มงคล ๓๘
Maṅgala
สิ่งที่ทำให้มีโชคดี, ธรรมอันนำมาซึ่งความสุขความเจริญ
พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม
คำนิยาม
[353] มงคล 38 (สิ่งที่ทำให้มีโชคดี, ธรรมอันนำมาซึ่งความสุขความเจริญ - Maṅgala: blessings; เรียกเต็มว่า อุดมมงคล คือมงคลอันสูงสุด - highest blessing)
คาถาที่ 1
1. อเสวนา จ พาลานํ (ไม่คบคนพาล - Bāla-asevanā: not to associate with fools; to dissociate from the wicked)
2. ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา (คบบัณฑิต - Paṇḍitasevanā: to associate with the wise)
3. ปูชา จ ปูชนียานํ (บูชาคนที่ควรบูชา - Pūjaneyyapūjā: to honour those who are worthy of honour)
คาถาที่ 2
4. ปฏิรูปเทสวาโส จ (อยู่ในปฏิรูปเทศ, อยู่ในถิ่นมีสิ่งแวดล้อมดี - Paṭirūpadesavāsa: living in a suitable region; good environment)
5. ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตา (ได้ทำความดีให้พร้อมไว้ก่อน, ทำความดีเตรียมพร้อมไว้แต่ต้น - Pubbekatapuññatā: having formerly done meritorious deeds)
6. อตฺตสมฺมาปณิธิ จ (ตั้งตนไว้ชอบ - Attasammāpaṇidhi: setting oneself in the right course; right direction in self-guidance; perfect self-adjustment)
คาถาที่ 3
7. พาหุสจฺจญฺจ (เล่าเรียนศึกษามาก, ทรงความรู้กว้างขวาง, ใส่ใจสดับตรับฟังค้นคว้าหาความรู้อยู่เสมอ - Bāhusacca: great learning; extensive learning)
8. สิปฺปญฺจ (มีศิลปวิทยา, ชำนาญในวิชาชีพของตน - Sippa: skill; knowledge of the arts and sciences)
9. วินโย จ สุสิกฺขิโต (มีวินัยที่ได้ศึกษาดีแล้ว, มีระเบียบวินัยดี, ได้ฝึกอบรมตนไว้ดี - Vinaya: highly trained discipline)
10. สุภาสิตา จ ยา วาจา (วาจาสุภาษิต, รู้จักใช้วาจาพูดให้เป็นผลดี - Subhāsitavācā: well-spoken speech)
คาถาที่ 4
11. มาตาปิตุอุปฏฺฐานํ (บำรุงมารดาบิดา - Mātāpitu-upaṭṭhāna: support of mother and father)
12.-13. ปุตฺตทารสฺส สงฺคโห = ปุตฺตสงฺคห (สงเคราะห์บุตร - Puttasaṅgaha: cherishing of children) และ ทารสงฺคห (สงเคราะห์ภรรยา - Dārasaṅgaha: cherishing of wife)
14. อนากุลา จ กมฺมนฺตา (การงานไม่อากูล - Anākulakammanta: a livelihood which is free from complications)@๑
@๑ ท่านอธิบายว่า ได้แก่ อาชีพการงาน ที่ทำด้วยความขยันหมั่นเพียร เอาธุระ รู้จักกาล ไม่คั่งค้างย่อหย่อน - spheres of work which are free from such unprofitableness as dilatoriness and tardiness. (ขุทฺทก.อ. 153; KhA.139).
คาถาที่ 5
15. ทานญฺจ (รู้จักให้, เผื่อแผ่แบ่งปัน, บริจาคสงเคราะห์และบำเพ็ญประโยชน์ - Dāna: charity; liberality; generosity)
16. ธมฺมจริยา จ (ประพฤติธรรม, ดำรงอยู่ในศีลธรรม - Dhammacariyā: righteous conduct)
17. ญาตกานญฺจ สงฺคโห (สงเคราะห์ญาติ - Ñātakasaṅgaha: rendering aid to relations)
18. อนวชฺชานิ กมฺมานิ (การงานที่ไม่มีโทษ, กิจกรรมที่ดีงาม เป็นประโยชน์ ซึ่งไม่เป็นทางเสียหาย - Anavajjakamma: blameless actions; unexceptionable or beneficial activities)@๒
@๒ ท่านยกตัวอย่างไว้ เช่น การสมาทานอุโบสถ การบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ สร้างสวน ปลูกป่า สร้างสะพาน เป็นต้น (ขุทฺทก.อ. 156; KhA.141)
คาถาที่ 6
19. อารตี วิรตี ปาปา (เว้นจากความชั่ว - Pāpavirati: abstaining from evils and avoiding them)
20. มชฺชปานา จ สญฺญโม (เว้นจากการดื่มน้ำเมา - Majjapānasaññama: abstinence from intoxicants)
21. อปฺปมาโท จ ธมฺเมสุ (ไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย - Appamāda: diligence in virtue; perseverance in virtuous acts)
คาถาที่ 7
22. คารโว จ (ความเคารพ, การแสดงออกที่แสดงถึงความเป็นผู้รู้จักคุณค่าของบุคคล สิ่งของ สถานที่ หรือกิจการนั้นๆ และรู้จักให้ความสำคัญและความใส่ใจเอื้อเฟื้อโดยเหมาะสม - Gārava: reverence; respect; appreciative action)
23. นิวาโต จ (ความสุภาพอ่อนน้อม, ถ่อมตน - Nivāta: humility, courtesy; politeness)
24. สนฺตุฏฺฐี จ (ความสันโดษ, ความเอิบอิ่มพึงพอใจในผลสำเร็จที่ได้สร้างขึ้น หรือในลาภที่แสวงหามาได้ ด้วยเรี่ยวแรงความเพียรพยายามของตนโดยทางชอบธรรม - Santuṭṭhī: contentment)
25. กตญฺญุตา (มีความกตัญญู - Kataññutā: gratitude)
26. กาเลน ธมฺมสฺสวนํ (ฟังธรรมตามกาล, แสวงหาความรู้เกี่ยวกับหลักความจริง ความดีงาม และเรื่องที่เป็นประโยชน์ - Dhammassavana: the opportune hearing of the Dhamma; listening to good advice and the teaching of Truth on due occasions)
คาถาที่ 8
27. ขนฺตี จ (มีความอดทน - Khanti: patience; forbearance; tolerance)
28. โสวจสฺสตา (เป็นผู้ว่าง่ายสอนง่าย, พูดกันง่าย ฟังเหตุผล - Sovacassatā: amenability to correction; being easy to admonish)
29. สมณานญฺจ ทสฺสนํ (พบเห็นสมณะ, เยี่ยมเยือนเข้าหาท่านผู้สงบกิเลส - Samaṇadassana: seeing the monks or holy persons)
30. กาเลน ธมฺมสากจฺฉา (สนทนาธรรมตามกาล, หาโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นกัน เกี่ยวกับหลักความจริงความดีงามและเรื่องที่เป็นประโยชน์ - Dhammasākacchā: religious discussion at due seasons; regular or opportune discussion of Truth)
คาถาที่ 9
31. ตโป จ (มีความเพียรเผากิเลส, รู้จักบังคับควบคุมตน ไม่ปรนเปรอตามใจอยาก - Tapa: self-control; simple life)
32. พฺรหฺมจริยญฺจ (ประพฤติพรหมจรรย์, ดำเนินตามอริยมรรค, การรู้จักควบคุมตนในทางเพศ หรือถือเมถุนวิรัติตามควร@๓ - Brahmacariya: a holy life)
33. อริยสจฺจาน ทสฺสนํ (เห็นอริยสัจจ์, เข้าใจความจริงของชีวิต - Ariyasacca-dassana: discernment of the Noble Truths)
34. นิพฺพานสจฺฉิกิริยา จ (ทำพระนิพพานให้แจ้ง, บรรลุนิพพาน - Nibbāna-sacchikiriyā: realization of Nibbāna)
@๓ พรหมจรรย์ในที่นี้ มุ่งเอาอัฏฐังคิกมรรคเป็นหลัก แต่จะตีความแคบหมายถึงเมถุนวิรัติก็ได้ ความหมายอย่างหย่อนสำหรับคฤหัสถ์ คือ ถือพรหมจรรย์ในบุคคลที่มิใช่คู่ครอง หรือถือเด็ดขาดในวันอุโบสถ เป็นต้น
คาถาที่ 10
35. ผุฏฺฐสฺส โลกธมฺเมหิ จิตฺตํ ยสฺส น กมฺปติ (ถูกโลกธรรม จิตไม่หวั่นไหว - Akampitacitta: to have a mind which is not shaken when touched by worldly vicissitudes)
36. อโสกํ (จิตไร้เศร้า - Asokacitta: to have the mind which is free from sorrow)
37. วิรชํ (จิตปราศจากธุลี - Virajacitta: to have the mind which is undefiled)
38. เขมํ (จิตเกษม - Khemacitta: to have the mind which is secure)
แต่ละคาถามีบทสรุปว่า “เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ” (นี้เป็นมงคลอันอุดม - this is the highest blessing)
มีคาถาสรุปท้ายมงคลทั้ง 38 นี้ว่า
| “เอตาทิสานิ กตฺวาน | สพฺพตฺถมปราชิตา |
| สพฺพตฺถ โสตฺถึ คจฺฉนฺติ | ตนฺเตสํ มงฺคลมุตฺตมนฺติ.” |
แปลว่า “เทวะมนุษย์ทั้งหลายกระทำมงคลเช่นนี้แล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่ปราชัยในที่ทุกสถาน ย่อมถึงความสวัสดีในที่ทั้งปวง นี้คืออุดมมงคลของเทวะมนุษย์เหล่านั้น.”
(Those who have done these things see no defeat and go in safety everywhere. To them these are the highest blessings.)
ที่มา: พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พิมพ์ครั้งที่ ๔๓ — กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔ เผยแพร่ที่ 84000.org · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที