ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๗
  6. /
  7. …
  8. /
  9. ตติยปัณณาสก์
  10. /
  11. วรรคที่ ๑๒
  12. /
  13. สังวโรกัมมันติกถา

สังวโรกัมมันติกถา

เล่มที่ ๓๗ · ข้อ ๑๔๗๖ · บรรทัด ๑๕๐๓๔

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๒. ทวาทสมวรรค

๑. สังวโรกัมมันติกถา (๑๑๖)

ว่าด้วยความสำรวมเป็นกรรม

[๖๓๐]

สก. ความสำรวมเป็นกรรมใช่ไหม

ปร. ๑- ใช่ ๒-

สก. ความสำรวมจักขุนทรีย์เป็นจักขุกรรมใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ความสำรวมโสตินทรีย์ ฯลฯ ความสำรวมฆานินทรีย์ ฯลฯ ความ สำรวมชิวหินทรีย์ ฯลฯ ความสำรวมกายินทรีย์ เป็นกายกรรมใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ความสำรวมกายินทรีย์เป็นกายกรรมใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ความสำรวมจักขุนทรีย์เป็นจักขุกรรมใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ความสำรวมกายินทรีย์เป็นกายกรรมใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ความสำรวมโสตินทรีย์ ฯลฯ ความสำรวมฆานินทรีย์ ฯลฯ ความ สำรวมชิวหินทรีย์ เป็นชิวหากรรมใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

@เชิงอรรถ :

@๑ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายมหาสังฆิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๓๐/๒๖๑)

@๒ เพราะมีความเห็นว่า เจตนาไม่ชื่อว่ากรรม ความสำรวมและความไม่สำรวมเท่านั้นชื่อว่ากรรม

@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๓๐/๒๖๑)

สก. ความสำรวมมนินทรีย์เป็นมโนกรรมใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ความสำรวมมนินทรีย์เป็นมโนกรรมใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ความสำรวมจักขุนทรีย์เป็นจักขุกรรมใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ความสำรวมมนินทรีย์เป็นมโนกรรมใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ความสำรวมโสตินทรีย์ ฯลฯ ความสำรวมฆานินทรีย์ ฯลฯ ความ สำรวมชิวหินทรีย์ ฯลฯ ความสำรวมกายินทรีย์ เป็นกายกรรมใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๖๓๑]

สก. ความไม่สำรวมเป็นกรรมใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ความไม่สำรวมจักขุนทรีย์เป็นจักขุกรรมใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ความไม่สำรวมโสตินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมฆานินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมชิวหินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมกายินทรีย์ เป็นกายกรรมใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ความไม่สำรวมกายินทรีย์เป็นกายกรรมใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ความไม่สำรวมจักขุนทรีย์เป็นจักขุกรรมใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ความไม่สำรวมกายินทรีย์เป็นกายกรรมใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ความไม่สำรวมโสตินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมฆานินทรีย์ ฯลฯ ความ ไม่สำรวมชิวหินทรีย์ เป็นชิวหากรรมใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ความไม่สำรวมมนินทรีย์เป็นมโนกรรมใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ความไม่สำรวมมนินทรีย์เป็นมโนกรรมใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ความไม่สำรวมจักขุนทรีย์เป็นจักขุกรรมใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ความไม่สำรวมมนินทรีย์เป็นมโนกรรมใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ความไม่สำรวมโสตินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมฆานินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมชิวหินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมกายินทรีย์ เป็นกายกรรมใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๖๓๒]

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ความสำรวมก็ดี ความไม่สำรวมก็ดี เป็นกรรม” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เห็นรูปทางตาแล้วเป็นผู้รวบถือ ฯลฯ ไม่เป็นผู้รวบถือ ฟังเสียงทางหู ฯลฯ รู้ธรรมารมณ์ทางใจแล้วเป็นผู้รวบถือ ฯลฯ ไม่เป็นผู้รวบถือ” ๑- มีอยู่จริงมิใช่หรือ

สก. ใช่

ปร. ดังนั้น ความสำรวมก็ดี ความไม่สำรวมก็ดีจึงเป็นกรรม

สังวโรกัมมันติกถา จบ

๒. กัมมกถา (๑๑๗)

ว่าด้วยกรรม

[๖๓๓]

สก. กรรมทั้งปวงมีวิบากใช่ไหม

ปร. ๒- ใช่ ๓-

สก. เจตนาทั้งปวงมีวิบากใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. เจตนาทั้งปวงมีวิบากใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. เจตนาที่เป็นอัพยากฤตฝ่ายวิบากมีวิบากใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. เจตนาทั้งปวงมีวิบากใช่ไหม

ปร. ใช่

@เชิงอรรถ :

@๑ ดูเทียบ ม.มู. (แปล) ๑๒/๓๔๙/๓๘๑-๓๘๒, องฺ.จตุกฺก. (แปล) ๒๑/๑๔/๒๕

@๒ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายมหาสังฆิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๓๓-๖๓๕/๒๖๒)

@๓ เพราะมีความเห็นว่า กรรมทุกอย่างต้องให้ผล ไม่มีอโหสิกรรม ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า

@เจตนาทุกอย่างเป็นกรรม เจตนาที่เป็นกุศลและอกุศลให้ผล ส่วนเจตนาที่เป็นอัพยากฤตไม่ให้ผล

@(เป็นอโหสิกรรม) (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๓๓-๖๓๕/๒๖๒)

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้าอนิจจตากถากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๗วรรคที่ ๑๒หัวข้อถัดไปกัมมกถา