ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๔๐
  6. /
  7. …
  8. /
  9. อนุโลมติกปัฏฐาน
  10. /
  11. กุสลัตติกะ
  12. /
  13. ปัจจยวาร
  14. /
  15. ปัจจยปัจจนียนัย

ปัจจยปัจจนียนัย

เล่มที่ ๔๐ · ข้อ ๒๘๓ · บรรทัด ๓๓๕๗

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อรรถกถาปัจจยปัจจนียนัย

ก็กุศลย่อมไม่ได้ในปัจจนียนัย เพราะฉะนั้น ท่านจึงเริ่มวิสัชนาตั้งแต่อกุศลเป็นต้นไปว่า อกุสลํ ธมฺมํ ปจฺจยา ดังนี้. คำวิสัชนานั้นย่อมดำเนิไปตามบาลีเท่านั้น. ก็คำที่จะพึงกล่าวในวาระนี้ได้กล่าวไว้เรียบร้อยแล้วในปัจจนียนัยแห่งปฏิจจวาระ.

ก็ท่านกล่าวคำว่า นเหตุยา จตฺตาริ ในนเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ เป็นต้น เพื่อแสดงจำนวนวิสัชนาที่ได้ในปัจจนียนัยอันใดไว้ ในวิสัชนานั้นมีการกำหนด ๖ อย่าง คือวิสัชนา ๔ วาระ ๑๗ วาระ ๕ วาระ ๓ วาระ ๑ วาระ ในการเทียบเคียงปัจจัยที่มีมูล ๒ และมูล ๓ เป็นต้น พึงทราบการนับด้วยอำนาจการกำหนดเหล่านั้น เพราะว่า ปัจจัยใด ๑- ที่ได้วิสัชนาถึง ๑๗ วาระ เพราะเทียบเคียงกับปัจจัยที่เช่นเดียวกันกับปัจจัยนั้น. ____________________________ ๑- อรรถกถาบาลีไทยหน้า ๕๗๗ บรรทัดที่ ๔ ว่า โน ฉบับอื่นเป็น โย แปลตามฉบับอื่น เพราะตรงตามสภาวะ.

การกำหนดจำนวนได้แม้ทั้ง ๖ อย่างที่เหลือ ก็เพราะเทียบเคียงกับปัจจัยที่มีจำนวนต่ำกว่า. แม้ในการกำหนดจำนวนที่เหลือก็อย่างนี้. เมื่อเว้นการกำหนดจำนวนที่สูงกว่า ก็ย่อมได้จำนวนที่เท่ากันและต่ำกว่ากัน ในการนี้จะไม่ได้การกำหนดจำนวนที่สูงกว่า ฉะนั้น นี้จึงเป็นข้อนิยมในเรื่องการกำหนดจำนวนนี้.

ก็จำนวนที่เท่ากัน และจำนวนที่ต่ำกว่ากัน เมื่อความผิดแผกกันมีอยู่ เนื้อความก็ไม่ได้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า นเหตุปจฺจยา นารมฺมเณ เอกํ เพราะนเหตุปัจจัย ในอารัมมณปัจจัยมี ๑ วาระ ดังนี้เป็นต้น.

ความจริงในเรื่องนี้ น่าจะมีคำกล่าวว่า วิสัชนา ๔ วาระ ควรได้ด้วยอำนาจแห่งนเหตุปัจจัยเพราะพระบาลีมาแล้วว่า ในนเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ ในนอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ. แต่เพราะวิสัชนาเหล่านั้นเข้ากันกับอารัมมณธรรม สารัมมณธรรมจึงผิด เพราะฉะนั้น วิสัชนา ๓ วาระจึงลดไป คืออกุศลธรรมอิงอาศัยอกุศลธรรมเกิดขึ้น, อกุศลธรรมอิงอาศัยอัพยากตธรรมเกิดขึ้น, อกุศลธรรมอิงอาศัยอกุศลธรรมและอัพยากตธรรมเกิดขึ้น. วิสัชนา ๑ วาระเท่านั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ด้วยสามารถแห่งรูปว่า อัพยากตธรรมอิงอาศัยอัพยากตธรรมเกิดขึ้นดังนี้.

บัณฑิตครั้นทราบวิสัชนาที่ผิดแผกแตกต่างกันไปในปัจจัยทั้งปวงแล้วพึงทราบการกำหนดที่จะมีได้ด้วยประการฉะนี้.

อีกอย่างหนึ่ง ในอธิการนี้มีการแสดงเพียงนัยดังต่อไปนี้.

สองบทว่า นาธิปติยา จตฺตาริ ในนอธิปติปัจจัย มี ๔ วาระ คือวิสัชนาที่ได้แล้วในวิสัชนานเหตุปัจจัย.

แม้ในจตุกะที่เหลือก็นัยนี้เหมือนกัน.

สองบทว่า นานนฺตเร เอกํ ในนอนันตรปัจจัย มี ๑ วาระ คือ อัพยากตะกับอัพยากตะ ด้วยอำนาจรูปที่มีอเหตุกจิตเป็นสมุฏฐาน และรูปที่เหลือ. บัณฑิตพึงทราบรูปที่ประกอบได้ในปัจจัยหนึ่งๆ ทั้งหมดอย่างนี้.

แม้ในคำนี้ว่า นปุเรชาเต เทฺว ในนปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ ก็ควรจะกล่าวว่า ได้วิสัชนา ๔ วาระด้วยอำนาจนเหตุปัจจัย. แต่เพราะนเหตุปัจจัยเข้ากันได้กับนปุเรชาตปัจจัย วิสัชนา ๒ ข้อด้วยอำนาจวัตถุปุเรชาตะว่า อกุศลเกิดขึ้นเพราะอิงอาศัยอัพยากตธรรม อกุศลเกิดขึ้นเพราะอิงอาศัยอกุศลและอัพยากตะดังนี้ ต้องลดไป. ส่วนในอรูปภพท่านกล่าววิสัชนาไว้ ๒ ข้อ ด้วยอำนาจอเหตุกโมหะและอเหตุกกิริยา.

สองบทว่า นวิปฺปยุตเต เทฺว ในนวิปปยุตตปัจจัยมี ๒ วาระ คือวิสัชนา ๒ ข้อด้วยอำนาจอเหตุกอกุศลและอเหตุกกิริยา ในอรูปภพ.

ใน โนนตฺถิ โนวิคเต คำว่า เอกํ = ๑ พึงทราบว่าได้แก่อัพยากตะกับอัพยากตะ ด้วยอำนาจรูปทั้งหมด. ในปัจจัยที่มีมูล ๓ เป็นต้น แสดงไว้หมดแล้ว.

ส่วนในนารัมมณทุมูลกนัย คำว่า นาธิปติยา ปญฺจ ในนอธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ คือวิสัชนาที่ได้ในนอารัมมณปัจจัยนั่นเอง.

ในคำนี้ว่า นกมฺเม เอกํ ในนกัมมปัจจัย มี ๑ วาระ บัณฑิตไม่พึงถือเอาจิตตชรูปและกัมมชรูป พึงทราบเฉพาะอัพยากตะกับอัพยากตะ ด้วยอำนาจรูปที่เหลือ.

ในนาธิปติมูลกนัย คำว่า นปุเรชาเต สตฺต ในนปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ คือวิสัชนาที่ได้ในนปุเรชาตปัจจัยเท่านั้น.

คำว่า นปจฺฉาชาเต สตฺตรส ในนปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ ได้แก่วิสัชนา ๑๗ ข้อ ในนปัจฉาชาตปัจจัยเท่านั้น. วิสัชนาที่มีนอนันตรปัจจัย นสมนันตรปัจจัย นอัญญมัญญปัจจัย นอุปนิสสยปัจจัย นสัมปยุตตปัจจัย โนนัตถิปัจจัย โนวิคตปัจจัย เป็นมูล เหมือนกับปัจจัยที่มีนอารัมมณปัจจัยเป็นมูล. วิสัชนาที่ผ่านมาแล้วและยังไม่ถึง และวิสัชนาที่มีได้และมีไม่ได้ในปัจจัยทั้งหมด พึงทราบโดยการแสดงเพียงนัยนี้เท่านั้น. อรรถกถาปัจจยปัจจนียนัย จบ.

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๔๐ ข้อ ๒๘๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้ากุศลธรรม อาศัยกุศลธรรมกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๔๐ปัจจยวารหัวข้อถัดไปปัจจยานุโลมปัจจนียนัย