ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. เตสกุณชาดก
ชาดกที่ ๕๒๑ · จัตตาฬีสนิบาตชาดก

เตสกุณชาดก

ว่าด้วยนกตอบปัญหาพระราชา

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๔๓๘ · บรรทัด ๑๐๐๗๕ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากเตสกุณชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๔ จาก ๔

เรื่องเล่า

ข้าแต่พระมหาราชา ขอพระองค์จงทรงประพฤติ ธรรม ในพระราชมารดา พระราชบิดา ครั้นทรง ประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์. ข้าแต่พระมหาราชา ขอพระองค์จงทรงประพฤติ ธรรม ในพระราชโอรสและพระอัครมเหสี ครั้นทรง ประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์. ข้าแต่พระมหาราชา ขอพระองค์จงทรงประพฤติ ธรรม ในมิตรและอำมาตย์ ครั้นทรงประพฤติธรรม ในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์. ข้าแต่พระมหาราช ขอพระองค์จงทรงประพฤติ ธรรม ในพาหนะและพลนิกาย ครั้นทรงประพฤติ ธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์. ข้าแต่พระมหาราชา ขอพระองค์จงทรงประพฤติ ธรรม ในชาวบ้านและชาวนิคม ครั้นทรงประพฤติ ธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์. ข้าแต่พระมหาราชา ขอพระองค์จงทรงประพฤติ ธรรม ในสมณะและพราหมณ์ทั้งหลาย ครั้นทรง ประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์. ข้าแต่พระมหาราชา ขอพระองค์จงทรงประพฤติ ธรรม ในเนื้อและนก ครั้นทรงประพฤติธรรมใน โลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์. ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ขอพระองค์จงทรงประพฤติธรรม เพราะธรรมที่บุคคลประพฤติแล้ว ย่อม นำความสุขมาให้ ครั้นพระองค์ทรงประพฤติธรรมใน โลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์. ข้าแต่พระมหาราชา ขอพระองค์จงทรงประพฤติ ธรรม เพราะว่า พระอินทร์ ทวยเทพพร้อมทั้งพรหม ถึงทิพยสถานได้ด้วยธรรมอันตนประพฤติดีแล้ว ข้าแต่ บรมกษัตริย์ ขอพระองค์อย่าทรงประมาทธรรมเลย.

ในคาถาทั้ง ๑๐ นั้น พึงทราบวินิจฉัยในคาถาที่ ๑ ก่อน. บทว่า อิธ ธมฺมํ ความว่า ขอพระองค์จงทรงประพฤติมาตาปิตุอุปัฏฐานธรรม. พระมหาสัตว์กล่าวว่า พระองค์โปรดเสด็จลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ แล้วจัดแจงน้ำบ้วนปากและไม้สีฟันเป็นต้น กระทำการบริหารสรีรกิจทุกอย่าง ยังมาตาปิตุอุปัฏฐานธรรมให้เต็มบริบูรณ์.

บทว่า ปุตฺตทาเรสุ ความว่า บิดาห้ามบุตรธิดาจากความชั่วก่อนให้ตั้งอยู่ในกรรมอันงาม ให้เล่าเรียนศิลปวิทยา ในเวลาเจริญวัย จัดการทำอาวาหมงคล และวิวาหมงคล ด้วยตระกูลและวัยอันคู่ควรกัน มอบทรัพย์ให้ในสมัย ชื่อว่าประพฤติธรรมในบุตรธิดา. สามียกย่องนับถือภรรยา ไม่ประพฤตินอกใจ มอบความเป็นใหญ่ให้ ให้เครื่องประดับ ชื่อว่าประพฤติธรรมในภรรยา.

บทว่า มิตฺตามจฺเจสุ ความว่า พระราชาสงเคราะห์มิตรและอำมาตย์ด้วยสังคหวัตถุ ๔ ไม่แกล้งกล่าวให้คลาดจากความจริง ชื่อว่าประพฤติธรรมในมิตรและอำมาตย์เหล่านั้น.

บทว่า พาหเนสุ พเลสุ จ ความว่า พระราชาพระราชทานสิ่งที่ควรพระราชทาน แก่พาหนะเช่นช้างม้าเป็นต้น และแก่พลนิกาย ทำการเชิดชูไม่ใช้ช้างม้าเป็นต้น ในการงาน ในเวลาแก่ ชื่อว่าประพฤติธรรมในพาหนะและพลนิกายเหล่านั้น.

บทว่า คาเมสุ นิคเมสุ จ ความว่า พระราชาเมื่อไม่เบียดเบียนบีบคั้นชาวบ้านและชาวนิคม ด้วยอาชญาและส่วยสาอากร ชื่อว่าประพฤติธรรมในชาวบ้านและชาวนิคมเหล่านั้น.

บทว่า รฏฺเสุ ชนปเทสุ จ ความว่า พระราชาเบียดเบียนชาวแว่นแคว้น และชาวชนบทให้ลำบาก โดยใช่เหตุ ไม่เข้าไปตั้งไว้ซึ่งจิตเกื้อกูลชื่อว่าประพฤติอธรรมในแว่นแคว้นและชนบทนั้น ถ้าไม่เบียดเบียนบีบคั้นแผ่ (เมตตา) ไปด้วยจิตเกื้อกูล ชื่อว่าประพฤติธรรมในแว่นแคว้นและชนบทนั้น.

บทว่า สมเณ พฺราหฺมเณสุ จ ความว่า พระราชาเมื่อพระราชทานจตุปัจจัยแก่สมณพราหมณ์ทั้งหลาย ชื่อว่าประพฤติธรรมในสมณะและพราหมณ์.

บทว่า มิคปกฺเขสุ จ ความว่า พระราชาเมื่อพระราชทานอภัยแก่สัตว์สี่เท้าและนกทั้งปวง ชื่อว่าประพฤติธรรมในมฤคชาติและหมู่ปักษีเหล่านั้น.

บทว่า ธมฺโม สุจิณฺโณ ความว่า ธรรมที่ประพฤติสม่ำเสมออันพระราชาประพฤติแล้ว คือ นิสัมมจริยธรรมอันพระราชาทรงประพฤติแล้ว. บทว่า สุขาวโห ความว่า ย่อมนำมาซึ่งความสุขในกุลสมบัติ ๓ และฉกามาพจรสวรรค์.

บทว่า สุจิณฺเณน ความว่า เพราะกายสุจริตเป็นต้น ที่พระองค์ทรงประพฤติแล้วในโลกนี้ อันพระองค์ทรงประพฤติดีแล้ว. บทว่า ทิวํ ปตฺตา ความว่า พระอินทร์ เทพยดาพร้อมทั้งพรหม ไปสู่ทิพยสถาน กล่าวคือ เทวโลกและพรหมโลก ได้แก่เกิดเป็นผู้ได้ทิพยสมบัติ ในทิพยสถานนั้น. บทว่ามา ธมฺมํ ราช ปมาโท ความว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า เพราะฉะนั้นพระองค์แม้ถึงจะต้องสละพระชนมชีพ ก็อย่าทรงประมาทซึ่งธรรม.

พระมหาสัตว์กล่าวคาถา แสดงธรรมจรรยาสิบอย่างดังนี้แล้ว เมื่อจะโอวาทให้ยิ่งขึ้นไป จึงกล่าวคาถาสุดท้ายความว่า

ข้อความที่ข้าพระองค์กราบทูลแล้วในปัญหาของ พระองค์นั้น เป็นวัตรบท ข้อนี้แลเป็นอนุสาสนี ขอ พระองค์จงทรงคบหาสมาคม กับผู้มีปัญญา จงเป็นผู้ มีกัลยาณธรรม พระองค์ทรงทราบความข้อนั้นด้วย พระองค์เองแล้ว จงทรงปฏิบัติให้ครบถ้วนเถิด.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตตฺเถว เต วตฺตปทา นี้ พึงประกอบโดยนัยก่อนนั้นเทอญ. บทว่า สปฺปญฺเสวิ กลฺยาณี สมตฺตํ สาม ตํ วิทูความว่า ข้าแต่มหาราช พระองค์โปรดคบหาบุคคลที่มีปัญญาเป็นนิตยกาลจงประกอบด้วยคุณอันงาม ทรงรู้แจ้งเองเต็มที่บริบูรณ์ คือทรงทราบชัด โดยประจักษ์ด้วยพระองค์เองแล้ว โปรดปฏิบัติโอวาทตามที่ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลแล้ว ตามที่ทูลพร่ำสอนเถิด.

พระมหาสัตว์แสดงธรรมด้วยพุทธลีลาอย่างนี้ ประหนึ่งเทพยเจ้าผู้วิเศษยังอากาศคงคาให้ตกลงมาฉะนั้น มหาชน ได้กระทำมหาสักการะ แล้วให้สาธุการนับเป็นพัน. พระราชา ทรงดีพระทัย ตรัสเรียกอำมาตย์มาดำรัสถามว่า ดูก่อนอำมาตย์ผู้เจริญทังหลาย เจ้าชัมพุกบัณฑิตผู้มีจะงอยปากเสมอด้วยผลชมพู่อ่อนซึ่งเป็นบุตรของเรา ผู้กล่าวอยู่อย่างนี้ เราควรทำการตอบแทนด้วยสิ่งใด ? อำมาตย์ทั้งหลายกราบทูลว่า ขอเดชะ ควรทำการตอบแทนด้วยตำแหน่งเสนาบดีพระเจ้าข้า. พระราชาตรัสว่า ถ้าเช่นนั้น เราจักพระราชทานตำแหน่งเสนาบดีแก่เจ้าชัมพุกะนั้น แล้วทรงแต่งตั้งนกชัมพุกโพธิสัตว์ไว้ในฐานันดรศักดิ์ นับแต่นั้นมา นกชัมพุกโพธิสัตว์ ดำรงอยู่ในตำแหน่งเสนาบดี ได้ทำการสนองราชกิจของพระราชบิดา. สักการะมากมายได้มีแก่นกทั้งสาม แม้นกทั้งสามก็พากันอนุศาสน์พร่ำสอนอรรถและธรรมถวายแด่พระราชา พระราชาทรงตั้งอยู่ในโอวาทของมหาสัตว์ ทรงบำเพ็ญบุญกุศลมีทานเป็นต้น แล้วเป็นผู้มีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า. อำมาตย์ทั้งหลายพากันจัดการถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระราชา แล้วแจ้งแก่นกทั้งสามกล่าวว่า ข้าแต่ท่านชัมพุกะพระราชาได้ทรงทำราชพินัยกรรมให้ยกเศวตฉัตรแก่ท่าน. พระมหาสัตว์ตอบว่าเราไม่ต้องการด้วยราชสมบัติ ท่านทั้งหลายจงเป็นผู้ไม่ประมาท ปกครองเถิดแล้วยังมหาชนให้ตั้งมั่นอยู่ในศีล แนะนำว่าพวกท่านพึงยังการวินิจฉัยธรรมให้เป็นไปอย่างนี้ แล้วให้จารึกหลักการวินิจฉัยข้อธรรมลงในสุพรรณบัฏ แล้วกลับเข้าสู่ป่า โอวาทของมหาสัตว์นั้นเป็นไปชั่วสี่หมื่นปี. พระศาสดาทรงแสดงพระธรรมเทศนานี้ ด้วยสามารถแห่งโอวาทแต่พระราชา แล้วทรงประชุมชาดกว่าพระราชาในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระอานนท์นางนกกุณฑลินี ได้มาเป็นนางอุบลวรรณา นกเวสสันดร ได้มาเป็นพระสารีบุตร ราชอำมาตย์ได้มาเป็นพุทธบริษัท ส่วนนกชัมพุกะ ได้มาเป็นเราผู้ตถาคต ฉะนี้แล.

จบอรรถกถาเตสกุณชาดก

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๔ / ๔

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๑ หน้า ๕๔๕–๕๗๘ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

จัตตาฬีสนิบาตชาดก · ๑๘๓ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๘๓ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๗. จัตตาลีสนิบาต

๑. เตสกุณชาดก (๕๒๑)

ว่าด้วยนก ๓ ตัว

(พระราชาตรัสถามธรรมกับนกเวสสันดรในท่ามกลางมหาชนว่า)

[๑]

ลูกนก ขอความเจริญจงมีแก่ลูก พ่อขอถามลูกเวสสันดรว่า

กิจอะไรบุคคลผู้ประสงค์จะครอบครองราชสมบัติ

กระทำแล้วเป็นกิจอันประเสริฐ

(นกเวสสันดรยังไม่ทูลตอบปัญหา แต่ทูลเตือนพระราชาเพราะความประมาท ก่อนแล้วจึงกราบทูลว่า)

[๒]

นานนักหนอ พระเจ้ากังสะพระราชบิดาของเรา

ผู้ทรงครอบครองกรุงพาราณสี ผู้มีความประมาท

ได้ตรัสถามเราผู้เป็นบุตรซึ่งหาความประมาทมิได้

(นกเวสสันดรเมื่อทูลเตือนอย่างนี้แล้ว จึงกราบทูลว่า)

[๓]

ขอเดชะบรมกษัตริย์ อันดับแรกทีเดียว

พระราชาพึงทรงห้ามการตรัสคำไม่จริง ความโกรธ

ความหรรษาร่าเริง ต่อแต่นั้นพึงตรัสสั่งให้ทำราชกิจ

บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า นั้นเป็นพระราชประเพณี

[๔]

ขอเดชะเสด็จพ่อ เมื่อก่อนกรรมใดเป็นกรรมกระทำให้

เดือดร้อนโดยไม่ต้องสงสัย พระองค์ทรงทำไว้แล้ว ๑

กรรมใดพระองค์ทรงมีความกำหนัดและความขัดเคืองทรงทำ ๑

กรรมนั้นพระองค์ไม่พึงทำต่อไปอีก

[๕]

ขอเดชะพระองค์ผู้ผดุงรัฐให้เจริญ

โภคะทั้งปวงในแคว้นของกษัตริย์ผู้ประมาทแล้วย่อมพินาศ

ข้อนั้นท่านกล่าวว่า เป็นความทุกข์ของพระราชา

[๖]

ขอเดชะเสด็จพ่อ เทพธิดาชื่อสิริและอลักขีถูกสุจิวารเศรษฐีถาม

ได้ตอบว่า ดิฉันชื่นชมยินดีคนที่ขยันหมั่นเพียรและไม่ริษยา

[๗]

ขอเดชะมหาราช ส่วนอลักขีเทพธิดาเป็นคนกาฬกัณณี

หักกุศลจักร ย่อมชื่นชมยินดีคนริษยา คนใจร้าย

มักทำลายกุศลกรรม

[๘]

ขอเดชะมหาราช พระองค์นั้น โปรดทรงมีพระหทัยดี

ในชนทั้งปวง จงทรงพิทักษ์รักษาชนทั้งปวง

โปรดทรงขับนางเทพธิดาที่อับโชคออกไป

ขอพระราชนิเวศน์จงเป็นที่อยู่ของนางเทพธิดาที่อำนวยโชคเท่านั้นเถิด

[๙]

ขอเดชะพระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งชนชาวกาสี

เพราะว่าบุรุษผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญาและความเพียรนั้น

มีอัธยาศัยกว้างขวาง ย่อมตัดรากเง่าและยอดของศัตรูได้ขาด

[๑๐]

แท้จริง แม้ท้าวสักกะผู้เป็นเจ้าแห่งภูต

ก็มิได้ทรงประมาทในความขยันหมั่นเพียร

ท้าวเธอทรงกระทำความเพียรในกัลยาณธรรม

ทรงสนพระทัยในความขยันหมั่นเพียร

[๑๑]

คนธรรพ์ พรหม เทวดาทั้งหลายที่มีชีวิตเกี่ยวเนื่องกับ

พระราชาเหล่านั้น เมื่อพระองค์ทรงขยันหมั่นเพียร

ไม่ประมาท ก็ย่อมจะคล้อยตาม

[๑๒]

ขอเดชะเสด็จพ่อ ขอเสด็จพ่ออย่าทรงประมาท

อย่าทรงกริ้ว แล้วตรัสสั่งให้ทำราชกิจ

อนึ่ง โปรดทรงพยายามในราชกิจ

เพราะคนไม่เกียจคร้านย่อมประสบความสุข

[๑๓]

ข้อความเหล่านั้นที่ข้าพระองค์กล่าวแก้ในปัญหาของเสด็จพ่อ

นั้นแลเป็นวัตตบท ข้อนี้แลเป็นอนุสาสนีสำหรับเสด็จพ่อ

ที่สามารถช่วยมิตรให้ถึงความสุขและให้ทุกข์เกิดแก่ศัตรูได้

(พระราชาตรัสถามราชธรรมกับนางนกกุณฑลินีว่า)

[๑๔]

แม่กุณฑลินี สกุณีผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของผู้มีบรรดาศักดิ์

เจ้าคงจะเข้าใจปัญหา กิจอะไรบุคคลผู้ประสงค์จะครอบครอง

ราชสมบัติกระทำแล้วเป็นกิจอันประเสริฐ

(นางนกกุณฑลินีกราบทูลว่า)

[๑๕]

ขอเดชะเสด็จพ่อ มีเหตุอยู่ ๒ ประการเท่านั้น

ที่ประโยชน์สุขทั้งปวงดำรงมั่นอยู่ได้ คือ

การได้ลาภที่ยังไม่ได้ ๑ การตามรักษาลาภที่ได้แล้ว ๑

[๑๖]

ขอเดชะเสด็จพ่อ พระองค์โปรดทรงรู้จักหมู่อำมาตย์

ผู้เป็นนักปราชญ์ ฉลาดในประโยชน์

ไม่ใช่นักเลงการพนัน ไม่ใช่คนปลิ้นปล้อน

ไม่ใช่นักเลงล้างผลาญเถิด พระเจ้าข้า

[๑๗]

ขอเดชะเสด็จพ่อ อำมาตย์คนใดพึงรักษาทรัพย์

ที่พระองค์พึงมีไว้ได้เหมือนนายสารถียึดรถ

อำมาตย์ผู้นั้นพระองค์โปรดทรงให้ทำราชกิจเถิด

[๑๘]

พระราชาพึงสงเคราะห์ชนฝ่ายในให้ดี

ตรวจตราราชทรัพย์ด้วยพระองค์เอง

ไม่พึงฝังขุมทรัพย์ และให้กู้หนี้โดยทรงไว้วางพระทัยผู้อื่น

[๑๙]

พระราชาควรทราบความเจริญและความเสื่อมด้วยพระองค์เอง

ควรทรงทราบสิ่งที่ทรงกระทำแล้วและยังมิได้ทรงกระทำ

ด้วยพระองค์เอง พึงข่มคนที่ควรข่ม ยกย่องคนที่ควรยกย่อง

[๒๐]

ขอเดชะพระองค์ผู้เป็นจอมทัพรถ

ขอพระองค์ทรงโปรดพร่ำสอนสิ่งที่เป็นประโยชน์

แก่ชาวชนบทด้วยพระองค์เอง

ข้าราชการผู้ไม่มีธรรมที่ทรงใช้สอยอย่าได้ทำพระราชทรัพย์

และรัฐสีมาของพระองค์ให้พินาศเลย

[๒๑]

อนึ่ง พระองค์อย่าทรงกระทำ

หรือตรัสใช้ให้ผู้อื่นกระทำราชกิจด้วยความเร่งด่วน

เพราะการงานที่ทำด้วยความเร่งด่วนไม่ดีเลย

คนโง่ย่อมเดือดร้อนในภายหลังเพราะการกระทำเช่นนั้น

[๒๒]

ขอพระทัยของพระองค์อย่าทรงล่วงเลยกุศล

ขอพระองค์อย่าทรงปล่อยพระทัยให้ขุ่นเคืองเกรี้ยวกราดนัก

เพราะว่าสกุลทั้งหลายที่มั่งคั่งมากมาย

ถึงความไม่เป็นสกุลเพราะความโกรธ

[๒๓]

ขอเดชะเสด็จพ่อ ขอพระองค์อย่าทรงให้ประชาชน

หยั่งลงเพื่อความหายนะ เพราะเข้าพระทัยว่า เราเป็นใหญ่

ขอพวกสตรีและบุรุษของพระองค์อย่าได้มีความทุกข์เลย

[๒๔]

พระราชาผู้ปราศจากอาการขนพองสยองเกล้า

มีพระทัยใฝ่หาแต่กาม โภคะทั้งปวงจักพินาศไป

ข้อนั้นท่านกล่าวว่า เป็นความทุกข์ของพระราชา

[๒๕]

ข้อความเหล่านั้นที่หม่อมฉันกล่าวแก้ในปัญหาของเสด็จพ่อ

นั้นเป็นวัตตบท ข้อนี้แลเป็นอนุสาสนีสำหรับเสด็จพ่อ

ขอเดชะพระมหาราช บัดนี้

เสด็จพ่อพึงทรงขยันหมั่นบำเพ็ญบุญ

อย่าทรงเป็นนักเลง อย่าทรงล้างผลาญพระราชทรัพย์

ควรทรงเป็นผู้มีศีล เพราะคนทุศีลต้องตกนรก

(พระราชาตรัสถามปัญหากับนกชัมพุกบัณฑิตว่า)

[๒๖]

พ่อชัมพุกะ พ่อได้ถามโกสิยโคตรแล้ว

และแม่กุณฑลินีพ่อก็ได้ถามแล้วเช่นกัน

คราวนี้ พ่อจงบอกกำลังอันสูงสุดกว่ากำลังทั้งหลายบ้าง

(นกชัมพุกบัณฑิตแสดงธรรมแก่พระราชาว่า)

[๒๗]

ในโลกมีกำลังอยู่ ๕ ประการ ๑- มีอยู่ในบุรุษ

ผู้มีอัธยาศัยกว้างขวาง บรรดากำลังทั้ง ๕ ประการนั้น

ขึ้นชื่อว่ากำลังแขนท่านกล่าวว่า เป็นกำลังสุดท้าย

[๒๘]

ขอเดชะพระองค์ผู้ทรงพระชนมายุยืนนาน

ส่วนกำลังแห่งโภคะท่านกล่าวว่า เป็นกำลังที่ ๒

และกำลังแห่งอำมาตย์ท่านกล่าวว่า เป็นกำลังที่ ๓

[๒๙]

อนึ่ง กำลังแห่งชาติสกุลอันยิ่งนั้น

เป็นกำลังที่ ๔ อย่างไม่ต้องสงสัย

กำลังทั้งหมด ๔ ประการเหล่านั้นบัณฑิตย่อมยึดถือไว้ได้

[๓๐]

กำลังปัญญานั้นเป็นกำลังประเสริฐสุด

เป็นยอดกำลังกว่ากำลังทั้งหลาย

บัณฑิตผู้มีกำลังปัญญาสนับสนุนย่อมประสบประโยชน์

[๓๑]

แม้ถึงคนมีปัญญาทรามจะได้แผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ก็จริง

คนอื่นผู้มีปัญญาย่อมกดขี่เขาซึ่งไม่ประสงค์จะให้

ยึดครองแผ่นดินนั้นเสีย

[๓๒]

ขอเดชะพระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งชนชาวกาสี

ถึงกษัตริย์แม้อุบัติในสกุลอันสูงยิ่ง

ได้ราชสมบัติแล้ว แต่มีปัญญาทราม

จะดำรงพระชนม์ชีพอยู่ด้วยโภคะแม้ทั้งปวงหาได้ไม่

[๓๓]

ปัญญาเท่านั้นเป็นเครื่องวินิจฉัยเรื่องที่ได้ฟัง

ปัญญาเป็นเหตุให้เกียรติยศชื่อเสียงเจริญ

นรชนในโลกนี้ประกอบด้วยปัญญาแล้ว

แม้เมื่อเกิดทุกข์ก็ประสบสุขได้

@เชิงอรรถ :

@๑ กำลัง ๕ คือ (๑) กำลังกาย (๒) กำลังโภคทรัพย์ (๓) กำลังอำมาตย์ (๔) กำลังชาติตระกูล (กษัตริย์)

@(๕) กำลังปัญญา (ขุ.ชา.อ. ๗/๒๗/๓๔๙)

[๓๔]

ส่วนคนบางคนไม่ตั้งใจฟังด้วยดี

ไม่อาศัยท่านผู้เป็นพหูสูต ซึ่งตั้งอยู่ในธรรม

ไม่ไตร่ตรองเหตุผล ย่อมไม่ได้ลุถึงปัญญา

[๓๕]

อนึ่ง ผู้ใดรู้จักจำแนกธรรม ลุกขึ้นในกาลที่เหมาะสม

ไม่เกียจคร้าน บากบั่นตามกาลเวลา ผลงานของผู้นั้นย่อมสำเร็จ

[๓๖]

ประโยชน์ของบุคคลผู้มิใช่เป็นบ่อเกิดแห่งศีล

ผู้คบหาบุคคลผู้มิใช่บ่อเกิดแห่งศีล

ผู้มีปกติเบื่อหน่ายการทำงาน ย่อมไม่เผล็ดผลโดยชอบ

[๓๗]

ส่วนประโยชน์ของบุคคลผู้ประกอบธรรมอันเป็นภายใน

ผู้คบหาบุคคลผู้เป็นบ่อเกิดแห่งศีลเช่นนั้น

มีปกติไม่เบื่อหน่ายการทำงาน ย่อมเผล็ดผลโดยชอบ

[๓๘]

ขอเดชะเสด็จพ่อ ขอเสด็จพ่อจงทรงใฝ่หาปัญญา

คือการตามประกอบความเพียรในเหตุที่ควรประกอบ

และใฝ่หาการอนุรักษ์ทรัพย์ที่ทรงรวบรวมไว้ทั้ง ๒ อย่างนั้นเถิด

อย่าทรงทำลายทรัพย์ด้วยเหตุอันไม่สมควรเลย

เพราะคนมีปัญญาทรามย่อมล่มจม

เหมือนเรือนไม้อ้อ เพราะการกระทำอันไม่สมควร

(พระโพธิสัตว์พรรณนากำลัง ๕ ประการนี้แล้ว ยกกำลังคือปัญญาขึ้น กราบทูลแด่พระราชาอีกว่า)

[๓๙]

ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด

ทรงประพฤติธรรมในพระราชมารดาและพระราชบิดาเถิด

ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์

[๔๐]

ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด

ทรงประพฤติธรรมในพระโอรสและพระชายาเถิด

ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์

[๔๑]

ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด

ทรงประพฤติธรรมในหมู่มิตรและอำมาตย์เถิด

ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์

[๔๒]

ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด

ทรงประพฤติธรรมในราชพาหนะและพลนิกายเถิด

ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์

[๔๓]

ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด

ทรงประพฤติธรรมในชาวบ้านและชาวนิคมเถิด

ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์

[๔๔]

ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด

ทรงประพฤติธรรมในชาวแคว้นและชาวชนบทเถิด

ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์

[๔๕]

ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด

ทรงประพฤติธรรมในสมณะและพราหมณ์ทั้งหลายเถิด

ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์

[๔๖]

ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด

ทรงประพฤติธรรมในหมู่เนื้อและสัตว์ปีกทั้งหลายเถิด

ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์

[๔๗]

ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์

ขอพระองค์โปรดทรงประพฤติธรรม

เพราะธรรมที่บุคคลประพฤติแล้วนำความสุขมาให้

ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์

[๔๘]

ขอเดชะพระมหาราช ขอพระองค์โปรดทรงประพฤติธรรมเถิด

เพราะเทวดาพร้อมทั้งพระอินทร์และพระพรหม

ถึงทิพยสถานได้ด้วยธรรมที่ตนประพฤติดีแล้ว

ขอเดชะ ขอพระองค์อย่าทรงประมาทธรรมเลย

(พระโพธิสัตว์กล่าวคาถาแสดงจริยธรรม ๑๐ ประการนี้แล้ว จึงโอวาทให้ยิ่งขึ้นไปว่า)

[๔๙]

ข้อความเหล่านั้นที่ข้าพระองค์กล่าวแก้ในปัญหาของเสด็จพ่อ

นั้นแลเป็นวัตตบท ข้อนี้เป็นอนุสาสนีสำหรับเสด็จพ่อ

ขอเสด็จพ่อโปรดทรงคบหาคนมีปัญญา จงทรงเป็นผู้มีกัลยาณธรรม

ทรงทราบความข้อนั้นด้วยพระองค์เองแล้ว

โปรดทรงปฏิบัติให้ครบถ้วนเถิด

เตสกุณชาดกที่ ๑ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๕๒๐. ภัณฑุติณฑุกชาดกชาดกถัดไป๕๒๒. สรภังคชาดก