ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๑๕
  6. /
  7. …
  8. /
  9. พราหมณสังยุตต์
  10. /
  11. อุปาสกวรรค
  12. /
  13. ๘. กัฏฐหารสูตร

๘. กัฏฐหารสูตร

เล่มที่ ๑๕ · ข้อ ๗๐๙ · บรรทัด ๕๘๓๓

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อรรถกถากัฏฐหารสูตรที่ ๘

ในกัฏฐหารสูตรที่ ๘ วินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-

บทว่า อนฺเตวาสิกา ได้แก่ มีผู้ทำการขวนขวายเล่าเรียนศิลปะ ชื่อว่าธัมมันเตวาสิก.

บทว่า นิสินฺนํ ได้แก่ ประทับนั่งเปล่งพระรัศมีมีวรรณะ ๖.

บทว่า คมฺภีรรูเป ได้แก่ มีสภาพลึก.

บทว่า พหุเภรเว ได้แก่ อันน่าสะพรึงกลัวมาก เพราะสิ่งที่มีวิญญาณและไม่มีวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งอยู่ในที่นั้น.

บทว่า วิคาหิย ได้แก่ เข้าไปแล้วโดยลำดับ.

บทว่า อนิญฺชมาเนน เป็นต้นเป็นกายพิเศษ. อธิบายว่าด้วยทั้งกายเห็นปานนี้. ด้วยคำว่า สุจารุรูปํ วต ท่านกล่าวว่า ท่านเพ่งฌานดียิ่งหนอ.

บทว่า วนวสฺสิโต มุนิ ได้แก่ พระมุนีคือพระพุทธเจ้าทรงอาศัยป่า.

บทว่า อิทํ ความว่า เหตุที่ท่านนั่งในป่าอย่างนี้นี่ ย่อมปรากฏเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์แก่ข้าพเจ้า.

บทว่า ปีติมโน ได้แก่ ผู้มีจิตยินดี.

บทว่า วเน วเส ได้แก่ อยู่ในป่า.

บทว่า มญฺญามหํ ความว่าข้าพเจ้า ย่อมสำคัญ.

บทว่า โลกาธิปติสหพฺยตํ ได้แก่ ความเป็นสหายของท้าวมหาพรหมผู้เป็นใหญ่ในโลก.

บทว่า อากงฺขมาโน แปลว่า ปรารถนาอยู่.

คำว่า ติทิวํ อนุตฺตรํ นี้ ท่านกล่าวหมายพรหมโลกนั่นแหละ.

บทว่า กสฺมา ภวํ วิชนมรญฺญมสฺสิโต ความว่า ถ้าไม่เป็นอย่างนี้ เราเข้าใจว่าท่านหวังพรหมโลกอันดับแรก พราหมณ์ถามว่า เมื่อเป็นอย่างนี้ ท่านจงบอกแก่เรา เหตุไร ท่านจึงชอบอยู่ป่า.

บทว่า พฺรหฺมปตฺติยา แปลว่า เพื่อถึงความเป็นผู้ประเสริฐในที่นี้ ข้อนี้ พราหมณ์ถามโดยอาการอื่นอีกว่า เพราะเหตุไร ท่านจึงทำความเพียร.

บทว่า กงฺขา ได้แก่ ตัณหา.

ด้วยบทว่า อภินนฺทนา นี้ แม้ตัณหา ท่านก็เรียกว่า อภินันทนา.

บทว่า อเนกธาตูสุ ได้แก่ ในอารมณ์ทั้งหลายมีสภาวะมากมาย.

บทว่า ปุถู ได้แก่ ตัณหาหรือกิเลสที่เหลือมีประการต่างๆ.

บทว่า สทา สิตา ได้แก่ อยู่ในอำนาจตลอดกาลเป็นนิตย์.

บทว่า อญาณมูลปฺปภวา ได้แก่ ตัณหาเป็นธรรมชาติมีอวิชชาเป็นมูลราก.

ด้วยบทว่า ปชปฺปิตา นี้ ก็ตัณหา ท่านเรียกว่าปชัปปิตา โดยเป็นเหตุให้กระซิบว่า แม้นี้เป็นของเรา แม้นี้เป็นของเรา.

บทว่า สพฺพา มยา พยนฺตีกตา ความว่าตัณหาทั้งหมดอันเราทำให้สิ้นสุดคือหมดที่สุดแล้วด้วยอรหัตมรรค.

บทว่า สมูลิกา ได้แก่ พร้อมด้วยสิ่งที่มีอวิชชาเป็นมูล.

บทว่า อนุปโย ได้แก่ ไม่มีตัณหาเข้าไปใกล้.

ด้วยบทว่า สพฺเพสุ ธมฺเมสุ วิสุทฺธทสฺสโน นี้ ทรงแสดงถึงพระสัพพัญญุตญาณ. ด้วยบทว่า สมฺโพธิมนุตฺตรํ ตรัสหมายเอาพระอรหัต.

บทว่า สิวํ ได้แก่ ประเสริฐสุด.

บทว่า ฌายามิ ความว่า เราย่อมเพ่งด้วยฌาน ๒.

บทว่า วิสารโท ได้แก่ ปราศจากความกำหนัด. จบอรรถกถากัฏฐหารสูตรที่ ๘

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๑๕ ข้อ ๗๐๙ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๗. นวกรรมิกสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๑๕อุปาสกวรรคพระสูตรถัดไป๙. มาตุโปสกสูตร