ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. วิสตินิบาตชาดก
  8. /
  9. ๖. หังสชาดก

๖. หังสชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๑๒๔ · บรรทัด ๘๔๐๐เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๖. จูฬหังสชาดก (๕๐๒)

ว่าด้วยหงส์สุมุขะผู้ภักดีต่อพญาหงส์จูฬหังสะ

(พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญาหงส์ทองเมื่อจะทดลองใจหงส์สุมุขะ จึงกล่าวว่า)

[๑๓๓]

ฝูงหงส์เหล่านั้นถูกภัยคุกคาม

มีความกลัวจนต้องบินหนีไป

ท่านสุมุขะผู้มีผิวพรรณเหลืองอร่ามดังทองคำ

ท่านจงบินหนีไปตามความประสงค์เถิด

[๑๓๔]

เราผู้เดียวติดบ่วงอยู่ หมู่ญาติทั้งหลายไม่เหลียวแล

พากันละทิ้งบินหนีไป ไยเล่ายังเหลือเจ้าอยู่แต่ตัวเดียว

[๑๓๕]

ท่านสุมุขะผู้ประเสริฐโผบินไปเถอะ

เพราะความเป็นสหายไม่มีในผู้ติดบ่วงหรอก

ท่านอย่าทำความเพียรเพื่อความไม่มีทุกข์ให้เสื่อมเสียไปเลย

จงบินหนีไปตามความประสงค์เถิด

(หงส์สุมุขะเสนาบดีจับที่หลังเปือกตมกล่าวว่า)

[๑๓๖]

ท้าวธตรัฏฐะ ข้าพระองค์จะไม่ละทิ้งพระองค์ไป

เพราะเหตุเพียงเท่านี้ว่า พระองค์ต้องประสบทุกข์

ข้าพระองค์จะอยู่จะตายกับพระองค์

(พญาหงส์ธตรัฏฐะกล่าวว่า)

[๑๓๗]

ท่านสุมุขะ คำใดที่ท่านกล่าวออกมา

คำนั้นเป็นคำอันดีงามของอริยชน

แต่เราเมื่อจะทดลองท่าน จึงได้กล่าวคำนั้นออกไปว่า

จงบินหนีไปเสียเถิด

(ฝ่ายบุตรนายพรานเข้าไปหาพญาหงส์แล้วกล่าวว่า)

[๑๓๘]

ท่านผู้ประเสริฐอุดมกว่าหงส์ทั้งหลาย

วิสัยปักษาทิชาชาติตัวผงาดสัญจรไปในอากาศ

ย่อมทำอากาศที่ไม่ใช่ทางให้เป็นทางบินไปได้

ท่านไม่ทราบว่ามีบ่วงแต่ที่ไกลหรือ

(พญาหงส์โพธิสัตว์กล่าวว่า)

[๑๓๙]

เมื่อใดสัตว์มีความเสื่อมในขณะจะสิ้นชีวิต

เมื่อนั้นถึงจะมาใกล้ข่ายและบ่วงก็ไม่รู้

(นายพรานชื่นชมถ้อยคำของพญาหงส์ จึงสนทนากับพญาหงส์สุมุขะว่า)

[๑๔๐]

ฝูงหงส์เหล่านั้นถูกภัยคุกคาม มีความกลัวจนต้องบินหนีไป

ท่านผู้มีผิวพรรณเหลืองอร่ามดังทองคำ ท่านเท่านั้นยังเหลืออยู่

[๑๔๑]

นกทั้งหลายเหล่านั้นกินดื่มแล้วก็บินไป

ไม่เหลียวแล ท่านผู้เดียวเท่านั้นยังอยู่ใกล้

[๑๔๒]

นกตัวนี้เป็นอะไรกับเจ้าหนอ

พ้นไปแล้วยังเข้าไปใกล้นกตัวติดบ่วง

นกทั้งหลายพากันทอดทิ้งบินหนีไป

ไยเล่ายังเหลือเจ้าอยู่แต่ตัวเดียว

(หงส์สุมุขะเสนาบดีกล่าวว่า)

[๑๔๓]

นกตัวนั้นเป็นราชาของข้าพเจ้า

เป็นทั้งมิตรเป็นทั้งเพื่อนเสมอด้วยชีวิตของข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าจักไม่ละทิ้งท่านไปตราบจนวันตาย

(นายพรานฟังดังนั้นแล้วมีจิตเลื่อมใส คิดจะปล่อยพญาหงส์ที่ติดบ่วง จึงกล่าวว่า)

[๑๔๔]

ก็เจ้าประสงค์จะสละชีวิตเพราะเหตุแห่งเพื่อน

เรายอมปล่อยสหายของเจ้า ขอพญาหงส์จงตามเจ้าไปเถิด

(หงส์สุมุขะเสนาบดีมองดูพระโพธิสัตว์มีจิตยินดี จึงอนุโมทนาแก่นายพรานว่า)

[๑๔๕]

นายพราน วันนี้ข้าพเจ้าเห็นพญาหงส์ผู้เป็นใหญ่กว่านก

พ้นจากอันตรายแล้วย่อมร่าเริงฉันใด

ขอท่านพร้อมกับญาติทั้งหมดจงร่าเริงฉันนั้นเถิด

(พญาหงส์ทูลถามพระราชาว่า)

[๑๔๖]

พระองค์ทรงพระเกษมสำราญแลหรือ

มีพระอนามัยสมบูรณ์แลหรือ รัฐสีมารุ่งเรืองแลหรือ

พระองค์ทรงอนุศาสน์พร่ำสอนพสกนิกรโดยธรรมแลหรือ

(พระราชาตรัสว่า)

[๑๔๗]

พญาหงส์ เราสุขเกษมสำราญดี

อนามัยก็สมบูรณ์ดี อนึ่ง รัฐสีมาก็รุ่งเรือง

และเราก็อนุศาสน์พร่ำสอนพสกนิกรโดยธรรม

(พญาหงส์ทูลถามว่า)

[๑๔๘]

โทษบางประการในหมู่อำมาตย์ของพระองค์ไม่มีแลหรือ

อนึ่ง พระองค์มีศัตรูหมู่อมิตรอยู่ห่างไกล

ดุจพระฉายาด้านทิศทักษิณแลหรือ

(พระราชาตอบว่า)

[๑๔๙]

แม้โทษบางประการในหมู่อำมาตย์ของเราก็ไม่มี

อนึ่ง เรามีศัตรูหมู่อมิตรอยู่ห่างไกลดุจเงาด้านทิศทักษิณ

(พญาหงส์ทูลถามว่า)

[๑๕๐]

พระองค์ทรงมีพระมเหสีที่เหมาะสมอยู่ในพระโอวาท

มีพระเสาวนีย์ที่น่ารัก ถึงพร้อมด้วยพระโอรส

พระรูป และพระยศ อยู่ในพระอำนาจตามความพอพระทัย

ของพระองค์แลหรือ

(พระราชาตอบว่า)

[๑๕๑]

ถูกแล้ว เรามีมเหสีที่เหมาะสมอยู่ในโอวาท มีดำรัสที่น่ารัก

ถึงพร้อมด้วยปุตตสมบัติ รูปสมบัติ และยศสมบัติ

อยู่ในอำนาจตามความพอใจของเรา

(พญาหงส์ทูลถามว่า)

[๑๕๒]

ขอเดชะพระองค์ผู้ทรงผดุงรัฐให้เจริญ

พระราชบุตรจำนวนมากของพระองค์ ทรงสมภพมาดีแล้ว

ถึงพร้อมด้วยพระปรีชาเฉลียวฉลาด

ยังทรงพากันรื่นเริงบันเทิงพระทัยอยู่ ณ สถานที่นั้นๆ แลหรือ

(พระราชาตอบว่า)

[๑๕๓]

ท้าวธตรัฏฐะ บุตรของเรา ๑๐๑ พระองค์ปรากฏแล้วเพราะเรา

ขอท่านโปรดชี้แจงกิจที่พึงกระทำแก่พวกเขาด้วยเถิด

พวกเขาจะไม่ฝ่าฝืนคำของท่าน

(พญาหงส์พระโพธิสัตว์ได้ฟังพระราชดำรัสแล้วได้ถวายโอวาทแก่พระราชบุตร เหล่านั้นว่า)

[๑๕๔]

แม้ถ้าว่ากุลบุตรผู้เข้าถึงโดยชาติกำเนิดหรือโดยวินัย

แต่ประกอบความเพียรในภายหลัง

เขาย่อมตกอยู่ในห้วงแห่งอันตรายที่แก้ไขได้ยาก

[๑๕๕]

ช่องโหว่อันใหญ่หลวงย่อมเกิดแก่เขาผู้มีปัญญาง่อนแง่น

เหมือนคนผู้ตกอยู่ในความมืดแห่งราตรี

ย่อมเห็นได้แต่รูปหยาบๆ เท่านั้น

[๑๕๖]

ส่วนกุลบุตรผู้รู้แต่การประกอบความเพียร

ในสิ่งที่ไม่เป็นสาระว่าเป็นสาระ เขาจะไม่ประสบความรู้เลย

ย่อมตกอยู่ในห้วงอันตรายอย่างเดียวเหมือนกวางที่ตกอยู่ที่ซอกเขา

[๑๕๗]

แม้หากว่าคนผู้มีชาติสกุลต่ำ

แต่เป็นคนมีความขยันหมั่นเพียร

มีปัญญา สมบูรณ์ด้วยอาจาระและศีล

ก็ย่อมรุ่งเรืองเหมือนไฟในราตรี

[๑๕๘]

ขอพระองค์ทรงทำข้อที่ข้าพระองค์กล่าวแล้วนั้น

ให้เป็นข้อเปรียบเทียบ แล้วทรงให้พระราชบุตรดำรงอยู่ในวิชา

กุลบุตรผู้มีปัญญาย่อมงอกงามเหมือนพืชในนางอกงามเพราะน้ำฝน

จูฬหังสชาดกที่ ๖ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๕. โรหนมิคชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗วิสตินิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๗. สัตติคุมพชาดก