓๓ · บรรทัด ๓๖๐๙

บุคคลไม่ควรให้บรรพชา ๓๒ จำพวก คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๕๕. อนุปัชฌายกาทิวัตถุ

ว่าด้วยคนไม่มีอุปัชฌาย์อุปสมบทเป็นต้น

[๑๑๗]

สมัยนั้น พวกภิกษุให้กุลบุตรผู้ไม่มีอุปัชฌาย์อุปสมบท ภิกษุทั้งหลาย จึงกราบทูลเรื่องนี้ให้พระผู้มีพระภาคทรงทราบ

@เชิงอรรถ :

@๑ อุภโตพยัญชนก หมายถึงคนมี ๒ เพศ คือสัญลักษณ์เพศหญิง และสัญลักษณ์เพศชาย เพราะผลกรรม

@ที่ทำไว้ (วิ.อ. ๓/๑๑๖/๙๒)

พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรผู้ไม่มีอุปัชฌาย์ ไม่พึงให้ อุปสมบท รูปใดให้อุปสมบท ต้องอาบัติทุกกฏ” (๑๒)

เรื่องคนมีสงฆ์เป็นอุปัชฌาย์

สมัยนั้น พวกภิกษุให้กุลบุตรมีสงฆ์เป็นอุปัชฌาย์อุปสมบท ภิกษุทั้งหลาย จึงกราบทูลเรื่องนี้ให้พระผู้มีพระภาคทรงทราบ

พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรมีสงฆ์เป็นอุปัชฌาย์ ไม่พึง ให้อุปสมบท รูปใดให้อุปสมบท ต้องอาบัติทุกกฏ” (๑๓)

เรื่องคนมีคณะเป็นอุปัชฌาย์

สมัยนั้น พวกภิกษุให้กุลบุตรมีคณะเป็นอุปัชฌาย์อุปสมบท ภิกษุทั้งหลาย จึงกราบทูลเรื่องนี้ให้พระผู้มีพระภาคทรงทราบ

พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรมีคณะเป็นอุปัชฌาย์ ไม่พึงให้ อุปสมบท รูปใดให้อุปสมบท ต้องอาบัติทุกกฏ” (๑๔)

เรื่องคนมีบัณเฑาะก์เป็นอุปัชฌาย์เป็นต้น

สมัยต่อมา พวกภิกษุให้กุลบุตรมีบัณเฑาะก์เป็นอุปัชฌาย์อุปสมบท...

... ให้กุลบุตรมีคนลักเพศเป็นอุปัชฌาย์อุปสมบท...

... ให้กุลบุตรมีภิกษุไปเข้ารีตเดียรถีย์เป็นอุปัชฌาย์อุปสมบท...

... ให้กุลบุตรมีสัตว์ดิรัจฉานเป็นอุปัชฌาย์อุปสมบท...

... ให้กุลบุตรมีคนฆ่ามารดาเป็นอุปัชฌาย์อุปสมบท...

... ให้กุลบุตรมีคนฆ่าบิดาเป็นอุปัชฌาย์อุปสมบท...

... ให้กุลบุตรมีคนฆ่าพระอรหันต์เป็นอุปัชฌาย์อุปสมบท...

... ให้กุลบุตรมีคนประทุษร้ายภิกษุณีเป็นอุปัชฌาย์อุปสมบท...

... ให้กุลบุตรมีคนทำลายสงฆ์เป็นอุปัชฌาย์อุปสมบท...

... ให้กุลบุตรมีคนทำร้ายพระพุทธเจ้าจนห้อพระโลหิตเป็นอุปัชฌาย์อุปสมบท...

... ให้กุลบุตรมีอุภโตพยัญชนกเป็นอุปัชฌาย์อุปสมบท

ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนี้ให้พระผู้มีพระภาคทรงทราบ

พระผู้มีพระภาครับสั่งกับภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรมีบัณเฑาะก์ เป็นอุปัชฌาย์ ไม่พึงให้อุปสมบท รูปใดให้อุปสมบท ต้องอาบัติทุกกฏ”

... กุลบุตรมีคนลักเพศเป็นอุปัชฌาย์ ไม่พึงให้อุปสมบท...

... กุลบุตรมีภิกษุไปเข้ารีตเดียรถีย์เป็นอุปัชฌาย์ ไม่พึงให้อุปสมบท...

... กุลบุตรมีสัตว์เดรัจฉานเป็นอุปัชฌาย์ ไม่พึงให้อุปสมบท...

... กุลบุตรมีคนฆ่ามารดาเป็นอุปัชฌาย์ ไม่พึงให้อุปสมบท...

... กุลบุตรมีคนฆ่าบิดาเป็นอุปัชฌาย์ ไม่พึงให้อุปสมบท...

... กุลบุตรมีคนฆ่าพระอรหันต์เป็นอุปัชฌาย์ ไม่พึงให้อุปสมบท...

... กุลบุตรมีคนประทุษร้ายภิกษุณีเป็นอุปัชฌาย์ ไม่พึงให้อุปสมบท...

... กุลบุตรมีคนทำลายสงฆ์เป็นอุปัชฌาย์ ไม่พึงให้อุปสมบท...

... กุลบุตรมีคนทำร้ายพระพุทธเจ้าจนห้อพระโลหิตเป็นอุปัชฌาย์ ไม่พึงให้ อุปสมบท...

... กุลบุตรมีอุภโตพยัญชนกเป็นอุปัชฌาย์ ไม่พึงให้อุปสมบท รูปใดให้อุปสมบท ต้องอาบัติทุกกฏ (๑๕)

๕๖. อปัตตกาทิวัตถุ

ว่าด้วยคนไม่มีบาตรอุปสมบทเป็นต้น

ห้ามคนไม่มีบาตรอุปสมบท

[๑๑๘]

สมัยนั้น พวกภิกษุให้กุลบุตรผู้ไม่มีบาตรอุปสมบท พวกเธออุปสมบท แล้วก็เที่ยวบิณฑบาตด้วยมือ มนุษย์ทั้งหลายพากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “เที่ยวบิณฑบาตเหมือนพวกเดียรถีย์”

ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนี้ให้พระผู้มีพระภาคทรงทราบ

พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรผู้ไม่มีบาตร ไม่พึงให้ อุปสมบท รูปใดให้อุปสมบท ต้องอาบัติทุกกฏ” (๑๖)

เรื่องคนไม่มีจีวร

สมัยนั้น พวกภิกษุให้กุลบุตรผู้ไม่มีจีวรอุปสมบท พวกเธออุปสมบทแล้วก็เปลือย กายเที่ยวบิณฑบาต มนุษย์ทั้งหลายพากันตำหนิ ประณาม โพนทะนา ว่า “เที่ยว บิณฑบาตเหมือนพวกเดียรถีย์”

ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนี้ให้พระผู้มีพระภาคทรงทราบ

พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรผู้ไม่มีจีวร ไม่พึงให้อุปสมบท รูปใดให้อุปสมบท ต้องอาบัติทุกกฏ” (๑๗)

เรื่องคนไม่มีทั้งบาตรและจีวร

สมัยนั้น พวกภิกษุให้กุลบุตรผู้ไม่มีทั้งบาตรและจีวรอุปสมบท พวกเธอ อุปสมบทแล้วก็เปลือยกายเที่ยวบิณฑบาตด้วยมือ มนุษย์ทั้งหลายพากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “เที่ยวบิณฑบาตเหมือนพวกเดียรถีย์”

ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนี้ให้พระผู้มีพระภาคทรงทราบ

พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรผู้ไม่มีทั้งบาตรและจีวร ไม่พึงให้อุปสมบท รูปใดให้อุปสมบท ต้องอาบัติทุกกฏ” (๑๘)

เรื่องคนยืมบาตร

สมัยนั้น พวกภิกษุให้กุลบุตรผู้ยืมบาตรเขามาอุปสมบท เมื่ออุปสมบทแล้ว เจ้าของก็ขอเอาบาตรคืน พวกเธอเที่ยวบิณฑบาตด้วยมือ มนุษย์ทั้งหลายพากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “เที่ยวบิณฑบาตเหมือนพวกเดียรถีย์”

ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนี้ให้พระผู้มีพระภาคทรงทราบ

พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลายกุลบุตรผู้ยืมบาตรเขามา ไม่พึงให้ อุปสมบท รูปใดให้อุปสมบท ต้องอาบัติทุกกฏ” (๑๙)

เรื่องคนยืมจีวร

สมัยนั้น พวกภิกษุให้กุลบุตรผู้ยืมจีวรเขามาอุปสมบท เมื่ออุปสมบทแล้ว เจ้าของก็ขอเอาจีวรคืน พวกเธอเปลือยกายเที่ยวบิณฑบาตด้วยมือ มนุษย์ทั้งหลาย พากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “เที่ยวบิณฑบาตเหมือนพวกเดียรถีย์”

ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนี้ให้พระผู้มีพระภาคทรงทราบ

พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรผู้ยืมจีวรเขามา ไม่พึงให้ อุปสมบท รูปใดให้อุปสมบท ต้องอาบัติทุกกฏ” (๒๐)

เรื่องคนยืมบาตรและจีวร

สมัยนั้น พวกภิกษุให้กุลบุตรผู้ยืมบาตรและจีวรเขามาอุปสมบท เมื่ออุปสมบท แล้วเจ้าของก็ขอเอาบาตรและจีวรคืน พวกเธอเปลือยกายเที่ยวบิณฑบาตด้วยมือ มนุษย์ทั้งหลายพากันตำหนิ ประณาม โพนทะนานว่า “เที่ยวบิณฑบาตเหมือนพวก เดียรถีย์”

ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนี้ให้พระผู้มีพระภาคทรงทราบ

พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรผู้ยืมบาตรและจีวรเขามา ไม่พึงให้อุปสมบท รูปใดให้อุปสมบท ต้องอาบัติทุกกฏ” (๒๑)

นอุปสัมปาเทตัพพกวีสติวาร จบ

๕๗. ปัพพาเชตัพพทวัตติงสวาร

ว่าด้วยบุคคลไม่ควรให้บรรพชา ๓๒ จำพวก

[๑๑๙]

สมัยนั้น พวกภิกษุให้คนมือด้วนบรรพชา ...

... ให้คนเท้าด้วนบรรพชา ...

... ให้คนทั้งมือทั้งเท้าด้วนบรรพชา ...

... ให้คนหูวิ่นบรรพชา ...

... ให้คนจมูกแหว่งบรรพชา ...

... ให้คนทั้งหูวิ่นทั้งจมูกแหว่งบรรพชา ...

... ให้คนนิ้วมือนิ้วเท้าขาดบรรพชา ...

... ให้คนง่ามมือง่ามเท้าขาดบรรพชา ...

... ให้คนเอ็นขาดบรรพชา ...

... ให้คนมือเป็นแผ่นบรรพชา ...

... ให้คนค่อมบรรพชา ...

... ให้คนเตี้ยบรรพชา ...

... ให้คนคอพอกบรรพชา ...

... ให้คนถูกสักหมายโทษบรรพชา ...

... ให้คนมีรอยเฆี่ยนด้วยหวายบรรพชา ...

... ให้คนมีหมายจับบรรพชา ...

... ให้คนเท้าปุกบรรพชา ...

... ให้คนมีโรคเรื้อรังบรรพชา ...

... ให้คนมีรูปร่างไม่สมประกอบบรรพชา ๑- ...

... ให้คนตาบอดข้างเดียวบรรพชา ...

... ให้คนง่อยบรรพชา ...

... ให้คนกระจอกบรรพชา ...

... ให้คนเป็นโรคอัมพาตบรรพชา ...

... ให้คนเคลื่อนไหวเองไม่ได้บรรพชา ...

... ให้คนชราทุพพลภาพบรรพชา ...

... ให้คนตาบอดสองข้างบรรพชา ...

... ให้คนใบ้บรรพชา ...

... ให้คนหูหนวกบรรพชา ...

@เชิงอรรถ :

@๑ คนมีรูปร่างไม่สมประกอบ เรียกว่า “คนประทุษร้ายบริษัท” คือ คนมีรูปร่างผิดปกติ เช่น สูงเกินไป

@เตี้ยเกินไป ดำเกินไป ขาวเกินไป จมูกใหญ่เกินไป จมูกเล็กเกินไป (วิ.อ. ๓/๑๑๙/๙๖-๙๙)

... ให้คนทั้งบอดทั้งใบ้บรรพชา ...

... ให้คนทั้งบอดทั้งหนวกบรรพชา ...

... ให้คนทั้งใบ้ทั้งหนวกบรรพชา ...

... ให้คนทั้งบอดทั้งใบ้ทั้งหนวกบรรพชา ...

ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนี้ให้พระผู้มีพระภาคทรงทราบ

เรื่องทรงห้ามให้คนมือด้วนเป็นต้นบรรพชา

พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ไม่พึงให้คนมือด้วนบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนเท้าด้วนบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนทั้งมือทั้งเท้าด้วนบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนหูวิ่นบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนจมูกแหว่งบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนทั้งหูวิ่นทั้งจมูกแหว่งบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนนิ้วมือนิ้วเท้าขาดบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนง่ามมือง่ามเท้าขาดบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนเอ็นขาดบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนมือเป็นแผ่นบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนค่อมบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนเตี้ยบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนคอพอกบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนถูกสักหมายโทษบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนมีรอยเฆี่ยนด้วยหวายบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนมีหมายจับบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนเท้าปุกบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนมีโรคเรื้อรังบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนมีรูปร่างไม่สมประกอบบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนตาบอดข้างเดียวบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนง่อยบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนกระจอกบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนเป็นโรคอัมพาตบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนเคลื่อนไหวเองไม่ได้บรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนชราทุพพลภาพบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนตาบอดสองข้างบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนใบ้บรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนหูหนวกบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนทั้งบอดทั้งใบ้บรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนทั้งบอดทั้งหนวกบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนทั้งใบ้ทั้งหนวกบรรพชา ...

... ไม่พึงให้คนทั้งบอดทั้งใบ้ทั้งหนวกบรรพชา รูปใดให้บรรพชา ต้องอาบัติ ทุกกฏ”

นปัพพาเชตัพพทวัตติงสวาร จบ

ทายัชชภาณวารที่ ๙ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๔ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้าเรื่องห้ามอุปสมบทอุภโตพยัญชนกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๔ทายัชชภาณวารหัวข้อถัดไปทรงห้ามให้นิสสัยแก่อลัชชี