กาลิงคโพธิชาดก
ว่าด้วยการพยากรณ์ที่อันเป็นชัยภูมิ
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๗๙๐ · บรรทัด ๖๙๕๖ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

อรรถกถาชาดก ตอนที่ ๒ จาก ๒
เรื่องเล่า
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สมณโกลญฺํ แปลว่า บุตรแห่งดาบส. บทว่า จกฺกวตฺตยโต ความว่า ผู้มีมานะว่า เราเป็นพระเจ้าจักรพรรดิอธิบายว่าเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ. บทว่า ปริคฺคเหตฺวา ความว่า ตรวจดูภูมิภาค. บทว่า สมณุคีโต ความว่า อันพระพุทธเจ้าทั้งปวงพรรณนาแล้ว. บทว่าอนธิวรา แปลว่า ผู้มีคุณอันชั่งมิได้ ประมาณมิได้. บทว่า วิโรจนฺติ ความว่า ผู้กำจัดความมืดคือกิเลสทั้งปวงได้แล้ว ย่อมนั่งรุ่งเรืองอยู่ในภูมิภาคส่วนนี้ เหมือนพระสุริโยทัยทอแสงอ่อน ๆ ฉะนั้น. บทว่า ติณลตา ได้แก่หญ้าและเครือเถา. บทว่า มณฺโฑ ความว่า เป็นมณฑลแห่งแผ่นดินหนาถึงสองแสนสี่หมื่นโยชน์ เป็นสาระไม่ถูกอะไร ๆ ครอบงำได้ เป็นสถานที่ไม่หวั่นไหว เมื่อกัปยังดำรงอยู่ก็ดำรงอยู่ก่อน เมื่อกัปพินาศก็พินาศในภายหลัง. บทว่า อิติ โน สุตํ ความว่า ข้าพระองค์ได้สดับมาแล้วด้วยลักษณะมนต์อย่างนี้. บทว่า โอโรหิตฺวา ความว่า ขอเชิญพระองค์ลงจากอากาศแล้วจงกระทำการนอบน้อม คือกระทำการบูชาสักการะต่อสถานที่ เป็นที่กำจัดกิเลสของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์นี้. บทว่า เย เต ความว่า ช้างประเสริฐตัวบังเกิดในตระกูลอุโบสถ กล่าวคือช้างแก้วของพระเจ้าจักรพรรดิ. บทว่า เอตฺตาวตา ความว่า ช้างเชือกประเสริฐทั้งหมดนั้น ย่อมไม่ไปใกล้ประเทศมีประมาณเท่านี้ได้เลย แม้จะถูกตักเตือนก็ไม่เข้าไป. บทว่า อภิชาโตความว่า ช้างเชือกประเสริฐนี้ ในตระกูลอุโปสถ ครอบงำ ก้าวล่วง ตระกูลช้างทั้ง ๘ มีโคจริยาเป็นต้น. บทว่า กุญฺชรํ แปลว่า ชนิดสูงสุด. บทว่า เอตฺตาวตา ความว่า ช้างประเสริฐนี้ ไม่สามารถเข้าไปประเทศมีประมาณเท่านี้ได้ คือไม่อาจเข้าไปให้ยิ่งกว่านั้นไปได้ พระองค์เมื่อหวังเฉพาะจงให้สัญญาด้วยขอเพชรแล้วไสไป. บทว่า เวยฺยญฺชนิกวโจ นิสาเมตฺวา ความว่าดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พระราชาพระองค์นั้น ทรงตรวจตราใคร่ครวญถ้อยคำของกาลิงคภารทวาชปุโรหิตนั้นเชี่ยวชาญชำนาญในการพยากรณ์ลักษณะแล้วใคร่ครวญพิจารณาว่า เราจักรู้คำของผู้นี้เป็นความหรือไม่จริงดังนี้ จึงไสช้างพระนั่งไป. บทว่า โกญฺโจว อภินทิตฺวา ความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลายช้างเชือกประเสริฐนั้น อันพระราชาทรงเตือนแล้วด้วยขอประดับเพชรแล้วไสไป จึงเปล่งเสียงร้องเหมือนเสียงนกกระเรียน ถอยไปชูงวงขึ้นน้อมคอเข้าไปนั่งอยู่บนอากาศนั่นเอง ทำเป็นเหมือนไม่อาจจะนำภาระหนักไปได้.
ช้างพระที่นั่งนั้น เมื่อถูกพระเจ้าจักรพรรดิทิ่มแทงอยู่บ่อย ๆ ไม่อาจจะอดกลั้นทุกขเวทนาได้ทำกาละแล้ว.
ส่วนพระเจ้ากาลิงคะ เมื่อไม่ทราบว่าช้างทรงถึงแก่ความตาย จึงคงประทับอยู่ ณ ที่นั้น. ปุโรหิตภารทวาชะ ชาวกาลิงคะจึงกราบทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ช้างพระที่นั่งของพระองค์สิ้นชีวิตแล้ว ขอพระองค์ทรงก้าวไปสู่ช้างเชือกอื่นเถิด พระพุทธเจ้าข้า.
พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้นจึงตรัสพระคาถาที่ ๑๐ ว่า
ปุโรหิตภารทวาชะกาลิงครัฐ รู้ว่าช้างพระที่นั่ง สิ้นอายุแล้ว จึงรีบกราบทูลพระเจ้ากาลิงคะว่า ข้าแต่ พระมหาราชเจ้า ขอเชิญเสด็จไปทรงช้างพระที่นั่งเชือก อื่นเถิด ช่างพระที่นั่งเชือกนี้สิ้นอายุแล้วพระเจ้าข้า.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นาโค ขณายุโก ความว่า ช้างเชือกประเสริฐของพระองค์ ถึงความสิ้นชีวิตแล้ว เพราะเมื่อพระราชาจะทรงทำพระราชกิจอะไรๆ ไม่สามารถประทับนั่งบนหลังได้ ขอพระองค์จงทรงก้าวไปทรงช้างประเสริฐเชือกอื่น เพื่อเสด็จไปโดยที่สุดแห่งโพธิมณฑล.
ด้วยกำลังพระฤทธิ์ของพระเจ้ากาลิงคะ ช้างเชือกประเสริฐอื่นก็มาจากตระกูลอุโปสถแล้วน้อมหลังเข้าไปใกล้พระเจ้ากาลิงคะ. พระเจ้ากาลิงคะเสด็จประทับนั่งบนหลังของช้างเชือกนั้น. ขณะนั้น ช้างเชือกที่ตายก็ล้มลงไปบนพื้นดิน.
พระศาสดา เมื่อจะประกาศเนื้อความนั้นจึงตรัสพระคาถาอีกว่า
พระเจ้ากาลิงคะ ทรงสดับคำนั้นแล้วจึงรีบเสด็จ ไปทรงช้างพระที่นั่งเชือกใหม่ เมื่อพระราชาเสด็จก้าว ไปพ้นแล้ว ช้างพระที่นั่งที่ตายแล้วก็ล้มลง ณ พื้นดิน ที่นั่นเอง ถ้อยคำของปุโรหิต ผู้ชำนาญการพยากรณ์ เป็นอย่างใด ช้างพระที่นั่งเป็นอย่างนั้น.
ลำดับนั้น พระเจ้ากาลิงคราชจึงเสด็จลงจากอากาศ แล้วทอดพระเนตรดูโพธิมณฑลเห็นปาฏิหาริย์ เมื่อจะทรงสรรเสริญปุโรหิตภารทวาชะจึงตรัสว่า
พระเจ้ากาลิงคะ ได้ตรัสกะพราหมณ์ภารทวาชะ ชาวกาลิงครัฐ อย่างนี้ว่า ท่านเป็นสัมพุทธะ รู้เหตุ ทั้งปวงโดยแท้.
พราหมณ์ปุโรหิตมิได้รับคำสรรเสริญนั้น ตั้งตนไว้ในฐานะอันต่ำแล้วเข้าใกล้สรรเสริฐพระพุทธคุณเท่านั้น.
พระศาสดาเมื่อทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
กาลิงคพราหมณ์ เมื่อไม่รับคำสรรเสริญนั้น จึง ได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระองค์เป็นผู้ ชำนาญการพยากรณ์ชื่อว่า พุทธะ ผู้รู้เหตุทั้งปวงก็จริง.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เวยฺยญฺชนิกา ความว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ข้าพระองค์เห็นพยัญชนะแล้ว เป็นผู้สามารถเมื่อพยากรณ์ได้ชื่อว่าสุคตพุทธะ ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ก็พระพุทธเจ้าเป็นผู้รู้เหตุทั้งปวงเป็นผู้รู้ธรรมทั้งปวง ความที่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงทราบและทรงรู้แจ้งเหตุทั้งปวงต่างด้วยอดีตเหตุเป็นต้น คือพระพุทธเจ้าเหล่านั้นย่อมรู้เห็นทั้งปวงด้วยพระสัพพัญญุตญาณ โดยลักษณะ ส่วนข้าพระองค์ทั้งหลาย เป็นผู้สามารถในอาคม (นิกายเป็นที่มา) รู้ด้วยกำลังศิลปะเท่านั้น และรู้เพียงเอกเทศเดียวเท่านั้น ส่วนพระพุทธเจ้าทั้งหลายรู้เหตุทั้งปวงแล.
เจ้ากาลิงคะได้สดับพุทธคุณแล้วเกิดโสมนัส จึงให้ชนผู้อยู่ในสกลจักรวาลนำของหอมเเละมาลาเป็นอันมาก มากระทำการบูชาพระมหาโพธิมณฑลสิ้น ๗ วัน.
พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้นจึงได้ตรัสคาถา ๒ คาถาว่า
พระเจ้ากาลิงคะ ทรงนำเอามาลาและเครื่องลูบไล้พร้อมด้วยดนตรีต่าง ๆ ไปบูชาพระมหาโพธิ์แล้ว รับสั่งให้กระทำกำแพงแวดล้อมไว้. รับสั่งให้เก็บดอกไม้ประมาณหกหมื่นเล่มเกวียน มาบูชาโพธิมณฑลอันเป็นอนุตริยะ แล้วเสด็จกลับ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปายาสิ ความว่า ท้าวเธอได้เสด็จไปยังสำนักของพระชนกชนนีแล้ว ทรงรับสั่งให้ยกเสาทองคำ สูงประมาณ ๑๘ ศอกณ มหาโพธิมณฑลแล้วให้สร้างเวที แล้วไปด้วยแก้ว ๗ ประการ ถวายพระมหาโพธินั้น เกลี่ยทรายเจือด้วยแก้ว ให้สร้างกำแพงล้อมไว้ ให้สร้างซุ้มประตู ให้รวบรวมดอกไม้ประมาณหกหมื่นเล่มเกวียนทุกวัน ๆ แล้วบูชาโพธิมณฑลด้วยประการฉะนี้. แต่ในบาลีมาเพียงเท่านี้ว่า สฏฺิวาหสหสฺสานิ ปุปฺผานํ ดอกไม้ประมาณหกหมื่นเล่มเกวียน.
พระเจ้ากาลิงคะ ครั้นทรงทำการบูชาพระมหาโพธิอย่างนี้แล้ว เสด็จไปหาพระชนกชนนีมาสู่เมืองทันตุปุระแล้วบำเพ็ญกุศลทั้งหลายมีทานเป็นต้นสิ้นพระชนม์แล้วบังเกิดในดาวดึงสพิภพ.
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงตรัสว่า อานนท์ได้ทำการบูชาโพธิมณฑลในบัดนี้เท่านั้นก็หามิได้ แม้ในกาลก่อน อานนท์ก็ได้กระทำการบูชาโพธิมณฑลแล้วเหมือนกัน แล้วตรัสประชุมชาดกว่า พระเจ้ากาลิงคะ ในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระอานนท์ ส่วนปุโรหิตชื่อว่าภารทวาชะชาวกาลิงคะคือเราตถาคตแล.
จบอรรถกถากาลิงคชาดก
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๐ หน้า ๒๖๗–๒๗๙ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
เตรสนิบาตชาดก ๕๘ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๕๘ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
๖ กาลิงฺคชาตกํ ฯ
ราชา กาลิงฺโค จกฺกวตฺตีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อานนฺทตฺเถเรน กตํ มหาโพธิปูชํ อารพฺภ กเถสิ ฯ
เวเนยฺยสงฺคหตฺถาย หิ ตถาคเต ชนปทจาริกํ ปกฺกนฺเต สาวตฺถิวาสิโน คนฺธมาลาทิหตฺถา เชตวนํ คนฺตฺวา อญฺญํ ปูชนียฏฺฐานํ อลภิตฺวา คนฺธกุฏิทฺวาเร ปาเตตฺวา คจฺฉนฺติ เตน อุฬารปาโมชฺชา โหนฺติ ฯ ตํ การณํ ญตฺวา อนาถปิณฺฑิโก ตถาคตสฺส เชตวนํ อาคตกาเล อานนฺทตฺเถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ภนฺเต อยํ วิหาโร ตถาคเต จาริกํ ปกฺกนฺเต นิปฺปจฺจโย โหติ มนุสฺสานํ คนฺธมาลาทีหิ ปูชนียฏฺฐานํ น โหติ สาธุ ภนฺเต ตถาคตสฺส อิมมตฺถํ อาโรเจตฺวา เอกสฺส ปูชนียฏฺฐานสฺส สกฺกุเณยฺยภาวํ ชานาถาติ ฯ โส สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตถาคตํ ปุจฺฉิ กติ นุโข ภนฺเต เจติยานีติ ฯ ตีณิ อานนฺทาติ ฯ กตมานิ ตีณีติ ฯ สารีริกํ ปาริโภคิกํ อุทฺทิสิกนฺติ ฯ สกฺกา ปน ภนฺเต ตุมฺเหสุ จรนฺเตสุเยว เจติยํ กาตุนฺติ ฯ อานนฺท สารีริกํ น สกฺกา กาตุํ ตมฺหิ พุทฺธานํ ปรินิพฺพุตกาเล โหติ อุทฺทิสิกมวตฺถุกํ มมายนมตฺตเมว โหติ พุทฺเธหิ ปริภุตฺโต มหาโพธิ พุทฺเธสุ ธรนฺเตสุปิ ปรินิพฺพุเตสุปิ เจติยเมวาติ ฯ ภนฺเต ตุมฺเหสุ ปกฺกนฺเตสุ เชตวนมหาวิหาโร อปฺปฏิสรโณ โหติ มนุสฺสา ปูชนียฏฺฐานํ น ลภนฺติ มหาโพธิโต พีชํ อาหริตฺวา เชตวนทฺวาเร โรเปสฺสามิ ภนฺเตติ อาห ฯ สาธุ อานนฺท โรเปหิ เอวํ สนฺเต เชตวเน มม นิพทฺธวาโส วิย ภวิสฺสตีติ ฯ เถโร โกสลนรินฺทสฺส อนาถปิณฺฑิกสฺส วิสาขาทีนญฺจ อาโรเจตฺวา เชตวนทฺวาเร โพธิโรปนฏฺฐาเน อาวาฏํ ขณาเปตฺวา มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรํ อาห ภนฺเต อหํ เชตวนทฺวาเร โพธึ โรเปสฺสามิ มหาโพธิโต เม โพธิปกฺกํ อาหรถาติ ฯ เถโร สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อากาเสน โพธิมณฺฑํ คนฺตฺวา วณฺฑา ปริคลนฺตํ ปกฺกํ ภูมึ อปฺปตฺตเมว จีวเรน สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อาทาย อาหริตฺวา อานนฺทตฺเถรสฺส อทาสิ ฯ อานนฺทตฺเถโร อชฺช กิร โพธึ โรเปสฺสามาติ โกสลราชาทีนํ อาโรเจสิ ฯ ราชา สายณฺหสมเย มหนฺเตน ปริวาเรน สพฺพูปกรณานิ คาหาเปตฺวา อาคมิ ฯ ตถา อนาถปิณฺฑิโก จ วิสาขา จ อญฺโญ จ สทฺโธ ชโน ฯ เถโร มหาโพธิโรปนฏฺฐาเน มหนฺตํ สุวณฺณกฏาหํ ฐเปตฺวา เหฏฺฐา ฉิทฺทํ กาเรตฺวา อิทํ โพธิปกฺกํ โรเปหิ มหาราชาติ รญฺโญว อทาสิ ฯ โส จินฺเตสิ รชฺชํ นาม น สพฺพกาลํ อมฺหากํ ติฏฺฐติ อิทํ มยา อนาถปิณฺฑิเกน โรปาเปตุํ วฏฺฏตีติ ฯ โส ตํ โพธิปกฺกํ มหาเสฏฺฐิสฺส หตฺเถ ฐเปสิ ฯ อนาถปิณฺฑิโก คนฺธกลลํ วิยูหิตฺวา ตตฺถ ปาเตสิ ฯ ตสฺมึ ตสฺส หตฺถโต มุตฺตมตฺเตเยว สพฺเพสํ ปสฺสนฺตานญฺจ นงฺคลสีสปฺปมาโณ โพธิขนฺโธ ปญฺญาสหตฺถุพฺเพโธ อุฏฺฐหิ ฯ จตูสุ ทิสาสุ อุทฺธญฺจาติ ปญฺจ มหาสาขา ปณฺณาสหตฺถาว นิกฺขมึสุ ฯ อิติ โส ตํขณญฺเญว วนปฺปติเชฏฺฐโก หุตฺวา อฏฺฐาสิ ฯ ราชา อฏฺฐสตมตฺเต สุวณฺณรชฏฆเฏ คนฺโธทเกน ปูเรตฺวา นีลุปฺปลหตฺถกาทิปฏิมณฺฑิเต มหาโพธึ ปริกฺขิปิตฺวา ปุณฺณฆฏปนฺติโย นาม ฐปาเปสิ สตฺตรตนมยํ เวทิกํ กาเรสิ สุวณฺณมิสฺสกํ วาลุกํ โอกิริ ปาการปริกฺเขปํ กาเรสิ สตฺตรตนมยทฺวารโกฏฺฐกํ กาเรสิ ฯ สกฺกาโร มหา อโหสิ ฯ เถโร ตถาคตํ อุปสงฺกมิตฺวา ภนฺเต ตุมฺเหหิ มหาโพธิมูเล สมาปนฺนสมาปตฺตึ มยา โรปิตโพธิมูเล นิสีทิตฺวา มหาชนสฺส หิตตฺถาย สมาปชฺชถาติ อาห ฯ อานนฺท กึ กเถสิ มยิ มหาโพธิมณฺเฑ สมาปนฺนสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา นิสินฺเน อญฺโญ ปเทโส ธาเรตุํ น สกฺโกตีติ ฯ ภนฺเต มหาชนสฺส หิตตฺถาย อิมสฺส ภูมิปฺปเทสสฺส ธูรนิยาเมน สมาปตฺติสุเขน ตํ โพธิมูลํ ปริภุญฺชถาติ ฯ สตฺถา เอกรตฺตึ สมาปตฺติสุเขน ตํ ปริภุญฺชิ ฯ เถโร โกสลราชาทีนํ กเถตฺวา โพธิมหํ นาม กาเรสิ ฯ โสปิ โข โพธิ อานนฺทตฺเถเรน โรปิตตฺตา อานนฺทโพธิเยวาติ ปญฺญายิตฺถ ฯ ตทา ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ อายสฺมา อานนฺโท ธรนฺเตเยว ตถาคเต โพธึ โรปาเปตฺวา มหาปูชํ กโรติ อโห มหาคุโณ เถโรติ ฯ สตฺถา อาคนฺตฺวา กาย นุตฺถ ภิกฺขเว เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนาติ ปุจฺฉิตฺวา อิมาย นามาติ วุตฺเต น ภิกฺขเว อิทาเนว ปุพฺเพปิ อานนฺโท สปริวาเรสุ จตูสุ มหาทีเปสุ มนุสฺเส คเหตฺวา พหุคนฺธมาเล อาหราเปตฺวา มหาโพธิมณฺเฑ โพธิมหํ กาเรสิเยวาติ วตฺวา อตีตํ อาหริ
อตีเต กาลิงฺครฏฺเฐ ทนฺตปุรนคเร กาลิงฺโค นาม ราชา รชฺชํ กาเรสิ ฯ ตสฺส มหากาลิงฺโค จุลฺลกาลิงฺโคติ เทฺว ปุตฺตา อเหสุํ ฯ เตสุ เนมิตฺตกา เชฏฺฐปุตฺตํ ปิตุ อจฺจเยน รชฺชํ กาเรสฺสตีติ พฺยากรึสุ ฯ กนิฏฺฐํ ปน อยํ อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ภิกฺขาย จริสฺสติ ปุตฺโต ปนสฺส จกฺกวตฺติ ภวิสฺสตีติ พฺยากรึสุ ฯ อปรภาเค เชฏฺฐปุตฺโต ปิตุ อจฺจเยน ราชา อโหสิ ฯ กนิฏฺโฐ ปน อุปราชา ฯ โส ปุตฺโต กิร เม จกฺกวตฺติ ภวิสฺสตีติ ปุตฺตํ นิสฺสาย มานมกาสิ ฯ ราชา อสหนฺโต จุลฺลกาลิงฺคํ คณฺหาติ เอกํ อตฺถจรกํ อาณาเปสิ ฯ โส คนฺตฺวา กุมาร ราชา ตํ คณฺหาเปตุกาโม ตว ชีวิตํ รกฺขาติ อาห ฯ โส อตฺตโน ลญฺจมุทฺทิกญฺจ สุขุมกมฺพลญฺจ ขคฺคญฺจาติ อิมานิ ตีณิ อตฺถจรกสฺส อมจฺจสฺส ทสฺเสตฺวา อิมาย สญฺญาย มม ปุตฺตสฺส รชฺชํ ทเทยฺยาถาติ วตฺวา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา รมณีเย ภูมิภาเค อสฺสมํ กตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา นทีตีเร วาสํ กปฺเปสิ ฯ มทฺทรฏฺเฐปิ สาคลนคเร มทฺทรญฺโญ อคฺคมเหสี ธีตรํ วิชายิ ฯ ตํ เนมิตฺตกา อยํ ภิกฺขํ จริตฺวา ชีวิสฺสติ ปุตฺโต ปนสฺสา จกฺกวตฺติ ภวิสฺสตีติ พฺยากรึสุ ฯ ชมฺพูทีปราชาโน ตํ ปวุตฺตึ สุตฺวา เอกปฺปหาเรเนว อาคนฺตฺวา นครํ รุนฺธึสุ ฯ มทฺทราชา จินฺเตสิ สจาหํ อิมํ เอกสฺส ทสฺสามิ เสสราชาโน กุชฺฌิสฺสนฺติ มม ธีตรํ รกฺขิสฺสามีติ ธีตรญฺจ ภริยญฺจ คเหตฺวา อญฺญาตกเวเสน ปลายิตฺวา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา กาลิงฺคกุมารสฺส อสฺสมปทโต อุปริภาเค อสฺสมํ กตฺวา ปพฺพชิตฺวา อุญฺฉาจริยาย ชีวิตํ กปฺเปนฺโต ตตฺถ ปฏิวสติ ฯ มาตาปิตโร ธีตรํ รกฺขิสฺสามาติ ตํ อสฺสมปเท กตฺวา ผลาผลตฺถาย คจฺฉนฺติ ฯ สา เตสํ คตกาเล นานาปุปฺผานิ คเหตฺวา ปุปฺผจุมฺพิตกํ กตฺวา คงฺคาตีเร ฐเปสิ ฯ โสปาณปนฺตี วิย ชาโต ฯ เอโก สุปุปฺผิโต อมฺพรุกฺโข อตฺถิ ฯ ตํ อภิรุยฺหิตฺวา กีฬิตฺวา ปุปฺผจุมฺพิตกํ ขิปติ ฯ ตํ เอกทิวสํ คงฺคายํ นฺหายนฺตสฺส กาลิงฺคกุมารสฺส สีเส ลคฺคิ ฯ โส โอโลเกตฺวา อิทํ เอกาย อิตฺถิยา กตํ โน จ โข มหลฺลิกาย กตํ ตรุณกุมาริกาย กตํ วิมํสิสฺสามิ ตาว นนฺติ กิเลสวเสน อุปริคงฺคํ คนฺตฺวา ตสฺสา อมฺพรุกฺเข นิสีทิตฺวา มธุเรน สเรน คายนฺติยา สทฺทํ สุตฺวา รุกฺขมูลํ คนฺตฺวา ตํ ทิสฺวา ภทฺเท กานาม ตฺวนฺติ อาห ฯ มานุสีหมสฺมิ สามีติ ฯ เตนหิ โอตราหีติ ฯ น สกฺกา สามิ อหํ ขตฺติยาติ ฯ ภทฺเท อหํ ขตฺติโยว โอตราหีติ ฯ สามิ น วจนมตฺเตเนว ขตฺติโย โหติ ยทิ ขตฺติโย ขตฺติยมายํ กเถถาติ ฯ เต อุโภปิ อญฺญมญฺญํ ขตฺติยมายํ กถยึสุ ฯ เตสํ ปิยสํวาสวเสน วสนฺตานํ ราชธีตา คพฺภํ ลภิตฺวา ทสมาสจฺจเยน ธญฺญปุญฺญลกฺขณสมฺปนฺนํ ปุตฺตํ วิชายิ ฯ กาลิงฺโคติสฺส นามํ อกํสุ ฯ โส วยปฺปตฺโต ปิตุ เจว อยฺยกสฺส จ สนฺติเก สพฺพสิปฺปานํ นิปฺผตฺตึ ปาปุณิ ฯ อถสฺส ปิตา นกฺขตฺตโยควเสน ภาตุ มตภาวํ ญตฺวา ตาต มา ตฺวํ อรญฺเญ วส เปเตยฺโย มหากาลิงฺโค กาลกโต ตฺวํ ทนฺตปุรํ คนฺตฺวา กุลสนฺตกํ รชฺชํ คณฺหาหีติ วตฺวา อตฺตนา อานีตํ มุทฺทิกญฺจ กมฺพลญฺจ ขคฺคญฺจ ทตฺวา ตาต ทนฺตปุรนคเร อสุกวีถิยํ อมฺหากํ อตฺถจรโก อมจฺโจ อตฺถิ ตสฺส เคเห สยนมชฺเฌ โอตริตฺวา อิมานิ ตีณิ รตนานิ ตสฺส ทสฺเสตฺวา มม ปุตฺตภาวํ อาจิกฺข โส ตํ รชฺเช ปติฏฺฐเปสฺสตีติ อุยฺโยเชสิ ฯ โส มาตาปิตโร จ อยฺยเก จ วนฺทิตฺวา ปุญฺญมหิทฺธิยา อากาเสน อาคนฺตฺวา อมจฺจสฺส สยนปิฏฺเฐเยว โอตริตฺวา โกสิ ตฺวนฺติ ปุฏฺโฐ จุลฺลกาลิงฺคสฺส ปุตฺโตมฺหีติ อาจิกฺขิตฺวา ตานิ รตนานิ ทสฺเสสิ ฯ อมจฺโจ ราชปริสาย อาโรเจสิ ฯ อมจฺจา นครํ อลงฺการาเปตฺวา ตสฺส ฉตฺตํ อุสฺสาปยึสุ ฯ อถสฺส กาลิงฺคสฺส ภารทฺวาโชนาม ปุโรหิโต ตสฺส จกฺกวตฺติวตฺตานิ อาจิกฺขิ ฯ โส ตํ วตฺตํ ปูเรสิ ฯ อถสฺส ปณฺณรสุโปสถทิวเส จกฺกทหโต จกฺกรตนํ อุโปสถกุลโต หตฺถิรตนํ วลาหกอสฺสราชกุลโต อสฺสรตนํ เวปุลฺลปพฺพตโต มณิรตนํ อาคมิ อิตฺถีคหปติปรินายกรตนานิ ปาตุภวึสุ ฯ โส จกฺกวาฬคพฺเภ รชฺชํ คณฺหิตฺวา เอกทิวสํ ฉตฺตึสโยชนาย เสนาย ปริวุโต สพฺพเสตํ เกลาสกูฏปฏิภาคํ หตฺถึ อภิรุยฺห มหนฺเตน สิริวิลาเสน มาตาปิตูนํ สนฺติกํ ปายาสิ ฯ อถสฺส สพฺพพุทฺธานํ ชยมณฺฑลสฺส ปฐวินาภิภูตสฺส มหาโพธิมณฺฑลสฺส อุปริภาเคน นาโค คนฺตุํ นาสกฺขิ ฯ ราชา ปุนปฺปุนํ โจเทสิ ฯ โส นาสกฺขิเยว ฯ
ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา ปฐมํ คาถมาห
ราชา กาลิงฺโค จกฺกวตฺติ ธมฺเมน ปฐวิมนุสาสิ
อคมาสิ โพธิสมีปํ นาเคน มหานุภาเวนาติ ฯ
อถสฺส รญฺโญ ปุโรหิโต รญฺญา สทฺธึ คจฺฉนฺโต อากาเสน อาวรณํ นาม นตฺถิ กึ นุโข ราชา หตฺถึ เปเสตุํ น สกฺโกติ วิมํสิสฺสามีติ อากาสโต โอรุยฺห สพฺพพุทฺธานํ ชยปลฺลงฺกํ ปฐวินาภิมณฺฑลภูตํ ภูมิภาคํ ปสฺสิ ฯ ตทา กิร ตตฺถ อฏฺฐกรีสมตฺเต ฐาเน สสกมสฺสุมตฺตํปิ ติณํ นาม นตฺถิ รชฏปฏวณฺณา วาลุกา วิปฺปกิณฺณา โหติ ฯ สมนฺตา ติณลตาวนปฺปตโย โพธิมณฺฑํ ปทกฺขิณํ กตฺวา อาวตฺติตฺวา โพธิมณฺฑาภิมุขาว อฏฺฐํสุ ฯ พฺราหฺมโณ ภูมิภาคํ โอโลเกตฺวา อิทํ หิ สพฺพพุทฺธานํ สพฺพกิเลสวิธํสนฏฺฐานํ อิมสฺส อุปริภาเคน สกฺกาทีหิปิ น สกฺกา คนฺตุนฺติ จินฺเตตฺวา กาลิงฺครญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา โพธิมณฺฑสฺส วณฺณํ กเถตฺวา ราชานํ โอตราติ อาห ฯ
ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อิมา คาถา อาห
กาลิงฺโค ภารทฺวาโช ราชานํ กาลิงฺคสมณโกลญฺญํ
จกฺกวตฺตยโต ปริคฺคเหตฺวา ปญฺชลี อิทมโวจ
ปจฺโจโรห มหาราช ภูมิภาโคยํ สมณุคีโต
อิธ อนธิวรา พุทฺธา อภิสมฺพุทฺธา วิโรจนฺติ ฯ
ปทกฺขิณโต อาวฏฺฏา ติณลตา อสฺมึ ภูมิภาคสฺมึ
ปฐวิยา อยํ มณฺโฑ อิติ โน สุตํ มหาราช ฯ
สาครปริยนฺตาย สพฺพภูตธรณิยา
ปฐวิยา อยํ มณฺโฑ โอโรหิตฺวา นโม กโรหิ ฯ
เย เต ภวนฺติ นาคา อภิชาตาว กุญฺชรา
เอตฺตาวตา ปเทสํ ตํ เต นาคา เนวมุปยนฺติ ฯ
อภิชาโต นาโค กามํ เปเสหิ กุญฺชรํ ทนฺตึ
เอตฺตาวตา ปเทสา จ น สกฺกา นาเคน อุปคนฺตุํ ฯ
ตํ สุตฺวา กาลิงฺโค ราชา เวยฺยญฺชนิกวโจ นิสาเมตฺวา
สมฺเปเสสิ นาคํ อุยฺยาม มยํ ยถา อิทํ วจนํ ฯ
สมฺเปสิโต จ รญฺญา นาโค โกญฺโจว อภินทิตฺวาน
ปฏิสกฺกิตฺวา นิสีทิ ครุภารํ อสหมาโนติ ฯ
ตตฺถ สมณโกลญฺญนฺติ ตาปสานํ ปุตฺตํ ฯ จกฺกวตฺตยโตติ จกฺกวตฺตยมานํ จกฺกวตฺตินฺติ อตฺโถ ฯ ปริคฺคเหตฺวาติ ภูมิภาคํ วิมํสิตฺวา ฯ สมณุคีโตติ สพฺพพุทฺเธหิ วณฺณิโต ฯ อนธิวราติ อตุลฺยา อปฺปเมยฺยา ฯ วิโรจนฺตีติ วิหตสพฺพกิเลสนฺธการา ตรุณสุริโย วิย อิธ นิสินฺนา วิโรจนฺติ ฯ ติณลตาติ ติณานิ จ ลตานิ จ ฯ มณฺโฑติ จตุนหุตาธิกทฺวิโยชนสตสหสฺสพหลาย ปฐวิยา มณฺโฑ สาโร นาภิภูโต อจลฏฺฐานํ กปฺเป สณฺฐหนฺเต ปฐมํ สณฺฐหติ วินสฺสนฺเต ปจฺฉา วินสฺสติ ฯ อิติ โน สุตนฺติ เอวํ อมฺเหหิ ลกฺขณมนฺตวเสน สุตํ ฯ โอโรหิตฺวาติ อากาสา โอตริตฺวา อิมสฺส สพฺพพุทฺธานํ กิเลสวิธํสนฏฺฐานสฺส นมการํ กโรหิ ปูชาสกฺการมนุวเธหิ ฯ เย เตติ เย เต จกฺกวตฺติรญฺโญ หตฺถิรตนสงฺขาตา อุโปสถกุเล นิพฺพตฺตนาคา ฯ เอตฺตาวตาติ สพฺเพปิ เต เอตฺตกํ ปเทสํ เนวมุปยนฺติ โจทิยมานาปิ น อุปคจฺฉนฺติเยว ฯ อภิชาโตติ โคจริยาทีนิ อฏฺฐ หตฺถิกุลานิ อภิภวิตฺวา อติกฺกมิตฺวา อุโปสถกุเล ชาโต ฯ กุญฺชรนฺติ อุตฺตมํ ฯ เอตฺตาวตาติ เอตฺตโก ปเทโส สกฺกา เอเตน นาเคน อุปคนฺตุํ อิโต อุตฺตรึ น สกฺกา อภิกงฺขนฺโต วชิรงฺกุเสน สญฺญํ ทตฺวา เปเสหีติ ฯ เวยฺยญฺชนิกวโจ นิสาเมตฺวาติ ภิกฺขเว โส ราชา ตสฺส ลกฺขณปาฐกสฺส เวยฺยญฺชนิกสฺส กาลิงฺคภารทฺวาชสฺส วโจ นิสาเมตฺวา อุปธาเรตฺวา ชานิสฺสาม มยํ ยถา อิมสฺส วจนํ ยทิ วา สจฺจํ ยทิ วา อลิกนฺติ วิมํสนฺโต นาคํ เปเสตีติ อตฺโถ ฯ โกญฺโจว อภินทิตฺวานาติ ภิกฺขเว โส นาโค เตน รญฺญา วชิรงฺกุเสน โจเทตฺวา เปสิโต โกญฺจสกุโณ วิย นทิตฺวา ปฏิสกฺกิตฺวา โสณฺฑํ อุกฺขิปิตฺวา คีวํ อุนฺนาเมตฺวา ครุภารํ วหิตุํ อสกฺโกนฺโต วิย อากาเสเยว นิสีทิ ฯ
โส เตน ปุนปฺปุนํ วิชฺฌิยมาโน เวทนํ สหิตุํ อสกฺโกนฺโต กาลมกาสิ ฯ ราชา ปนสฺส มตภาวํ อชานนฺโต ตถา นิสินฺโนว อโหสิ ฯ กาลิงฺคภารทฺวาโช มหาราช ตว นาโค นิรุทฺโธ อญฺญํ หตฺถึ สงฺกมาติ อโวจ ฯ
ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา ทสมํ คาถมาห
กาลิงฺโค ภารทฺวาโช นาคํ ขีณายุกํ วิทิตฺวาน
ราชานํ กาลิงฺคํ ตรมาโน อชฺฌภาสิตฺถ
อญฺญํ สงฺกม นาคํ นาโค ขีณายุโก มหาราชาติ ฯ
ตตฺถ นาโค ขีณายุโกติ นาโค เต ชีวิตกฺขยํ ปตฺโต ยํกิญฺจิ กโรนฺเตน น หิ สกฺกา ปิฏฺเฐ นิสินฺเนน โพธิมณฺฑมตฺถเกน คนฺตุํ อญฺญํ นาคํ สงฺกมาติ ฯ
รญฺโญ ปุญฺญิทฺธิพเลน อญฺโญ นาโค อุโปสถกุลโต อาคนฺตฺวา ปิฏฺฐึ อุปนาเมสิ ฯ ราชา ตสฺส ปิฏฺฐิยํ โอปนิสีทิ ฯ ตสฺมึ ขเณ มตหตฺถี ภูมิยํ ปติ ฯ
ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อิตรคาถมาห
ตํ สุตฺวา กาลิงฺโค ตรมาโน
สงฺกมิ นาคํ สงฺกนฺเตว รญฺเญ
นาโค ตตฺเถว ปติ ภูมฺยา
เวยฺยญฺชนิกวโจ ยถา ตถา อหุ นาโคติ ฯ
อถ ราชา อากาสา โอรุยฺห โพธิมณฺฑํ โอโลเกตฺวา ปาฏิหาริยํ ทิสฺวา ภารทฺวาชสฺส ถุตึ กโรนฺโต อาห
กาลิงฺคภารทฺวาชํ กาลิงฺโค พฺราหฺมณํ อิทมโวจ
ตวเมวาสิ สมฺพุทฺโธ สพฺพญฺญู สพฺพทสฺสาวีติ ฯ
พฺราหฺมโณ ตํ อนธิวาเสนฺโต อตฺตานํ นีเจ ฐาเน ฐเปตฺวา พุทฺเธเยว อุปสงฺกมิตฺวา วณฺเณสิ ฯ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อิมา คาถา อภาสิ
ตํ อนธิวาเสนฺโต กาลิงฺโค พฺราหฺมโณ อิทมโวจ
เวยฺยญฺชนิกา หิ มยํ พุทฺธา สพฺพญฺญุโน มหาราช ฯ
สพฺพญฺญู สพฺพวิทู จ พุทฺธา ลกฺขเณน ชานนฺติ
อาคมพลสา หิ มยํ พุทฺธา สพฺพํ ปชานนฺตีติ ฯ
ตตฺถ เวยฺยญฺชนิกาติ มหาราช มยํ พฺยญฺชนํ ทิสฺวา พฺยากรณสมตฺถา สุคตพุทฺธานาม มหาราช พุทฺธา ปน สพฺพญฺญู สพฺพวิทู พุทฺธา หิ อตีตาทิเภทํ สพฺพํ ชานนฺติเจว วิทิยนฺติ จ สพฺพญฺญุตญาเณน เต สพฺพํ ชานนฺติ ลกฺขเณน มยํ ปน อาคมพลสา อตฺตโน สิปฺปพเลเนว ชานาม ตญฺจ เอกเทสเมว พุทฺธา ปน สพฺพํ ปชานนฺตีติ ฯ
ราชา พุทฺธคุเณ สุตฺวา โสมนสฺสปฺปตฺโต หุตฺวา สกลจกฺกวาฬ- วาสิเกหิ พหุํ คนฺธมาลํ อาหราเปตฺวา มหาโพธิมณฺเฑ สตฺตาหํ โพธิปูชํ กาเรสิ ฯ
ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต อิมํ คาถาทฺวยมาห
มหายิตฺวาน สมฺโพธึ นานาตุริเยหิ วิชฺชมาเนหิ
มาลาวิเลปนํ อภิหริตฺวา ปาการปริกฺเขปํ กาเรสิ
อถ ราชา ปายาสิ ฯ
สฏฺฐิวาหสหสฺสานิ ปุปฺผานิ สนฺนิปาตยิ
ปูเชสิ ราชา กาลิงฺโค โพธิมณฺฑมนุตฺตรนฺติ ฯ
ตตฺถ ปายาสีติ มาตาปิตูนํ สนฺติกํ อคมาสิ โส มหาโพธิมณฺเฑ อฏฺฐารสหตฺถํ สุวณฺณถมฺภํ อุสฺสาเปสิ ตสฺส สตฺตรตนมยํ เวทิกํ การาเปสิ รตนมิสฺสกวาลิกํ โอกิริตฺวา ปาการปริกฺเขปํ กาเรสิ สตฺตรตนมยํ ทฺวารโกฏฺฐกํ กาเรสิ เทวสิกํ ปุปฺผานิ สฏฺฐิวาหสหสฺสานิ ปาตยิ เอวํ โพธิมณฺฑํ ปูเชสิ ฯ ปาลิยํ ปน สฏฺฐิวาหสหสฺสานํ ปุปฺผานนฺติ เอตฺตกเมวาคตํ ฯ
เอวํ มหาโพธิปูชํ กตฺวา คนฺตฺวา มาตาปิตโร อาทาย ทนฺตปูรเมว อาคนฺตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺติ ฯ
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา น ภิกฺขเว อิทาเนว ปุพฺเพปิ อานนฺโท โพธิปูชํ อกาสิเยวาติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา กาลิงฺโค อานนฺโท อโหสิ กาลิงฺคภารทฺวาโช ปน อหเมวาติ ฯ
กาลิงฺคชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ
ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๔๐
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗