ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. เตสกุณชาดก
ชาดกที่ ๕๒๑ · จัตตาฬีสนิบาตชาดก

เตสกุณชาดก

ว่าด้วยนกตอบปัญหาพระราชา

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๔๓๘ · บรรทัด ๑๐๐๗๕ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากเตสกุณชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๑ จาก ๔

เรื่องเล่า

พระศาสดา เมื่อเสด็จประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ตรัสพระธรรมเทศนานี้ ด้วยสามารถโอวาทแก่พระเจ้าโกศล มีคำเริ่มต้นว่า เวสฺสนฺตรํ ตํ ปุจฺฉามิ ดังนี้.

ความพิสดารว่า พระศาสดาตรัสเชิญพระราชานั้น ซึ่งเสด็จมาทรงธรรม มารับสั่งว่า ดูก่อนมหาบพิตร ธรรมดาพระราชาควรครองราชย์โดยธรรม เพราะสมัยใด พระราชาเป็นผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม สมัยนั้น แม้ข้าราชการทั้งหลาย ก็เป็นผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม ดังนี้แล้ว ทรงโอวาทโดยนัยแห่งพระสูตรที่มาในจตุกนิบาต และตรัสพรรณนาโทษและอานิสงส์ในการลุอำนาจอคติและไม่ลุอำนาจอคติ ทรงยังโทษในกามทั้งหลายให้พิสดาร โดยนัยเป็นต้นว่ากามทั้งหลายเปรียบได้กับความฝันแล้วตรัสว่า

ดูก่อนมหาบพิตร ความผัดเพี้ยนกับมฤตยูย่อม ไม่มีแก่สัตว์เหล่านี้ การรับสินบนก็ไม่มี การยุทธ์ ก็ไม่มี ชัยชนะก็ไม่มี สัตว์ทั้งมวลล้วนมีความตายเป็น เบื้องหน้า.

เมื่อสัตว์เหล่านั้นไปสู่ปรโลก เว้นกัลยาณธรรมที่ตนกระทำไว้แล้วชื่อว่าที่พึ่งอย่างอื่นไม่มีเลย จําต้องละสิ่งที่ปรากฏเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้ไปแน่นอน ไม่ควรที่จะอาศัยยศทำความประมาท ชอบที่จะเป็นผู้ไม่ประมาทเสวยราชย์โดยธรรมอย่างเดียว แม้เมื่อพระพุทธเจ้ายังไม่ได้เสด็จอุบัติ โบราณกษัตริย์ทั้งหลายตั้งอยู่ในโอวาทของบัณฑิต เสวยราชย์โดยธรรม เสด็จไปยังเทพนครให้เต็มบริบูรณ์ อันพระเจ้าโกศลทรงทูลอาราธนาจึงทรงนำอดีตนิทานมาตรัส ดังต่อไปนี้

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัต เสวยราชสมบัติ ในพระนครพาราณสี ไม่มีพระราชโอรส ถึงทรงปรารถนาอยู่ก็ไม่ได้พระโอรส หรือพระธิดา วันหนึ่ง พระองค์เสด็จประพาสพระราชอุทยาน กับข้าราชบริพารจำนวนมาก ทรงเล่นในพระราชอุทยานตลอดวัน ลาดพระที่บรรทม ณ โคนต้นมงคลสาลพฤกษ์ บรรทมหลับไปหน่อยหนึ่ง ตื่นบรรทมแล้ว ทรงแลดูต้นรังทอดพระเนตรเห็นรังนกอยู่บนต้นไม้นั้น พอทอดพระเนตรเห็นเท่านั้น ก็เกิดพระเสน่หา จึงดำรัสเรียกมหาดเล็กคนหนึ่ง มาตรัสสั่งว่าเจ้าขึ้นต้นไม้นี้จงดูให้รู้ว่า ในรังนกนั้นมีอะไรอยู่หรือไม่มี. มหาดเล็กขึ้นไป เห็นฟองไข่อยู่ในรังนกนั้น ๓ ฟอง จึงกราบทูลให้ทรงทราบ พระราชาตรัสว่า ถ้าเช่นนั้น เจ้าอย่าปล่อยลมหายใจลงบนไข่เหล่านั้น จงแผ่สำลีลงในผอบ วางฟองนกเหล่านั้นไว้ในผอบแล้วค่อย ๆ ลงมา ครั้นตรัสสั่งให้มหาดเล็กลงมาแล้ว ทรงรับผอบด้วยพระหัตถ์ ตรัสถามพวกอำมาตย์ว่า นี่เป็นไข่นกจำพวกไหน ? อำมาตย์ทั้งหลาย พากันกราบทูลว่า ข้าพระพุทธเจ้าไม่ทราบ พวกนายพรานคงจักรู้พระราชาจึงตรัสสั่งให้พวกนายพรานเข้าเฝ้าแล้วตรัสถาม พวกนายพรานกราบทูลว่า ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ฟองนกเหล่านี้ใบหนึ่งเป็นฟองนกฮูก ใบหนึ่งเป็นฟองนกสาลิกา ใบหนึ่งเป็นฟองนกแขกเต้าตรัสถามว่า ฟองนกทั้งสามอยู่รวมรังเดียวกันได้หรือ ? กราบทูลว่า ได้พระพุทธเจ้าข้า เมื่อไม่มีอันตราย ฟองนกที่แม่กกไว้ดีแล้ว ย่อมไม่ฉิบหาย พระราชาทรงดีพระทัย ดำริว่า นกเหล่านี้จักเป็นลูกของเรา โปรดให้อำมาตย์สามคนรับฟองนกไว้คนละฟอง ตรัสสั่งว่า นกเหล่านี้จักเป็นลูกของเรา พวกท่านช่วยประคับประคองให้ดี เวลาลูกนกออกมาจากกระเปาะฟองจงบอกเรา.

อำมาตย์ทั้งสามต่างรักษาฟองนกเหล่านั้นเป็นอันดี ในจำนวนฟองไข่เหล่านั้น ฟองนกฮูกแตกออกก่อน อำมาตย์จึงเรียกนายพรานคนหนึ่งมาถามว่าแกรู้ไหมว่าตัวเมียหรือตัวผู้ ? เมื่อนายพรานนั้นพิจารณาดูแน่แล้ว บอกว่าตัวผู้จึงเข้าไปเฝ้าพระราชากราบทูลว่า ขอเดชะ โอรสของพระองค์เกิดแล้ว พระพุทธเจ้าข้า. พระราชาทรงปลาบปลื้ม พระราชทานทรัพย์แก่อำมาตย์นั้นเป็นอันมากตรัสกำชับส่งไปว่า เจ้าจงประคับประคองลูกเราให้ดี จงตั้งชื่อว่า " เวสสันดร " อำมาตย์นั้นได้กระทำตามพระบรมราชโองการ ล่วงมาอีกสองสามวัน ฟองนกสาลิกาก็แตกออก อำมาตย์คนนั้น จึงให้นายพรานพิสูจน์ดู รู้ว่าเป็นตัวเมียจึงไปยังราชสำนักกราบทูลว่า ขอเดชะ ราชธิดาของพระองค์เกิดแล้ว พระพุทธเจ้าข้า พระราชาทรงดีพระทัย พระราชทานทรัพย์แก่อำมาตย์แม้คนนั้นมากมาย แล้วตรัสกำชับส่งไปว่า เจ้าจงประคับประคองธิดาของเราให้ดี และจงตั้งชื่อว่า " กุณฑลินี " แม้อำมาตย์นั้นก็กระทำตามกระแสพระราชดำรัสล่วงมาอีกสองสามวัน ฟองนกแขกเต้าก็แตก แม้อำมาตย์นั้นก็ให้นายพรานพิสูจน์ดู เมื่อเขาบอกว่า ตัวผู้ จึงไปยังราชสำนัก กราบทูลว่า ขอเดชะโอรสของพระองค์เกิดแล้วพระพุทธเจ้าข้า. พระราชาทรงดีพระทัย พระราชทานทรัพย์แก่อำมาตย์แม้นั้นเป็นอันมาก แล้วตรัสกำชับส่งไปว่า เจ้าจงจัดการทำมงคลแก่ลูกของเราด้วยบริวารเป็นอันมาก แล้วตั้งชื่อเขาว่า " ชัมพุกะ " อำมาตย์นั้นก็กระทำตามพระราชดำรัส แม้นกทั้งสาม ก็เจริญมาในเรือนของอำมาตย์ทั้งสามคนด้วยการบริหารอย่างราชกุมาร.

พระราชามักตรัสเรียกว่าบุตรของเรา ธิดาของเรา ดังนี้เนือง ๆ ครั้งนั้นพวกอำมาตย์ ของพระองค์พากันยิ้มเยาะกันว่า ท่านทั้งหลายจงดู การกระทำของพระราชา เที่ยวตรัสเรียกกระทั่งสัตว์เดียรัจฉานว่า บุตรของเรา ธิดาของเราพระราชาทรงสดับดังนั้น จึงทรงดำริว่า อำมาตย์พวกนี้ยังไม่รู้ปัญญาสัมปทาแห่งลูกทั้งสามของเราจักต้องทำให้ปรากฏแก่เขา จึงตรัสใช้อำมาตย์คนหนึ่งไปหาเจ้าเวสสันดรให้แจ้งว่า พระบิดาของท่านอยากจะตรัสถามปัญหา จะเสด็จมาถามได้เมื่อไร ? อำมาตย์ไปไหว้เจ้าเวสสันดรแล้ว แจ้งพระกระแสรับสั่งให้ทราบ. เจ้าเวสสันดรจึงเชิญอำมาตย์ผู้เลี้ยงดูตนมาถามว่า เขาบอกว่า พระราชบิดาของฉันใคร่จะตรัสถามปัญหากะฉัน เมื่อพระองค์เสด็จมาที่นี่ ควรที่เราจะทำสักการะ จะให้พระองค์เสด็จมาเมื่อไรเล่าพ่อ ? อำมาตย์ตอบว่า จากนี้ไปอีกเจ็ดวัน จึงเชิญเสด็จ. เจ้าเวสสันดรได้ฟังดังนั้น จึงส่งข่าวกราบทูลว่า พระราชบิดาของฉันเสด็จมาได้ในวันที่เจ็ดนับแต่นี้ไป. อำมาตย์นั้นกลับมาทูลแด่พระราชา. ถึงวันที่เจ็ด พระราชาตรัสสั่งให้เที่ยวตีกลองประกาศ ในพระนครแล้วเสด็จไปยังที่อยู่ของบุตร เจ้าเวสสันดรสั่งให้ทำมหาสักการะแด่พระราชา โดยที่แม้ทาสและกรรมกรก็ให้ทำสักการะด้วย พระราชาเสวยในเรือนของนกเวสสันดรทรงรับการต้อนรับสมพระเกียรติ แล้วเสด็จกลับไปพระราชนิเวศน์ ตรัสสั่งให้ทำมหามณฑปที่พระลานหลวง ให้เที่ยวตีกลองประกาศในพระนครแล้วประทับนั่งในมณฑปอลงกต แวดล้อมไปด้วยมหาชน ทรงส่งพระราชสาสน์ไปยังสำนักของอำมาตย์ว่า จงนำเจ้าเวสสันดรมาเถิด. อำมาตย์ให้เจ้าเวสสันดรจับบนตั่งทองนำมาถวาย นกเวสสันดรจับบนพระเพลาพระราชบิดา เล่นหัวกับพระราชบิดา แล้วบินไปจับบนตั่งทองนั้นตามเดิม.

ลำดับนั้น พระราชา เมื่อจะตรัสถามราชธรรมกะเจ้าเวสสันดร ในท่ามกลางมหาชน จึงตรัสปฐมคาถา ความว่า

เราขอถามเจ้าเวสสันดร นกเอ๋ย ขอความเจริญ จงมีแก่เจ้า กิจอะไรที่บุคคลผู้ประสงค์เสวยราชสมบัติ กระทำแล้วเป็นกิจประเสริฐ.

พึงทราบวินิจฉัยในคาถานั้นดังต่อไปนี้ พระราชาทรงทักทายเจ้าเวสสันดรนั้นว่า นกเอ๋ย.

บทว่า กึสุ ความว่า กิจอะไรที่ผู้ใคร่ครองราชย์กระทำแล้ว เป็นของดี คือสูงสุด พ่อเอ๋ย เจ้าจงบอกราชธรรมทั้งมวลแก่ข้าเถิด. นัยว่า พระราชานั้น ดำรัสถามเจ้าเวสสันดรนั้นอย่างนี้.

นกเวสสันดร ได้ฟังพระราชดำรัสแล้ว ยังไม่ทูลแก้ปัญหา เมื่อจะทูลท้วงพระราชาด้วยความประมาท จึงกล่าวคาถาที่สอง ความว่า

นานนักหนอ พระเจ้ากังสราช พระราชบิดาเรา ผู้ทรงสงเคราะห์ชาวเมืองพาราณสี เป็นผู้ประมาท ได้ตรัสถามเราผู้บุตร ซึ่งหาความประมาทมิได้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตาตา ได้แก่ พระราชบิดา. บทว่า กํโส นี้ เป็นชื่อของพระราชานั้น. บทว่า พาราณสิคฺคโท ความว่าทรงประพฤติสงเคราะห์ชาวเมืองพาราณสี ด้วยสังคหวัตถุ ๔ ประการ. บทว่า ปมตฺโต ความว่า เสด็จอยู่ในสำนักแห่งบัณฑิตเห็นปานนี้ ชื่อว่าเป็นผู้ประมาทแล้ว เพราะมิได้ตรัสถามปัญหา. บทว่า อปฺปมตฺตํ ความว่า พอกพูนเลี้ยงเราผู้ชื่อว่าไม่ประมาทแล้ว เพราะประกอบด้วยคุณความดีมีศีลเป็นต้น. บทว่า ปิตา ได้แก่ พระราชบิดาผู้พอกเลี้ยง. บทว่า อโจทยิ ความว่านกเวสสันดรกล่าวว่า พระราชบิดาถูกพวกอำมาตย์ล้อเลียนว่า ตรัสเรียกสัตว์เดียรัจฉานว่าเป็นบุตร ทรงถึงความประมาทแล้ว เพิ่งโจทย์ คือตรัสถามปัญหาในวันนี้ สิ้นกาลนานนัก.

เจ้าเวสสันดรทูลท้วงด้วยคาถาอย่างนี้แล้ว ทูลว่า ขอเดชะ พระชนกมหาราช ขึ้นชื่อว่า พระราชาควรดำรงอยู่ในธรรม ๓ ประการ เสวยราชสมบัติโดยธรรม เมื่อจะแสดงราชธรรม จึงกล่าวคาถา ความว่า

ข้าแต่บรมกษัตริย์ ธรรมดาพระราชาควรห้าม มุสาวาท ความโกรธและความร่าเริงก่อนทีเดียว แต่ นั้นพึงตรัสสั่งให้กระทำกิจทั้งหลาย คำที่ข้าพระพุทธเจ้า กล่าวมานั้น นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่า เป็นกิจของ พระราชา. ข้าแต่พระบิดา เมื่อก่อนพระองค์ทรงรักใคร่ และเกลียดชังแล้วพึงทรงทำกรรมใด กรรมนั้นที่พระองค์ทรงทำแล้ว พึงยังพระองค์ให้เดือดร้อน โดยไม่ ต้องสงสัย แต่นั้นพระองค์ไม่ควรทรงกระทำกรรม นั้นอีก. ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงบำรุงรัฐ เมื่อกษัตริย์ประมาทแล้ว โภคสมบัติทุกอย่าง ในแว่นแคว้นย่อมพินาศ ข้อนั้นนักปราชญ์กล่าวว่าเป็นความทุกข์ของพระราชา. ข้าแต่พระบิดา เทพธิดาชื่อ สิริ และชื่อ ลักขี ถูกสุจิปริวารเศรษฐีถาม ได้ตอบว่า ข้าพเจ้าย่อมยินดี ในบุรุษผู้มีความขยันหมั่นเพียร ไม่มีความริษยา. ข้าแต่พระมหาราชเจ้า กาลกรรณีผู้ทำลายจักร ย่อมยินดีในบุรุษผู้ริษยา ผู้มีใจชั่ว ผู้ประทุษร้ายการงาน. ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระองค์จงทรงเป็นผู้มี พระทัยดี ต่อคนทั้งปวง จงทรงพิทักษ์รักษาคนทั้งปวง จงทรงบรรเทาเสียซึ่งคนไม่มีราศี จงมีคนมีราศีเป็น ที่พำนักเถิด. ข้าแต่พระองค์ ผู้เป็นใหญ่แห่งชนชาวกาสี บุรุษ ผู้มีราศี สมบูรณ์ด้วยความเพียร มีอัธยาศัยใหญ่ย่อม ตัดโคนและยอดของศัตรูทั้งหลายได้. ข้าแต่พระองค์ ผู้เป็นใหญ่ของประชาชน ความ จริง แม้ท้าวสักกะก็ไม่ทรงประมาทในความหมั่นเพียร ท้าวเธอทรงกระทำความเพียรในกัลยาณธรรม ตั้ง พระทัยมั่น ในความขยันหมั่นเพียร. คนธรรพ์ พรหม เทวดา เป็นผู้เป็นอยู่อาศัย พระราชาเช่นนั้น เมื่อพระราชาทรงอุตสาหะ ไม่ทรง ประมาท เทวดาทั้งหลายย่อมคุ้มครองป้องกัน. ข้าแต่พระบิดา พระองค์จงทรงเป็นผู้ไม่ประมาท ไม่ทรงพระพิโรธ แล้วตรัสสั่งให้ทำกิจทั้งหลาย จงทรง พยายามในกิจทั้งหลาย เพราะคนเกียจคร้าน ย่อมไม่ พบความสุข. ข้อความที่ข้าพระองค์กล่าวแก้แล้ว ในปัญหา ของพระองค์นั้น ข้อนี้เป็นอนุสาสนี สามารถยังผู้ เป็นมิตรให้ถึงความสุข และยังคนผู้เป็นศัตรูให้ถึง ความทุกข์ได้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปเมเนว วิตถํ ความว่า ข้าแต่เสด็จพ่อธรรมดาพระราชา ควรห้ามมุสาวาทเสียแต่ตอนต้น. อธิบายว่า แว่นแคว้นของพระราชาผู้ตรัสมุสา ย่อมไม่มีโอชา. สิ่งสักว่า รัตนะเจ็ด ย่อมเข้าไปภายใต้สถานที่กระทำโอชาในแผ่นดิน. แต่นั้น ในอาหาร ในน้ำมัน น้ำผึ้งน้ำอ้อยเป็นต้น หรือในโอสถทั้งหลาย ย่อมหาโอชามิได้. ประชาชนบริโภคอาหารขาดโอชา ย่อมเกิดเจ็บป่วยไข้มาก. รายได้ทั้งทางบกทางน้ำ ย่อมไม่เกิดขึ้นในแว่นแคว้น เมื่อรายได้ไม่เกิด พระราชาก็ต้องถึงความยากลำบาก. พระองค์ย่อมไม่ทรงสามารถสงเคราะห์เสวกามาตย์ได้. เหล่าเสวกามาตย์ มิได้รับสงเคราะห์ ต่างก็จะไม่มองดูพระราชา ด้วยจิตเคารพยำเกรง. ข้าแต่เสด็จพ่อขึ้นชื่อว่ามุสาวาทนี้ ขาดโอชาอย่างนี้. ฉะนั้น จึงไม่ควรกล่าวมุสาวาทนั้นแม้เพราะเหตุแห่งชีวิต. แต่ควรกำหนดถือเอาสุภาษิตข้อที่ว่า ความสัตย์ดีกว่ารสทั้งหลาย ดังนี้เท่านั้น. อนึ่ง ขึ้นชื่อว่า มุสาวาทเป็นเครื่องกำจัดคุณความดีมีความวิบัติเป็นที่สุด กระทำให้มีอเวจีเป็นเบื้องหน้าในวารจิตที่สอง. อนึ่งในเนื้อความนี้ ควรแสดงเจติยชาดก มีอาทิว่า ธรรมแลอันบุคคลกำจัดแล้วย่อมกำจัดเขา ดังนี้.

บทว่า โกธํ ความว่า ข้าแต่เสด็จพ่อ ธรรมดาพระราชาควรห้ามแม้ความโกรธอันมีความขัดเคืองเป็นลักษณะก่อนเหมือนกัน. ข้าแต่เสด็จพ่อเพราะว่า ความโกรธของคนเหล่าอื่น ย่อมไม่ถึงจุดเดือดรวดเร็ว แต่ของพระราชาย่อมถึง. ธรรมดาพระราชาทั้งหลาย มีวาจาเป็นอาวุธ กริ้วแล้วย่อมยังคนอื่นให้พินาศได้ แม้ด้วยอาการเพียงทรงชำเลืองดู เพราะฉะนั้นพระราชาอย่ามีความโกรธเกินกว่าคนอื่น ๆ ควรเพรียบพร้อมด้วยขันติคุณเมตตาคุณ และความเอื้อเอ็นดู แลดูพสกนิกรเหมือนโอรสที่รักของตน. ข้าแต่เสด็จพ่อ ก็พระราชผู้ยิ่งด้วยความโกรธเป็นเจ้าเรือน ย่อมไม่สามารถรักษาพระเกียรติยศที่เกิดขึ้นได้ อนึ่ง เพื่อแสดงเนื้อความนี้ ควรแสดงขันติวาทีชาดกแลจุลลธัมมปาลชาดก. แท้จริง ในจุลลธัมมปาลชาดก พระเจ้ามหาปตาปนราชตรัสสั่งให้ปลงพระชนม์พระราชโอรส เมื่อพระเทวีมีพระหทัยแตกสิ้นพระชนมชีพเพราะเศร้าโศกถึงพระโอรสแล้ว แม้พระองค์เองก็เศร้าโศกถึงพระเทวี มีพระหทัยแตกสวรรคตไปเหมือนกัน. ครั้งนั้น อำมาตย์ทั้งหลายต้องถวายพระเพลิง ณ พระเมรุมาศแห่งเดียวกัน ถึง ๓ พระศพ. เพราะฉะนั้น พระราชาควรเว้นมุสาวาทเป็นอันดับแรก อันดับที่สองควรเว้นความโกรธ.

บทว่า หาสํ ได้แก่ ความรื่นเริง. อนึ่ง ปาฐะก็อย่างนี้เหมือนกัน. อธิบายว่า พระราชาควรหักห้ามความเป็นคนขี้เล่น ในราชกิจต่าง ๆ ด้วยความมีพระหฤทัยฮึกเหิม คือห้ามความสนุกสนานเสีย. ข้าแต่พระราชบิดาธรรมดาพระราชาไม่ควรจะเป็นคนขี้เล่น ไม่ควรจะเชื่อถือผู้อื่น ต้องจัดการราชกิจทุกอย่าง โดยประจักษ์แจ้งแก่พระองค์เองเท่านั้น เพราะพระราชามีพระหฤทัยฮึกเหิมแล้ว เมื่อทรงกระทำราชกิจจะไม่พินิจพิจารณา ย่อมยังพระอิสริยยศที่ได้แล้วให้พินาศ. อนึ่ง เนื้อความในอธิการนี้ ควรแสดงความที่พระเจ้าทัณฑกีราชในสรภังคชาดก ทรงเชื่อถ้อยคำของปุโรหิต แล้วผิดในท่านกีสวัจฉดาบส ขาดสูญพร้อมด้วยรัฐมณฑลบังเกิดในกุกกุลนรก ควรแสดงความที่พระเจ้าเมชฌราช ในมาตังคชาดก ทรงเชื่อถ้อยคำของพวกพราหมณ์ ผิดในท่านมาตังคดาบส แล้วขาดสูญไปพร้อมกับรัฐมณฑล บังเกิดในนรก และควรแสดงความที่ตระกูลวาสุเทพ เชื่อถือถ้อยคำของราชทารกพี่น้องสิบคนผู้หลงงมงาย แล้วผิดในท่านกัณหทีปายนดาบส ถึงความพินาศฉิบหายไปในฆฏปัณฑิตชาดก.

บทว่า ตโต กิจฺจานิ กาเรยฺย ความว่า ข้าแต่พระราชบิดาพระราชาเว้นมุสาวาทเป็นอันดับแรก ความโกรธเป็นอันดับที่สอง ความสนุกสนานไม่เป็นธรรม เป็นอันดับที่สามแล้ว ต่อแต่นั้น จึงควรตรัสสั่งให้กระทำราชกิจที่ควรทำต่อชาวแว่นแคว้น ในภายหลัง. บทว่า ตํ วตํ อาหุ ขตฺติย ความว่า ข้าแต่พระขัตติยมหาราช คำใดที่ข้าพเจ้าทูลแล้ว โปราณกบัณฑิตกล่าวคำนั้นว่า เป็นวัตรสมาทานของพระราชา. บทว่า น ตํ กยิราความว่า ข้าแต่พระราชบิดา กรรมใดอันเป็นเครื่องทำความร้อนใจในภายหลังด้วยสามารถแห่งกิเลสมีราคะเป็นต้น ซึ่งเป็นของที่พระองค์ทรงกระทำไว้แล้วต่อกรรมที่ทำไว้ก่อนนั้นมา พระองค์ไม่ควรทำ คืออย่าทรงทำกรรมเช่นนั้นอีก.

ตอนที่ ๑ / ๔ตอนถัดไป

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๑ หน้า ๕๔๕–๕๗๘ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

จัตตาฬีสนิบาตชาดก · ๑๓๒ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๓๒ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

จตฺตาลีสนิปาตวณฺณนา

เตสกุณชาตกํ

เวสฺสนฺตรํ ตํ ปุจฺฉามีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต โกสลรญฺโญ โอวาทวเสน กเถสิ ฯ

ตํ หิ ราชานํ ธมฺมสฺสวนตฺถาย อาคตํ สตฺถา อามนฺเตตฺวา มหาราช รญฺญา นาม ธมฺเมน รชฺชํ กาเรตพฺพํ ยสฺมึ หิ สมเย ราชาโน อธมฺมิกา โหนฺติ ราชยุตฺตาปิ ตสฺมึ สมเย อธมฺมิกา โหนฺตีติ จตุกฺกนิปาเต อาคตสุตฺตนเยน โอวทิตฺวา อคติคมเน อคติอคมเน จ อาทีนวํ อานิสํสญฺจ กเถตฺวา สุปินกูปมา กามาติ อาทินา นเยน กาเมสุ อาทีนวํ วิตฺถาเรตฺวา มหาราช อิเมสํ หิ สตฺตานํ

มจฺจุนา สงฺคโร นตฺถิ ลญฺจคาโห น วิชฺชติ

ยุทฺธํ นตฺถิ ชโย นตฺถิ สพฺเพ มจฺจุปรายนา เตสํ ปรโลกํ คจฺฉนฺตานํ ฐเปตฺวา อตฺตนา กตํ กลฺยาณกมฺมํ อญฺญา ปติฏฺฐา นาม นตฺถิ เอวํ อิตฺตรปจฺจุปฏฺฐานํ อวสฺสํ ปหาตพฺพํ ยสํ นิสฺสาย ปมาทํ กาตุํ น วฏฺฏติ อปฺปมตฺเตเนว หุตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรตุํ วฏฺฏติ โปราณกราชาโน อนุปฺปนฺเนปิ พุทฺเธ ปณฺฑิตานํ โอวาเท ฐตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรตฺวา เทวนครํ ปูรยมานา คมึสูติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺโต รชฺชํ กาเรนฺโต อปุตฺตโก อโหสิ ปตฺเถนฺโต ปุตฺตํ วา ธีตรํ วา น ลภิ ฯ โส เอกทิวสํ มหนฺเตน ปริวาเรน อุยฺยานํ คนฺตฺวา ทิวสภาคํ อุยฺยาเน กีฬิตฺวา มงฺคลสาลรุกฺขมูเล สยนํ อตฺถริตฺวา โถกํ นิทฺทายิตฺวา ปพุทฺโธ สาลรุกฺขํ โอโลเกตฺวา ตตฺถ สกุณกุลาวกํ ปสฺสิ ฯ สห ทสฺสเนเนวสฺส สิเนโห อุปฺปชฺชิ ฯ โส เอกํ ปุริสํ ปกฺโกสาเปตฺวา อิมํ รุกฺขํ อภิรุหิตฺวา เอตสฺมึ กุลาวเก กสฺสจิ อตฺถิตํ วา นตฺถิตํ วา ชานาหีติ อาห ฯ โส อภิรุหิตฺวา ตตฺถ ตีณิ อณฺฑกานิ ทิสฺวา รญฺโญ อาโรเจสิ ฯ ราชา เตนหิ เอเตสํ อุปริ นาสวาตํ มา วิสชฺเชสีติ วตฺวา จงฺโกฏเก กปฺปาสปิจุํ อตฺถริตฺวา ตตฺเถว ตานิ อณฺฑกานิ ฐเปตฺวา สนิกํ โอตราหีติ โอตาราเปตฺวา จงฺโกฏกํ หตฺเถน คเหตฺวา กตรสกุณณฺฑกานิ นาเมตานีติ อมจฺเจ ปุจฺฉิ ฯ เต มยํ น ชานาม เนสาทา ชานิสฺสนฺตีติ วทึสุ ฯ ราชา เนสาเท ปกฺโกสาเปตฺวา ปุจฺฉิ ฯ เนสาทา มหาราช เอเตสุ เอกํ อุลูกอณฺฑํ เอกํ สาลิกาอณฺฑํ เอกํ สุวกอณฺฑนฺติ กถยึสุ ฯ กึ ปน เอกสฺมึ กุลาวเก ติณฺณํ สกุณิกานํ อณฺฑานิ โหนฺตีติ ฯ อาม เทว ปริปนฺเถ อสติ สุนิกฺขิตฺตานิ น นสฺสนฺตีติ ฯ ราชา ตุสฺสิตฺวา อิเม มม ปุตฺตา ภวิสฺสนฺตีติ ตานิ ตีณิ อณฺฑานิ ตโย อมจฺเจ ปฏิจฺฉาเปตฺวา อิเม มยฺหํ ปุตฺตา ภวิสฺสนฺติ ตุมฺเห สาธุกํ ปฏิชคฺคิตฺวา อณฺฑโกสโต นิกฺขนฺตกาเล มม อาโรเจยฺยาถาติ อาห ฯ เต ตานิ สาธุกํ รกฺขึสุ ฯ เตสุ ปฐมํ อุลูกอณฺฑํ ภิชฺชิ ฯ อมจฺโจ เอกํ เนสาทํ ปกฺโกสาเปตฺวา อิตฺถีภาวํ วา ปุริสภาวํ วา ชานาหีติ วตฺวา เตน ตํ วีมํสิตฺวา ปุริโสติ วุตฺเต ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุตฺโต เต เทว ชาโตติ อาห ฯ ราชา ตุฏฺโฐ ตสฺส พหุํ ธนํ ทตฺวา ปุตฺตกํ เม สาธุกํ ปฏิชคฺค เวสฺสนฺตโรติ จสฺส นามํ กโรหีติ วตฺวา อุยฺโยเชสิ ฯ โส ตถา อกาสิ ฯ ตโต กติปาหจฺจเยน สาลิกาอณฺฑํ ภิชฺชิ ฯ โสปิ อมจฺโจ ตํ เนสาเทน วีมํสาเปตฺวา อิตฺถีติ สุตฺวา รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา ธีตา เต เทว ชาตาติ อาห ฯ ราชา ตุฏฺโฐ ตสฺสปิ พหุํ ธนํ ทตฺวา ธีตรํ เม สาธุกํ ปฏิชคฺค กุณฺฑลินีติ จสฺส นามํ กโรหีติ วตฺวา อุยฺโยเชสิ ฯ โสปิ ตถา อกาสิ ฯ ปุน กติปาหจฺจเยน สุวกณฺฑํ ภิชฺชิ ฯ โสปิ อมจฺโจ ตํ เนสาเทน วีมํสิตฺวา ปุริโสติ วุตฺเต รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา ปุตฺโต เต เทว ชาโตติ อาห ฯ ราชา ตุฏฺโฐ ตสฺสปิ พหุํ ธนํ ทตฺวา ปุตฺตสฺส เม มหนฺเตน ปริวาเรน มงฺคลํ กตฺวา ชมฺพุโกติ จสฺส นามํ กโรหีติ วตฺวา อุยฺโยเชสิ ฯ โสปิ ตถา อกาสิ ฯ เต ตโยปิ สกุณา ติณฺณํ อมจฺจานํ เคเหสุ ราชกุมารปริหาเรน วฑฺฒนฺติ ฯ ราชา มม ปุตฺโต มม ธีตาติ โวหรติ ฯ อถสฺส อมจฺจา อญฺญมญฺญํ อวหสนฺติ ปสฺสถ รญฺโญ กิริยํ ติรจฺฉานคเต ปุตฺโต เม ธีตา เมติ วทนฺโต วิจรตีติ ฯ ตํ สุตฺวา ราชา จินฺเตสิ อิเม อมจฺจา เอเตสํ มม ปุตฺตานํ ปญฺญาสมฺปทํ น ชานนฺติ ปากฏํ เนสํ กริสฺสามีติ ฯ อเถกํ อมจฺจํ เวสฺสนฺตรสฺส สนฺติกํ เปเสสิ ตุมฺหากํ ปิตา ปญฺหํ ปุจฺฉิตุกาโม กทา กิร อาคนฺตฺวา ปุจฺฉตูติ ฯ อมจฺโจ คนฺตฺวา เวสฺสนฺตรํ วนฺทิตฺวา ตํ สาสนํ อาโรเจสิ ฯ เวสฺสนฺตโร อตฺตโน ปฏิชคฺคิตํ อมจฺจํ ปกฺโกสาเปตฺวา มยฺหํ ปน ปิตา มํ ปญฺหํ ปุจฺฉิตุกาโม ตสฺส อิธาคตสฺส สกฺการํ กาตุํ วฏฺฏติ ตาต กทา อาคจฺฉตีติ ปุจฺฉิ ฯ อมจฺโจ อิโต สตฺตเม ทิวเส อาคจฺฉตีติ อาห ฯ ตํ สุตฺวา เวสฺสนฺตโร ปิตา เม อิโต สตฺตเม ทิวเส อาคจฺฉตีติ วตฺวา อุยฺโยเชสิ ฯ โส อาคนฺตฺวา รญฺโญ อาจิกฺขิ ฯ ราชา สตฺตเม ทิวเส นคเร เภริญฺจาราเปตฺวา ปุตฺตสฺส นิเวสนํ อคมาสิ ฯ เวสฺสนฺตโร รญฺโญ มหนฺตํ สกฺการํ กาเรสิ อนฺตมโส ทาสกมฺมกรานํปิ สกฺการํ การาเปสิ ฯ ราชา เวสฺสนฺตรสฺส สกุณสฺส เคเห ภุญฺชิตฺวา มหนฺตํ ยสํ อนุภวิตฺวา สกนิเวสนํ อาคนฺตฺวา ราชงฺคเณ มหามณฺฑปํ การาเปตฺวา นคเร เภริญฺจาราเปตฺวา อลงฺกตมณฺฑเป มหาชนปริวาโร นิสีทิตฺวา เวสฺสนฺตรํ อาเนตูติ อมจฺจสฺส สนฺติกํ เปเสสิ ฯ อมจฺโจ เวสฺสนฺตรํ สุวณฺณปีเฐ นิสีทาเปตฺวา อาเนสิ ฯ สกุโณ ปิตุ องฺเก นิสีทิตฺวา ปิตรา สห กีฬิตฺวา คนฺตฺวา ตตฺเถว สุวณฺณปีเฐ นิสีทิ ฯ อถ นํ ราชา มหาชนมชฺเฌ ราชธมฺมํ ปุจฺฉนฺโต ปฐมํ คาถมาห

เวสฺสนฺตรํ ตํ ปุจฺฉามิ สกุณ ภทฺทมตฺถุ เต

รชฺชํ กาเรตุกาเมน กึสุ กิจฺจํ กตํ วรนฺติ ฯ

ตตฺถ สกุณาติ ตํ อาลปติ ฯ กึสูติ กตรํ กิจฺจํ กตํ วรํ อุตฺตมํ โหติ กเถหิ เม ตาต สกลํ ราชธมฺมนฺติ ฯ เอวํ กิร นํ โส ปุจฺฉิ ฯ

ตํ สุตฺวา เวสฺสนฺตโร ปญฺหํ อกเถตฺวาว ราชานํ ตาว ปมาเทน โจเทนฺโต ทุติยํ คาถมาห

จิรสฺสํ วต มํ ตาโต กํโส พาราณสิคฺคโห

ปมตฺโต อปฺปมตฺตํ มํ ปิตา ปุตฺตํ อโจทยีติ ฯ

ตตฺถ ตาโตติ ปิตา ฯ กํโสติ อิทํ ตสฺส นามํ ฯ พาราณสิคฺคโหติ จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ พาราณสึ สงฺคเหตฺวา วตฺตนฺโต ฯ ปมตฺโตติ เอวรูปานํ ปณฺฑิตานํ สนฺติเก วสนฺโต ปญฺหสฺส อปุจฺฉเนน ปมตฺโต ฯ อปฺปมตฺตนฺติ สีลาทิคุณโยเคน มํ อปฺปมตฺตํ ฯ ปิตาติ โปสกปิตา ฯ อโจทยีติ อมจฺเจหิ ติรจฺฉานคเต ปุตฺเต กตฺวา โวหรตีติ อวหสิยมาโน ปมาทํ อาปชฺชิตฺวา จิรสฺสํ อชฺช โจเทสิ ปญฺหํ ปุจฺฉีติ วทติ ฯ

เอวํ อิมาย คาถาย โจเทตฺวา มหาราช รญฺญา นาม ตีสุ ธมฺเมสุ ฐตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรตพฺพนฺติ วตฺวา ราชธมฺมํ กเถนฺโต อาห

ปฐเมเนว วิตถํ โกธํ หาสํ นิวารเย

ตโต กิจฺจานิ กาเรยฺย ตํ วตํ อาหุ ขตฺติย ฯ

ยํ ตฺวํ ตาต ตเป กมฺมํ ปุพฺเพ กตมสํสยํ

รตฺโต ทุฏฺโฐ จ ยํ กยิรา น ตํ กยิรา ตโต ปุน ฯ

ขตฺติยสฺส ปมตฺตสฺส รฏฺฐสฺมึ รฏฺฐวฑฺฒน

สพฺเพ โภคา วินสฺสนฺติ รญฺโญ ตํ วุจฺจเต อฆํ ฯ

สิรี จ ตาต ลกฺขี จ ปุจฺฉิตา เอตทพฺรวุํ

อุฏฺฐาเน วิริเย โปเส รมามหํ อนุสุยฺยเก ฯ

อุสฺสุยฺยเก ทูหทเย ปุริเส กมฺมทูสเก

กาฬกณฺณี มหาราช รมติ จกฺกภญฺชนี ฯ

โส ตฺวํ สพฺเพสุ สุหทโย สพฺเพสํ รกฺขิโต ภว

อลกฺขึ นูท มหาราช ลกฺขฺยา ภว นิเวสนํ ฯ

สลกฺขี ธิติสมฺปนฺโน ปุริโส หิ มหคฺคโต

อมิตฺตานํ กาสิปติ มูลํ อคฺคญฺจ ฉินฺทติ ฯ

สกฺโกปิ หิ ภูตปติ อุฏฺฐาเน นปฺปมชฺชติ

ส กลฺยาเณ ธิตึ กตฺวา อุฏฺฐาเน กุรุเต มโน ฯ

คนฺธพฺพา ปิตโร เทวา สาชีวา โหนฺติ ตาทิโน

อุฏฺฐหโต อปฺปมชฺชโต อนุติฏฺฐนฺติ เทวตา ฯ

โส อปฺปมตฺโต อกุทฺโธ ตาต กิจฺจานิ การย

วายมสฺสุ จ กิจฺเจสุ นาลโส วินฺทเต สุขํ ฯ

ตตฺเถว เต วตฺตปทา เอสาว อนุสาสนี

อลํ มิตฺเต สุขาเปตุํ อมิตฺตานํ ทุกฺขาย วาติ ฯ

ตตฺถ ปฐเมเนว วิตถนฺติ ตาต ราชา นาม อาทิโตว มุสาวาทํ นิวารเย ฯ มุสาวาทิโน หิ รญฺโญ รฏฺฐํ นิโรชํ โหติ ฯ ปฐวิยา โอชากมฺมกรณฏฺฐานโต สตฺตรตนมตฺตํ เหฏฺฐา ปวิสติ ฯ ตโต อาหาเร วา เตลมธุผาณิตาทีสุ วา โอสเธสุ โอชา น โหติ ฯ นิโรชาหารโภชิโน มนุสฺสา พหฺวาพาธา โหนฺติ ฯ รฏฺเฐ ถลชลปเถสุ อาโย นุปฺปชฺชติ ฯ ตสฺมึ อนุปฺปชฺชนฺเต ราชาโน ทุคฺคตา โหนฺติ ฯ เต เสวเก สงฺคณฺหิตุํ น สกฺโกนฺติ ฯ อสงฺคณฺหิตา เสวกา ราชานํ คุรุจิตฺเตน น โอโลเกนฺติ ฯ เอวํ ตาต มุสาวาโท นาเมส นิโรโช ฯ โส ชีวิตเหตุปิ น กาตพฺโพ ฯ สจฺจํ ปน สาธุตรํ รสานนฺติ ตเทว ปริคฺคเหตพฺพํ ฯ อปิจ มุสาวาโท นาม คุณปริธํสโก วิปตฺติปริโยสาโน ทุติยจิตฺตวาเร อวีจิปรายนํ กโรติ ฯ อิมสฺมึ ปนตฺเถ ธมฺโม หเว หโต หนฺตีติ เจติยชาตกํ กเถตพฺพํ ฯ โกธนฺติ ตาต ราชา นาม ปฐมเมว กุชฺฌนลกฺขณํ โกธํปิ นิวาเรยฺย ฯ ตาต อญฺเญสํ หิ โกโธ ขิปฺปํ มตฺถกํ น ปาปุณาติ ราชูนํ ปาปุณาติ ฯ ราชาโน นาม วาจาวุธา กุชฺฌิตฺวา โอโลกิตมตฺเตนาปิ ปรํ วินาเสนฺติ ตสฺมา รญฺญา อญฺเญหิ มนุสฺเสหิ อติเรกตรํ นิกฺโกเธน ภวิตพฺพํ ขนฺติเมตฺตานุทยสมฺปนฺเนน อตฺตโน ปิยปุตฺตํ วิย โลกํ โวโลเกนฺเตน ฯ ตาต อติโกธโน หิ ราชา อุปฺปนฺนํ ยสํ รกฺขิตุํ น สกฺโกติ ฯ อิมสฺส ปนตฺถสฺส ทีปนตฺถํ ขนฺติวาทิชาตกจุลฺลธมฺมปาลชาตกานิ กเถตพฺพานิ ฯ จุลฺลธมฺมปาลชาตกสฺมิมฺหิ มหาปตาปโน ราชา ปุตฺตํ ฆาเฏตฺวา ปุตฺตโสเกน หทเยน ผลิเตน มตาย เทวิยา สยํปิ เทวึ อนุโสจนฺโต หทเยน ผลิเตเนว มริ ฯ อถ เน ตโยปิ ชเน เอกาหฬเนว ฌาเปสุํ ฯ ตสฺมา รญฺญา ปฐมเมว มุสาวาทํ วชฺเชตฺวา ทุติยํ โกโธ วชฺเชตพฺโพ ฯ หาสนฺติ หสฺสํ ฯ อยเมว วา ปาโฐ ฯ เตสุ เตสุ กิจฺเจสุ อุพฺพิลฺลาวิตจิตฺตตาย เกฬิสีลตํ ปริหาสํ นิวาเรยฺย ฯ ตาต รญฺญา นาม เกฬิสีเลน น ภวิตพฺพํ ฯ อปรปตฺติเยน หุตฺวา สพฺพกิจฺจานิ อตฺตปจฺจกฺเขเนว กาตพฺพานิ ฯ อุพฺพิลฺลาวิตจิตฺโต หิ ราชา อตุเลตฺวา กมฺมานิ กโรนฺโต ลทฺธํ ยสํ วินาเสติ ฯ อิมสฺมึ ปนตฺเถ สรภงฺคชาตเก ปุโรหิตสฺส วจนํ คเหตฺวา ทณฺฑกีรญฺโญ กีสวจฺเฉ อปรชฺฌิตฺวา สห รฏฺเฐน อุจฺฉิชฺชิตฺวา กุกฺกุลนิรเย นิพฺพตฺตภาโว จ มาตงฺคชาตเก เมชฺฌรญฺโญ พฺราหฺมณานํ กถํ คเหตฺวา มาตงฺคตาปเส อปรชฺฌิตฺวา สห รฏฺเฐน อุจฺฉิชฺชิตฺวา นิรเย นิพฺพตฺตภาโว จ ฆฏชาตเก ทสภาติกราชทารกานํ โมหมุฬฺหานํ วจนํ คเหตฺวา กณฺหทีปายเน อปรชฺฌิตฺวา วาสุเทวกุลสฺส นาสิตภาโว จ กเถตพฺโพ ฯ ตโต กิจฺจานิ ภาเรยฺยาติ เอวํ ตาต ปฐมํ มุสาวาทํ ทุติยํ โกธํ ตติยํ อธมฺมหาสํ วชฺเชตฺวา ตโต ปจฺฉา ราชา รฏฺฐวาสีนํ กตฺตพฺพกิจฺจานิ กาเรยฺย ฯ ตํ วตํ อาหุ ขตฺติยาติ ขตฺติย มหาราช ยํ มยา วุตฺตํ เอตํ รญฺโญ วตสมาทานนฺติ โปราณกปณฺฑิตา กถยึสุ ฯ น ตํ กยิราติ ยํ ตยา ราคาทิวเสน ปจฺฉา ตาปกรํ กมฺมํ กตํ โหติ ตโต ปุพฺเพ กตโต ปุน ตาทิสํ กมฺมํ น กยิรา มา กเรยฺยาสิ ตาตาติ ฯ วุจฺจเตติ ตํ รญฺโญ อฆนฺติ วุจฺจติ ฯ เอวํ โปราณกปณฺฑิตา กถยึสุ ฯ สิรี จาติ อิทํ เวสฺสนฺตรสกุโณ ปุพฺเพ พาราณสิยํ ปวตฺติตํ การณํ อาหริตฺวา ทสฺเสนฺโต อาห ฯ ตตฺถ อพฺรวุนฺติ สุจิปริวารเสฏฺฐินา ปุจฺฉิตา กถยึสุ ฯ อุฏฺฐาเน วิริเยติ โย โปโส อุฏฺฐาเน จ วิริเย จ ปติฏฺฐิโต น จ ปเรสํ สมฺปตฺตึ ทิสฺวา อุสฺสุยฺยติ ตสฺมึ อหํ อภิรมามีติ อาห ฯ เอวํ ตาว สิรึ กเถสิ ฯ อุสฺสุยฺยเกติ อลกฺขี ปน ตาต ปุจฺฉิตา อหํ ปรสมฺปตฺตึ อุสฺสุยฺยเก ฯ ทูหทเยติ ทุจฺจิตฺเต ฯ กมฺมทูสเกติ กลฺยาณกมฺมํ ทูสเก ฯ โย กลฺยาณกมฺมํ ทุสฺสนฺโต อปฺปิยายนฺโต อฏฺฏิยนฺโต น กโรติ ตสฺมึ อภิรมามีติ อาห ฯ เอวํ กาฬกณฺณี มหาราช รมติ ปฏิรูปเทสวาสาทิโน กุสลจกฺกสฺส ภญฺชนี ฯ สุหทโยติ สุนฺทรจิตฺโต หิตจิตฺตโก ฯ นูทาติ นีหร ฯ นิเวสนนฺติ ลกฺขฺยา ปน นิเวสนํ ภว ปติฏฺฐา โหหิ ฯ สลกฺขี ธิติสมฺปนฺโนติ มหาราช กาสิปติ โส ปุริโส ปญฺญาย เจว วิริเยน จ สมฺปนฺโน ฯ มหคฺคโตติ มหชฺฌาสโย โจรานํ ปจฺจยภูเต คณฺหนฺโต อมิตฺตานํ มูลํ โจเร คณฺหนฺโต อมิตฺตานํ อคฺคํ ฉินฺทตีติ วทติ ฯ สกฺโกติ อินฺโท ฯ ภูตปตีติ ราชานํ อาลปติ ฯ อุฏฺฐาเนติ อุฏฺฐานวิริเย ฯ นปฺปมชฺชตีติ สพฺพกิจฺจานิ กโรติ ฯ ส กลฺยาเณติ โส เทวราชา อุฏฺฐานวิริเย มนํ กโรนฺโต ปาปกมฺมํ อกตฺวา กลฺยาเณ ปุญฺญกมฺมสฺมึเยว ธิตึ กตฺวา อปฺปมตฺโต อุฏฺฐาเน มนํ กโรติ ฯ ตสฺส ปน กลฺยาณกมฺเม วิริยกรณภาวทสฺสนตฺถํ สรภงฺคชาตเก ทฺวีสุ เทวโลเกสุ เทวตาหิ สทฺธึ กปิฏฺฐารามํ อาคนฺตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา ธมฺมสฺส สุตภาโว มหากณฺหชาตเก อตฺตโน อานุภาเวน ชนํ โตเสตฺวา โอสกฺกนฺตสฺส สาสนสฺส ปวตฺติภาโว จาติ เอวมาทีนิ วตฺถูนิ กเถตพฺพานิ ฯ คนฺธพฺพาติ จาตุมฺมหาราชิกานํ เหฏฺฐา จตุโยนิกา เทวา จตุโยนิกตฺตาเยว กิเรเต คนฺธพฺพา นาม ชาตา ฯ ปิตโรติ พฺรหฺมาโน ฯ เทวาติ อุปปตฺติเทววเสน ฉกามาวจรา เทวา ฯ ตาทิโนติ ตถาวิธสฺส กุสลาภิรตสฺส รญฺโญ เต สาชีวา โหนฺติ สมานชีวิกา อุปชีวิตพฺพา ฯ ตาทิสา หิ ราชาโน ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กโรนฺตา เทวตานํ ปตฺตึ เทนฺติ ฯ ตา ตํ ปตฺตึ อนุโมทิตฺวา สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ทิพฺพยเสน วฑฺฒนฺติ ฯ อนุติฏฺฐนฺตีติ ตาทิสสฺส รญฺโญ วิริยํ กโรนฺตสฺส อปฺปมาทํ อาปชฺชนฺตสฺส เทวตา อนุติฏฺฐนฺติ อนุคจฺฉนฺติ ธมฺมิกํ รกฺขํ สํวิทหนฺติ ฯ โสติ โส ตฺวํ ฯ วายมสฺสุ จาติ ตานิ รฏฺฐกิจฺจานิ กโรนฺโต ตุลนวเสน ตีรณวเสน ปจฺจกฺขกมฺมวเสน เตสุ เตสุ กิจฺเจสุ วิริยํ กรสฺสุ ฯ ตตฺเถว เต วตฺตปทาติ ตาต ยํ มํ ตฺวํ กึสุ กิจฺจํ กตํ วรนฺติ ปุจฺฉิ ตตฺถ ตว ปญฺเหเยว เอเต มยา ปฐเมเนว วิตถนฺติ อาทโย วุตฺตา เอเต วตฺตปทา วตฺตโกฏฺฐาสา เอวํ ตตฺถ วตฺตสฺสุ ฯ เอสาติ ยา เต มยา กถิตา เอสาว ตว อนุสาสนี ฯ อลนฺติ เอวํ วตฺตมาโน หิ ราชา อตฺตโน มิตฺเต สุขาเปตุํ อมิตฺตานญฺจ ทุกฺขาย อยํ ปริยตฺโต สมตฺโถติ ฯ

เอวํ เวสฺสนฺตรสกุเณน เอกาย คาถาย รญฺโญ ปมาทํ โจเทตฺวา เอกาทสหิ คาถาหิ ธมฺเม กถิเต พุทฺธลีลาย ปญฺโห กถิโตติ มหาชโน อจฺฉริยพฺภูตจิตฺตชาโต สาธุการสตานิ ปวตฺเตสิ ฯ ราชา โสมนสฺสชาโต อมจฺเจ อามนฺเตตฺวา โภนฺโต อมจฺจา มม ปุตฺเตน เวสฺสนฺตเรน เอวํ กเถนฺเตน เกน กตฺตพฺพํ กิจฺจํ กตนฺติ ฯ มหาเสนคุตฺเตน เทวาติ ฯ เตนหิสฺส มหาเสนคุตฺตฏฺฐานํ ทมฺมีติ เวสฺสนฺตรํ ฐานนฺตเร ฐเปสิ ฯ โส ตโต ปฏฺฐาย มหาเสนคุตฺตฏฺฐาเน ฐิโต ปิตุ กมฺมํ อกาสีติ ฯ เวสฺสนฺตรปญฺโห นิฏฺฐิโต ฯ

ปุน ราชา กติปาหจฺจเยน ปุริมนเยเนว กุณฺฑลินิยา สนฺติกํ ทูตํ ปาเหตฺวา สตฺตเม ทิวเส ตตฺถ คนฺตฺวา ปจฺจาคนฺตฺวา ตตฺเถว มณฺฑปมชฺเฌ นิสีทิตฺวา กุณฺฑลินี อาหราเปตฺวา สุวณฺณปีเฐ นิสินฺนํ ราชธมฺมํ ปุจฺฉนฺโต คาถมาห

สกฺขิ ตุวํ กุณฺฑลินิ มญฺญสิ ขตฺตพนฺธุนี

รชฺชํ กาเรตุกาเมน กึสุ กิจฺจํ กตํ วรนฺติ ฯ

ตตฺถ สกฺขีติ มยา ปุฏฺฐปญฺหํ กเถตุํ สกฺขิสฺสสีติ ปุจฺฉติ ฯ กุณฺฑลินีติ ตสฺสา สลิงฺคโต อาคตนาเมนาลปติ ฯ ตสฺสา กิร ทฺวีสุ กณฺณปิฏฺเฐสุ กุณฺฑลสณฺฐานา เทฺว เลขา อเหสุํ เตนสฺสา กุณฺฑลินีติ นามํ กาเรสิ ฯ มญฺญสีติ ชานิสฺสสิ มยา ปุฏฺฐปญฺหสฺส อตฺถนฺติ ฯ ขตฺตพนฺธุนีติ ขตฺตสฺส มหาเสนคุตฺตสฺส ภคินีภาเวน นํ เอวํ อาลปติ ฯ กสฺมา ปเนส เวสฺสนฺตรสกุณํ เอวํ อปุจฺฉิตฺวา อิมเมว ปุจฺฉตีติ ฯ อิตฺถีภาเวน ฯ อิตฺถิโย หิ ปริตฺตปญฺญา ตสฺมา เจ สกฺโกติ ปุจฺฉิสฺสามิ โน เจ น ปุจฺฉิสฺสามีติ วีมํสนวเสน เอวํ ปุจฺฉิตฺวา ตญฺเญว ปญฺหํ ปุจฺฉิ ฯ

สา เอวํ รญฺญา ราชธมฺเม ปุจฺฉิเต ตาต ตฺวํ มํ อิตฺถิกา นาม กึ กเถสฺสตีติ วีมํสสิ มญฺเญ สกลํ เต ราชธมฺมํ ทฺวีสุเยว ปเทสุ ปกฺขิปิตฺวา กเถสฺสามีติ วตฺวา อาห

เทฺวว ตาต ปทกานิ ยตฺถ สพฺพํ ปติฏฺฐิตํ

อลทฺธสฺส จ โย ลาโภ ลทฺธสฺส อนุรกฺขนา ฯ

อมจฺเจ ตาต ชานาหิ ธีเร อตฺถสฺส โกวิเท

อนกฺขากิตเว ตาต อโสณฺเฑ อวินาสเก ฯ

โย จ ตํ ตาต รกฺเขยฺย ธนํ ยญฺเจว เต สิยา

สูโตว รถํ สงฺคณฺเห โส เต กิจฺจานิ การเย ฯ

สุสงฺคหีตนฺตชโน สยํ วิตฺตํ อเวกฺขิย

นิธิญฺจ อิณทานญฺจ น กเร ปรปตฺติยา ฯ

สยํ อายํ วยํ ชญฺญา สยํ ชญฺญา กตากตํ

นิคฺคณฺเห นิคฺคหารหํ ปคฺคณฺเห ปคฺคหารหํ ฯ

สยํ ชานปทํ อตฺถํ อนุสาส รเถสภ

มา เต อธมฺมิกา ยุตฺตา ธนํ รฏฺฐญฺจ นาสยุํ ฯ

มา จ เวเคน กิจฺจานิ กาเรสิ การเยสิ วา

เวคสา หิ กตํ กมฺมํ มนฺโท ปจฺฉานุตปฺปติ ฯ

มา เต อธิสเร มุจฺจ สุพาฬฺหมธิโกปิตํ

โกธสา หิ พหู ผีตา กุลา อกุลตํ คตา ฯ

มา ตาต อิสฺสโรมฺหีติ อนตฺถาย ปตารยิ

อิตฺถีนํ ปุริสานญฺจ มา เต อาสิ ทุกฺขุทฺรโย ฯ

อเปตโลมหํสสฺส รญฺโญ กามานุสาริโน

สพฺเพ โภคา วินสฺสนฺติ รญฺโญ ตํ วุจฺจเต อฆํ ฯ

ตตฺเถว เต วตฺตปทา เอสาว อนุสาสนี

ทกฺขสฺสุทานิ ปุญฺญกโร อโสณฺโฑ อวินาสโก

สีลวสฺสุ มหาราช ทุสฺสีโล วินิปาติโกติ ฯ

ตตฺถ ปทกานีติ การณปทานิ ฯ ยตฺถาติ เยสุ ทฺวีสุ ปเทสุ สพฺพํ อตฺถชาตํ หิตสุขํ ปติฏฺฐิตํ ฯ อลทฺธสฺสาติ โย จ ปุพฺเพ อลทฺธสฺส ลาภสฺส ลาโภ ยา จ ลทฺธสฺส อนุรกฺขนา ฯ ตาต อนุปฺปนฺนสฺส หิ ลาภสฺส อุปฺปาทนํ นาม ภาโร อุปฺปนฺนสฺส ปน อนุรกฺขนเมว ภาโร ฯ เอกจฺโจ หิ ยสํ อุปฺปาเทตฺวาปิ ยเส ปมตฺโต ปมาทํ อุปฺปาเทตฺวา ปาณาติปาตาทีนิ กโรติ มหาโจโร หุตฺวา รฏฺฐํ วิลุมฺปมาโน จรติ ฯ อถ นํ ราชาโน คาหาเปตฺวา มหาวินาสํ สมฺปาเปนฺติ ฯ อถวา ฯ อุปฺปนฺนรูปาทิกามคุเณสุ ปมตฺโต อโยนิโส ธนํ นาเสนฺโต สพฺพสาปเตยฺเย ขีเณ กปโณ หุตฺวา จีรกวสโน กปาลมาทาย จรติ ฯ ปพฺพชิโต วา ปน คนฺถธุราทิวเสน ลาภสกฺการํ นิพฺพตฺเตตฺวา ปมตฺโต หีนายาวตฺตติ อปโร ปฐมชฺฌานาทีนิ นิพฺพตฺเตตฺวาปิ มุฏฺฐสติตาย ตถารูเป อารมฺมเณ พชฺฌิตฺวา ฌานา ปริหายติ ฯ เอวํ อุปฺปนฺนสฺส ยสสฺส วา ฌานาทิลาภสฺส วา รกฺขนเมว ทุกฺขตรํ ฯ ตทตฺถทีปนตฺถํ ปน เทวทตฺตสฺส วตฺถุ มุทุลกฺขณโลมกสฺสปหาริตชาตกสงฺกปฺปชาตกานิ จ กเถตพฺพานิ ฯ เอโก ปน ลาภสกฺการํ อุปฺปาเทตฺวา อปฺปมาเท ฐตฺวา กลฺยาณกมฺมํ กโรติ ฯ ตสฺส โส ยโส สุกฺกปกฺเข จนฺโท วิย วฑฺฒติ ตสฺมา ตฺวํ มหาราช อปฺปมตฺโต ปโยคสมฺปตฺติยํ ฐตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรนฺโต ตว อุปฺปนฺนํ ยสํ อนุรกฺขาหีติ ฯ ชานาหีติ ภณฺฑาคาริกกมฺมาทิกรณตฺถํ อุปธาเรหิ ฯ อนกฺขากิตเวติ อนกฺเข อกิตเว อชูตกเร เจว อเกราฏิเก จ ฯ อโสณฺเฑติ ปูวสุราคนฺธมาลาโสณฺฑภาวรหิเต ฯ อวินาสเกติ ตว สนฺตกานํ ธนธญฺญาทีนํ อวินาสเก ฯ โยติ โย อมจฺโจ ฯ ยญฺเจวาติ ยญฺจ เต ฆเร ธนํ สิยา ตํ รกฺเขยฺย ฯ สูโตวาติ รถสารถี วิย ฯ ยถา สารถี วิสมมคฺคนิวารณตฺถํ อสฺเส สงฺคณฺหนฺโต รถํ สงฺคณฺเหยฺย เอวํ โย สห โภเคหิ ตํ รกฺขิตุํ สกฺโกติ โส เต อมจฺโจ นาม ฯ ตาทิสํ คเหตฺวา ภณฺฑาคาริกาทิกิจฺจานิ กาเรยฺย ฯ สุสงฺคหีตนฺตชโนติ ตาต ยสฺส หิ รญฺโญ อตฺตโน อนฺโตชโน จ อนฺโตวลญฺชนกปริชโน จ ทานาทีหิ อสงฺคหิโต โหติ ตสฺส อนฺโต นิเวสเน สุวณฺณหิรญฺญาทีนิ เตสํ อสงฺคหิตมนุสฺสานํ วเสน นสฺสนฺติ อนฺโต พหิ คจฺฉนฺติ ตสฺมา ตฺวํ สุฏฺฐุ สงฺคหิตอนฺโตชโน หุตฺวา เอตฺตกํ นาม เม วิตฺตนฺติ สยํ อตฺตโน ธนํ อเวกฺขิตฺวา อสุกฏฺฐาเน นาม นิธึ นิเธม อสุกสฺส อิณํ เทมาติ อิทํ อุภยํปิ น กเร ฯ ปรปตฺติยาติ ปรปตฺติยาปิ ตฺวํ มา กริ สพฺพํ อตฺตปจฺจกฺขเมว กเรยฺยาสีติ วทติ ฯ อายํ วยนฺติ ตโต อุปฺปชฺชนกํ อายญฺจ เตสํ เตสํ ทาตพฺพํ วยญฺจ สยเมว ชาเนยฺยาสีติ ฯ กตากตนฺติ สงฺคาเม วา นวกมฺเม วา อญฺเญสุ วา กิจฺเจสุ อิมินา อิทํ นาม มยฺหํ กตํ อิมินา อิทํ นาม น กตนฺติ เอตํปิ สยเมว ชาเนยฺยาสิ มา ปรปตฺติโย โหสิ ฯ นิคฺคณฺเหติ ตาต ราชา นาม สนฺธิจฺเฉทาทิการกํ นิคฺคหารหํ อาเนตฺวา ทสฺสิตํ อุปปริกฺขิตฺวา โสเธตฺวา โปราณกราชูหิ ฐปิตทณฺฑํ โอโลเกตฺวา โทสานุรูปํ นิคฺคณฺเหยฺย ฯ ปคฺคณฺเหติ โย ปน ปคฺคหารโห โหติ อภินฺนสฺส วา ปรพลสฺส ภินฺโน ภินฺนสฺส วา สกพลสฺส อาราธโก อลทฺธสฺส วา รชฺชสฺส อาหรโก ลทฺธสฺส วา ถาวรการโก เยน วา ปน ชีวิตํ ทินฺนํ โหติ เอวรูปํ ปคฺคหารหํ ปคฺคเหตฺวา มหนฺตํ สกฺการํ สมฺมานํ กาเรยฺย เอวํ หิสฺส กิจฺเจสุ อญฺเญปิ อุรํ ทตฺวา กตฺตพฺพํ กริสฺสนฺติ ฯ ชานปทนฺติ ชนปทวาสีนํ สยํ อตฺถํ อตฺตปจฺจกฺเขเนว อนุสาส ฯ อธมฺมิกา ยุตฺตาติ อธมฺมิกา ตตฺถ ตตฺถ นิยุตฺตา อายุตฺตกา ลญฺจํ ทตฺวา วินิจฺฉยํ ภินฺทนฺตา ตว ธนญฺจ รฏฺฐญฺจ มา นาเสยฺยุํ อิมินา การเณน อปฺปมตฺโต หุตฺวา สยเมว อนุสาส ฯ เวเคนาติ สหสา อตุเลตฺวา อตีเรตฺวา ฯ เวคสาติ อตุเลตฺวา ฉนฺทาทิวเสน สหสา กตํ กมฺมํ หิ น สาธุ น สุนฺทรํ ฯ กึการณา ฯ ตาทิสญฺหิ กตฺวา มนฺโท ปจฺฉา วิปฺปฏิสารวเสน อิธ โลเก อปายทุกฺขานิ อนุโภนฺโต ปรโลเก จ อนุตปฺปติ ฯ อยํ ปนตฺโถ อิสีนมนฺตรํ กตฺวา กุรุราชาติ เม สุตนฺติ กุรุชาตเกน ทีเปตพฺโพ ฯ มา เต อธิสเร มุจฺจ สุพาฬฺหมธิโกปิตนฺติ ตาต ตว หทยํ กุสลํ อธิสริตฺวา อติกฺกมิตฺวา ปวตฺเต ปเรสํ อกุสลกมฺเม สุฏฺฐุ พาฬฺหํ อธิโกปิตํ กุชฺฌาปิตํ หุตฺวา มา มุจฺจ มา ปติฏฺฐิยตูติ อตฺโถ ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ ตาต ยทา เต วินิจฺฉเย ฐิตสฺส อิมินา ปุริโส วา หโต สนฺธิ วา ฉินฺโนติ โจรํ ทสฺเสนฺติ ตทา เต ปเรสํ วจเนหิ สุฏฺฐุ โกปิตํปิ หทยํ โกธวเสน มา มุจฺจิ อปริคฺคเหตฺวา มา ทณฺฑํ ปเณหิ ฯ กึการณา ฯ อโจรํปิ หิ โจโรติ คเหตฺวา อาเนนฺติ ตสฺมา อกุชฺฌิตฺวา อุภินฺนํ อตฺตปจฺจตฺถิกานํ กถํ สุตฺวา สุฏฺฐุ โสเธตฺวา อตฺตปจฺจกฺเขน ตสฺส โจรภาวํ ญตฺวา ปเวณิยา ฐปิตทณฺฑวเสน กตฺตพฺพํ กโรหิ ฯ รญฺญา หิ อุปฺปนฺเนปิ โกเธ หทยํ สีตลํ อกตฺวา กมฺมํ น กาตพฺพํ ฯ ยทา ปนสฺส หทยํ สีตลํ นิพฺพุตํ โหติ มุทุกํ ตทา วินิจฺฉยกมฺมํ กาตพฺพํ ฯ ผรุเส หิ จิตฺเต ปกฺกุฏฺฐิเต อุทเก มุขนิมิตฺตํ วิย การณํ น ปญฺญายติ ฯ โกธสา หีติ ตาต โกเธน หิ พหูนิ ผีตานิ ราชกุลานิ อกุลภาวํ คตานิ มหาวินาสเมว ปตฺตานีติ อิมสฺส ปนตฺถสฺส ทีปนตฺถํ ขนฺติวาทิชาตก นาฬิกีรราชวตฺถุ สหสฺสพาหุอชฺชุนวตฺถุอาทีนิ กเถตพฺพานิ ฯ ปตารยีติ ตาต อหํ ปฐวิสฺสโรติ มา มหาชนํ กายทุจฺจริตาทึ อนตฺถาย ปตารยิ มา โอตารยิ ยถา ตํ อนตฺถํ สมาทาย วตฺตติ มา เอวมกาสีติ อตฺโถ ฯ มา เต อาสีติ ตาต ตว วิชิเต มนุสฺสชาติกานํ วา ติรจฺฉานชาติกานํ วา อิตฺถีปุริสานํ ทุกฺขุทฺรโย ทุกฺขปฺปตฺติ มา อาสิ ฯ ยถา หิ อธมฺมิกานํ ราชูนํ วิชิเต มนุสฺสา กายทุจฺจริตาทีนิ กตฺวา นิรเย อุปฺปชฺชนฺติ ตว รฏฺฐวาสีนํ ตํ ทุกฺขํ ยถา น โหติ ตถา กโรหีติ อตฺโถ ฯ อเปตโลมหํสสฺสาติ อตฺตานุวาทาทิภเยหิ นิพฺภยสฺส ฯ อิมินา อิทํ ทสฺเสติ ตาต โย ราชา กิสฺมิญฺจิ อาสํ กตฺวา อตฺตโน กามเมว อนุสฺสรติ ฉนฺทวเสน ยํ ยํ อิจฺฉติ ตํ ตํ กโรติ วิสฺสฏฺฐยฏฺฐิ วิย อนฺโธ นิรงฺกุโส วิย จ จณฺฑหตฺถี โหติ ตสฺส สพฺเพ โภคา วินสฺสนฺติ ตสฺส ตํ โภคพฺยสนํ ทุกฺขนฺติ วุจฺจติ ฯ ตตฺเถว เต วตฺตปทาติ ปุริมนเยเนว โยเชตพฺพํ ฯ รกฺขสฺสุทานีติ ตาต ตฺวํ อิมํ อนุสาสนึ สุตฺวา อิทานิ ทกฺโข อนลโส ปุญฺญานํ กรเณน ปุญฺญกโร สุราทิปริหรเณน อโสณฺโฑ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกสฺส อตฺถสฺส อวินาเสน อวินาสโก ภเวยฺยาสิ ฯ สีลวสฺสูติ สีลวา อาจารสมฺปนฺโน ภว ทสสุ ราชธมฺเมสุ ปติฏฺฐาย รชฺชํ กาเรหิ ฯ ทุสฺสีโล วินิปาติโกติ ทุสฺสีโล หิ มหาราช อตฺตานํ นิรเย วินิปาเตนฺโต วินิปาติโก นาม โหตีติ ฯ

เอวํ กุณฺฑลินีปิ เอกาทสหิ คาถาหิ ธมฺมํ เทเสสิ ฯ ราชา ตุฏฺโฐ อมจฺเจ อามนฺเตตฺวา ปุจฺฉิ โภนฺโต อมจฺจา มม ธีตาย กุณฺฑลินิยา เอวํ กถยมานาย เกน กตฺตพฺพํ กิจฺจํ กตนฺติ ฯ ภณฺฑาคาริเกน เทวาติ ฯ เตนหิสฺสา ภณฺฑาคาริกกมฺมฏฺฐานํ ทมฺมีติ กุณฺฑลินึ ฐานนฺตเร ฐเปสิ ฯ สา ตโต ปฏฺฐาย ภณฺฑาคาริกฏฺฐาเน ฐตฺวา ปิตุกมฺมํ อกาสีติ ฯ กุณฺฑลินีปญฺโห นิฏฺฐิโต ฯ

ปุน ราชา กติปาหจฺจเยน ปุริมนเยเนว ชมฺพุกปณฺฑิตสฺส สนฺติกํ ทูตํ เปเสตฺวา สตฺตเม ทิวเส ตตฺถ คนฺตฺวา สมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา ปจฺจาคโต ตตฺเถว มณฺฑปมชฺเฌ นิสีทิ ฯ อถ อมจฺโจ ชมฺพุกปณฺฑิตํ กาญฺจนปีเฐ นิสีทาเปตฺวา ปีฐํ สีเสนาทาย อาคญฺฉิ ฯ ปณฺฑิโต ปิตุองฺเก นิสีทิตฺวา กีฬิตฺวา คนฺตฺวา กาญฺจนปีเฐเยว นิสีทิ ฯ อถ นํ ราชา ปญฺหํ ปุจฺฉนฺโต คาถมาห

อปุจฺฉิมฺหํ โกสิยโคตฺตํ กุณฺฑลินึ ตเถว จ

ชมฺพุก ตฺวํ ทานิ วเทหิ พาลานํ พลมุตฺตมนฺติ ฯ

ตสฺสตฺโถ ตาตชมฺพุกอหํตวภาตรํ โกสิยโคตฺตํ เวสฺสนฺตรํ ภคินิญฺจ เต กุณฺฑลินึ ราชธมฺมํ อปุจฺฉึ เต อตฺตโน พเลน กเถสุํ ยถา ปเนเต ปุจฺฉึ ตเถว อิทานิ ปุตฺต ชมฺพุก ตํ ปุจฺฉามิ ตํ ราชธมฺมญฺจ พลานํ อุตฺตมพลญฺจ กเถหีติ ฯ

เอวํ ราชา มหาสตฺตํ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺโต อญฺเญสํ ปุจฺฉิตนิยาเมน อปุจฺฉิตฺวา วิเสเสตฺวา ปุจฺฉิ ฯ อถสฺส ปณฺฑิโต เตนหิ มหาราช โอหิตโสโต สุณ สพฺพนฺเต กเถสฺสามีติ ปสาริตหตฺเถ สหสฺสตฺถวิกํ กเถนฺโต วิย ธมฺมเทสนํ อารภิ

พลํ ปญฺจวิธํ โลเก ปุริสสฺมึ มหคฺคเต

ตตฺถ พาหุพลํ นาม จริมํ วุจฺจเต พลํ

โภคพลญฺจ ทีฆาวุ ทุติยํ วุจฺจเต พลํ ฯ

อมจฺจพลญฺจ ทีฆาวุ ตติยํ วุจฺจเต พลํ

อภิชจฺจพลญฺเจว ตํ จตุตฺถํ อสํสยํ

ยานิ เจตานิ สพฺพานิ อธิคณฺหาติ ปณฺฑิโต ฯ

ตํ พลานํ พลเสฏฺฐํ อคฺคํ ปญฺญาพลํ วรํ

ปญฺญาพเลนุปตฺถมฺโภ อตฺถํ วินฺทติ ปณฺฑิโต ฯ

อปิ เจ ลภติ มนฺโท ผีตํ ผรณิมุตฺตมํ

อกามสฺส ปสยฺหํ วา อญฺโญ ตํ ปฏิปชฺชติ ฯ

อภิชาโตปิ เจ โหติ รชฺชํ ลทฺธาน ขตฺติโย

ทุปฺปญฺโญ หิ กาสิปติ สพฺเพนปิ น ชีวติ ฯ

ปญฺญา สุตวินิจฺฉินี ปญฺญา (กิตฺติ) สิโลกวฑฺฒนี

ปญฺญาสหิโต นโร อิธ (อปิ) ทุกฺเข สุขานิ วินฺทติ ฯ

ปญฺญญฺจ โข อสุสฺสูสํ น โกจิ อธิคจฺฉติ

พหุสฺสุตํ อนาคมฺม ธมฺมฏฺฐํ อวินิพฺภชํ ฯ

โย จ ธมฺมวิภงฺคญฺญู กาลุฏฺฐายี อตนฺทิโต

อนุฏฺฐหติ กาเลน กมฺมผลํ ตสฺส อิชฺฌติ ฯ

อนายตนสีลสฺส อนายตนเสวิโน

น นิพฺพินฺทิยการิสฺส สมฺมทตฺโถ วิปจฺจติ ฯ

อชฺฌตฺตญฺจ ปยุตฺตสฺส ตถายตนเสวิโน

อนิพฺพินฺทิยการิสฺส สมฺมทตฺโถ วิปจฺจติ ฯ

โยคปฺปโยคสงฺขาตํ สมฺภตสฺสานุรกฺขนํ

ตานิ ตฺวํ ตาต เสวสฺสุ มา อกมฺมาย รนฺธยิ

อกมฺมุนา จ ทุมฺเมโธ นฬาคารํว สีทตีติ ฯ

ตตฺถ มหคฺคเตติ มหาราช อิมสฺมึ สตฺตโลเก มหชฺฌาสเย ปุริเส ปญฺจวิธํ พลํ โหติ ฯ พาหุพลนฺติ กายพลํ ฯ จริมนฺติ ตํ อติมหนฺตํปิ สมานํ ลามกเมว ฯ กึการณาติ ฯ อนฺธพาลภาเวน ฯ สเจ หิ กายพลํ มหนฺตํ นาม ภเวยฺย ฯ วารณพลโต ลฏุกิกาย พลํ ขุทฺทกํ ภเวยฺย ฯ วารณพลํ ปน อนฺธพาลภาเวน มรณสฺส ปจฺจยํ ชาตํ ฯ ลฏุกิกา อตฺตโน ญาณกุสลตาย วารณํ ชีวิตกฺขยํ ปาเปสีติ ฯ อิมสฺมึ ปนตฺเถ นเหว สพฺพตฺถ พเลน กิจฺจํ พลํ หิ พาลสฺส วธาย โหตีติ สุตฺตํ อาหริตพฺพํ ฯ โภคพลนฺติ อุปตฺถมฺภนวเสน สพฺพํ หิรญฺญสุวณฺณาทิอุปโภคชาตํ โภคพลํ นาม ตํ กายพลโต มหนฺตตรํ ฯ อมจฺจพลนฺติ อเภชฺชมนฺตสฺส สูรสฺส สุหทยสฺส อมจฺจมณฺฑลสฺส อตฺถิตา ตํ พลํ สงฺคามสูรตาย ปุริเมหิ พเลหิ มหนฺตตรํ ฯ อภิชจฺจพลนฺติ ตีณิ กุลานิ อติกฺกมิตฺวา ขตฺติยกุลวเสน ชาติสมฺปตฺติ ตํ อิตเรหิ พเลหิ มหนฺตตรํ ฯ ชาติสมฺปนฺนา เอว หิ สุชฺฌนฺติ น อิตเรติ ฯ ยานิ เจตานีติ ยานิ จ เอตานิ จตฺตาริปิ พลานิ ปณฺฑิโต ยสฺสานุภาเวน อธิคณฺหาติ อภิภวติ ตํ สพฺพพลานํ ปญฺญาพลํ เสฏฺฐนฺติ จ อคฺคนฺติ จ วุจฺจติ ฯ กึการณา ฯ เตน หิ พเลนูปตฺถมฺโภ ปณฺฑิโต อตฺถํ วินฺทติ วุฑฺฒึ ปาปุณาติ ฯ ตทตฺถโชตนตฺถํ ปุณฺณ นทึ เยน จ เปยฺยมาหูติ ปุณฺณนทีชาตกสิริกาฬกณฺณิปญฺหปญฺจปณฺฑิต- ปญฺหสตฺตุภสฺตชาตกสมฺภวชาตกสรภงฺคชาตกาทีนิ กเถตพฺพานิ ฯ มนฺโทติ มนฺทปญฺโญ พาโล ฯ ผีตนฺติ ตาต มนฺทปญฺโญ ปุคฺคโล สตฺตรตนปุณฺณํ เจปิ อุตฺตมํ ธรณึ ลภติ ตสฺส อนิจฺฉมานสฺเสว ปสยฺหาการํ วา ปน กตฺวา อญฺโญ ปญฺญาสมฺปนฺโน ตํ ปฏิปชฺชติ มนฺโท หิ ลทฺธํ ยสํ รกฺขิตุํ กุลสนฺตกํ วา ปน ปเวณิอาคตํปิ รชฺชํ ผีตํ อธิคนฺตุํ น สกฺโกติ ฯ ตทตฺถโชตนตฺถํ อทฺธา ปาทญฺชลี สพฺเพ ปญฺญาย อติโรจตีติ ปาทญฺชลิชาตกํ กเถตพฺพํ ฯ ลทฺธานาติ ชาติสมฺปตฺตึ นิสฺสาย กุลสนฺตกํ รชฺชํ ลภิตฺวาปิ ฯ สพฺเพนปีติ เตน สกเลนปิ รชฺเชน น ชีวติ อนุปายกุสลตาย ทุคฺคโตว โหตีติ ฯ เอวํ มหาสตฺโต เอตฺตเกน ฐาเนน อปณฺฑิตสฺส อคุณํ กเถตฺวา อิทานิ ปญฺญํ ปสํสนฺโต ปญฺญาติ อาทิมาห ฯ ตตฺถ สุตนฺติ สุตปริยตฺติ ฯ ตญฺหิ ปญฺญาว วินิจฺฉินติ ฯ กิตฺติสิโลกวฑฺฒนีติ กิตฺติโฆสสฺส จ ลาภสกฺการสฺส จ วฑฺฒนี ฯ ทุกฺเข สุขานิ วินฺทตีติ ทุกฺเข อุปฺปนฺเนปิ นิพฺภโย หุตฺวา อุปายกุสลตาย สุขํ ปฏิลภติ ฯ ตทตฺถทีปนตฺถํ

ยสฺเสเต จตุโร ธมฺมา วานรินฺท ยถา ตว

อลเมเตหิ อมฺเพหิ ชมฺพูหิ ปนเสหิ จาติ อาทีนิ ชาตกานิ กเถตพฺพานิ ฯ อสุสฺสูสนฺติ ปณฺฑิตปุคฺคเล อปยิรุปาสนฺโต อสุณนฺโต ฯ พหุสฺสุตํ อนาคมฺมาติ ตสฺส อสทฺทหนฺโต ฯ ธมฺมฏฺฐนฺติ สภาวการเณ ฐิตํ ฯ อวินิพฺภชนฺติ อตฺถานตฺถํ การณาการณํ อโนคาหนฺโต อตีเรนฺโต น โกจิ ปญฺญํ อธิคจฺฉติ ตาตาติ ฯ ธมฺมวิภงฺคญฺญูติ ทสกุสลกมฺมปถวิภงฺคกุสโล ฯ กาลุฏฺฐายีติ วิริยํ กาตุํ ยุตฺตกาเล วิริยสฺส การโก ฯ อนุฏฺฐหตีติ ตสฺมึ ตสฺมึ กาเล ตํ ตํ กิจฺจํ กโรติ ฯ ตสฺสาติ ตสฺส ปุคฺคลสฺส กมฺมผลํ สมิชฺฌติ นิปฺผชฺชติ ฯ อนายตนสีลสฺสาติ อนายตนํ วุจฺจติ ลาภยสสุขานํ อนากโร ทุสฺสีลฺยกมฺมํ ตํสีลสฺส เตน ทุสฺสีลฺยกมฺเมน สมนฺนาคตสฺส อนายตนภูตเมว ทุสฺสีลปุคฺคลํ เสวนฺตสฺส กุสลสฺส กมฺมสฺส กรณกาเล นิพฺพินฺทิยการิสฺสาติ นิพฺพินฺทิตฺวา อุกฺกณฺฐิตฺวา กโรนฺตสฺส ฯ เอวรูปสฺส ตาต ปุคฺคลสฺส กมฺมานํ อตฺโถ สมฺมา น วิปจฺจติ น สมฺปชฺชติ ตีณิ กุลคฺคานิ ฉ กามสคฺคานิ น อุปเนตีติ อตฺโถ ฯ อชฺฌตฺตญฺจาติ อตฺตโน นิยกชฺฌตฺตํ อนิจฺจภาวนาทิวเสน ปยุตฺตสฺส ฯ ตถายตนเสวิโนติ ตเถว สีลวนฺเต ปุคฺคเล เสวมานสฺส ฯ วิปจฺจตีติ สมฺปชฺชติ มหนฺตํ ยสํ เทติ ฯ โยคปฺปโยคสงฺขาตนฺติ โยเค ยุญฺชิตพฺพยุตฺตเก การเณ ปโยคโกฏฺฐาสภูตํ ปญฺญํ ฯ สมฺภตสฺสาติ ราสีกตสฺส ธนสฺส อนุรกฺขนํ ฯ ตานิ ตฺวนฺติ เอตานิ จ เทฺว ปุริมานิ จ มยา วุตฺตการณานิ สพฺพานิ ตาต เสวสฺสุ มยา วุตฺตํ โอวาทํ หทเย กตฺวา อตฺตโน ฆเร ธนํ รกฺข ฯ มา อกมฺมาย รนฺธยีติ อยุตฺเตน อการเณน มา รนฺธยิ ตํ ธนํ มา ฌาปยิ มา นาสยิ ฯ กึการณา ฯ อกมฺมุนาติ อยุตฺตกมฺมกรเณน ทุมฺเมโธ ปุคฺคโล สกํ ธนํ นาเสตฺวา ปจฺฉา ทุคฺคโต ฯ นฬาคารํว สีทตีติ ยถา นฬาคารํ มูลโต ปฏฺฐาย ชีรมานํ อปฺปติฏฺฐํ ปตติ เอวํ อการเณน ธนํ นาเสตฺวา อปาเยสุ นิพฺพตฺตติ ฯ

เอวํปิ โพธิสตฺโต เอตฺตเกน ฐาเนน ปญฺจ พลานิ วณฺเณตฺวา ปญฺญาพลํ อุกฺขิปิตฺวา จนฺทมณฺฑลํ ปริหรนฺโต วิย กเถตฺวา อิทานิ ทสหิ คาถาหิ รญฺโญ โอวาทํ เทนฺโต อาห

ธมฺมญฺจร มหาราช มาตาปิตูสุ ขตฺติย

อิธ ธมฺมญฺจริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช ปุตฺตทาเรสุ ขตฺติย

อิธ ธมฺมญฺจริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช มิตฺตามจฺเจสุ ขตฺติย

อิธ ธมฺมญฺจริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช พาหเนสุ พเลสุ จ

อิธ ธมฺมญฺจริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช คาเมสุ นิคเมสุ จ

อิธ ธมฺมญฺจริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช รฏฺเฐสุ ชนปเทสุ จ

อิธ ธมฺมญฺจริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช สมเณ พฺราหฺมเณสุ จ

อิธ ธมฺมญฺจริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช มิคปกฺขีสุ ขตฺติย

อิธ ธมฺมญฺจริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช ธมฺโม จิณฺโณ สุขาวโห

อิธ ธมฺมญฺจริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ

ธมฺมญฺจร มหาราช อินฺทา เทวา สพฺรหฺมกา

สุจิณฺเณน ทิวํ ปตฺตา มา ธมฺมํ ราช ปมาโทติ ฯ

ตตฺถ ปฐมคาถาย ตาว ฯ อิธ ธมฺมนฺติ มาตุปฏฺฐานปิตุปฏฺฐานธมฺมํ ฯ ตํ กาลสฺเสว วุฏฺฐาย มุโขทกทนฺตกฏฺฐานิ อาทึ กตฺวา สพฺพสรีรกิจฺจปริหรณํ กโรนฺโตว ปูเรหีติ วทติ ฯ ปุตฺตทาเรสูติ ปุตฺตธีตโร ตาว ปาปา นิวาเรตฺวา กลฺยาเณ นิเวเสนฺโต สิปฺปํ อุคฺคณฺหาเปนฺโต วยปฺปตฺตกาเล ปฏิรูปกุลวเยน อาวาหวิวาหํ กโรนฺโต สมเย ธนํ เทนฺโต ปุตฺเตสุ ธมฺมํ จรติ นาม ฯ ภริยํ สมฺมาเนนฺโต อนติจรนฺโต อิสฺสริยํ โวสฺสชฺเชนฺโต อลงฺการํ อนุปฺปเทนฺโต ทาเรสุ ธมฺมํ จรติ นาม ฯ มิตฺตามจฺเจสูติ มิตฺตามจฺเจ จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ สงฺคณฺหนฺโต อวิสํวาเทนฺโต เอเตสุ ธมฺมญฺจรติ นาม ฯ พาหเนสุ พเลสุ จาติ หตฺถิอสฺสาทีนํ วาหนานํ พลกายสฺส จ ทาตพฺพยุตฺตกํ เทนฺโต สกฺการํ กโรนฺโต หตฺถิอสฺสาทโย มหลฺลกกาเล กมฺเมสุ อโยเชนฺโต เตสุ ธมฺมํ จรติ นาม ฯ คาเมสุ นิคเมสุ จาติ คามนิคมวาสิโน ทณฺฑพลีหิ อปีเฬนฺโตว เตสุ ธมฺมํ จรติ นาม ฯ รฏฺเฐสุ ชนปเทสุ จาติ รฏฺฐญฺจ ชนปทญฺจ อการเณน กิลมนฺโต หิตจิตฺตํ อปจฺจุปฏฺฐเปนฺโต ตตฺถ อธมฺมญฺจรติ นาม ฯ อปีเฬนฺโต ปน หิตจิตฺเตน ปตฺถรนฺโต ตตฺถ ธมฺมญฺจรติ นาม ฯ สมเณ พฺราหฺมเณสุ จาติ เตสํ จตฺตาโร ปจฺจเย เทนฺโตว เตสุ ธมฺมญฺจรติ นาม ฯ มิคปกฺขีสุ จาติ สพฺพจตุปฺปทสกุณานํ อภยํ เทนฺโต เตสุ ธมฺมญฺจรติ นาม ฯ ธมฺโม จิณฺโณติ สมจริยธมฺโม จิณฺโณ นิสมฺมจริยธมฺโม จิณฺโณ ฯ สุขาวโหติ ตีสุ กุลสมฺปทาสุ ฉสุ กามสคฺเคสุ จ สุขํ อาวหติ ฯ สุจิณฺเณนาติ อิธ จิณฺเณน กายสุจริตาทินา สุจิณฺเณน ฯ ทิวํ ปตฺตาติ เทวโลกพฺรหฺมโลกสงฺขาตํ ทิวํ คตา ตตฺถ ทิพฺพสมฺปตฺติลาภิโน ชาตา ฯ มา ธมฺมํ ราช ปมาโทติ ตสฺมา ตฺวํ มหาราช ชีวิตํ ชหนฺโตปิ ธมฺมํ มา ปมชฺชาติ ฯ

เอวํ ทสธมฺมจริยคาถาโย วตฺวา อุตฺตรึปิ โอวทนฺโต โอสานคาถํ อาห

ตตฺเถว เต วตฺตปทา เอสาว อนุสาสนี

สปฺปญฺญเสวิ กลฺยาณี สมตฺตํ สาม ตํ วิทูติ ฯ

ตตฺถ ตตฺเถว เต วตฺตปทาติ อิทํ ปุริมนเยเนว โยเชตพฺพํ ฯ สปฺปญฺญเสวิ กลฺยาณี สมตฺตํ สาม ตํ วิทูติ มหาราช ตํ มยา วุตฺตํ โอวาทํ ตฺวํ นิจฺจกาลํ สปฺปญฺญปุคฺคลํ เสวี กลฺยาณคุณสมนฺนาคโต หุตฺวา สมตฺตํ ปริปุณฺณํ สามํ วิทู อตฺตปจฺจกฺขโตว ชานิตฺวา ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชาหิ ฯ

เอวํ มหาสตฺโต อากาสคงฺคํ โอตาเรนฺโต วิย พุทฺธลีลาย ธมฺมํ เทเสสิ ฯ มหาชโน มหาสกฺการํ อกาสิ สาธุการสหสฺสานิ อทาสิ ฯ ราชา ตุฏฺโฐ อมจฺเจ อามนฺเตตฺวา ปุจฺฉิ โภนฺโต อมจฺจา มม ปุตฺเตน ตรุณชมฺพุผลสมานตุณฺเฑน ชมฺพุกปณฺฑิเตน เอวํ กเถนฺเตน เกน กตฺตพฺพํ กิจฺจํ กตนฺติ ฯ เสนาปตินา เทวาติ ฯ เตนหิสฺส เสนาปติฏฺฐานํ ทมฺมีติ ชมฺพุกํ ฐานนฺตเร ฐเปสิ ฯ โส ตโต ปฏฺฐาย เสนาปติฏฺฐาเน ฐตฺวา ปิตุกมฺมานิ อกาสิ ฯ ติณฺณํ สกุณานํ มหนฺโต สกฺกาโร อโหสิ ฯ ตโยปิ ชนา รญฺโญ อตฺถญฺจ ธมมญฺจ อนุสาสึสุ ฯ มหาสตฺตสฺส โอวาเท ฐตฺวา ราชา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา สคฺคปรายโน อโหสิ ฯ อมจฺจา รญฺโญ สรีรกิจฺจํ กตฺวา สกุณานํ อาโรเจตฺวา สามิ ชมฺพุกสกุณ ราชา ตุมฺหากํ ฉตฺตํ อุสฺสาเปตพฺพํ อกาสีติ วทึสุ ฯ มหาสตฺโต น มยฺหํ รชฺเชนตฺโถ ตุมฺเห อปฺปมตฺตา กาเรถาติ มหาชนํ สีเลสุ ปติฏฺฐเปตฺวา เอวํ วินิจฺฉยํ ปวตฺเตยฺยาถาติ วินิจฺฉยธมฺมํ สุวณฺณปฏฺเฏ ลิขาเปตฺวา อรญฺญํ ปาวิสิ ฯ ตสฺโสวาโท จตฺตาลีสวสฺสสหสฺสานิ ปวตฺตติ ฯ

สตฺถา รญฺโญ โอวาทวเสน อิมํ ธมฺมเทสนํ เทเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ กุณฺฑลินี อุปฺปลวณฺณา อโหสิ เวสฺสนฺตโร สารีปุตฺโต อโหสิ ตทา ราชอมจฺจา พุทฺธปริสา อเหสุํ ชมฺพุกสกุโณ ปน อหเมวาติ ฯ

เตสกุณชาตกํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ปฐมํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๔๑

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๕๒๐. ภัณฑุติณฑุกชาดกชาดกถัดไป๕๒๒. สรภังคชาดก