พรหมวิหารผรณาปาฐะ (แผ่พรหมวิหาร ๔)
บทแผ่พรหมวิหาร ๔ (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) เริ่มจากแผ่ให้ตนเอง แล้วแผ่ไปยังสรรพสัตว์ ปิดท้ายด้วยการอุทิศบุญและคาถาอวยพร นิยมสวดต่อท้ายทำวัตรหรือหลังนั่งสมาธิ
phrommawihan pharana
“ขอข้าพเจ้าจงมีความสุข”
บทแผ่เมตตาแก่ตนเอง
- อะหัง สุขิโต โหมิ,ขอข้าพเจ้าจงมีความสุข,
- นิททุกโข โหมิ,ขอข้าพเจ้าจงปราศจากทุกข์,
- อะเวโร โหมิ,ขอข้าพเจ้าจงปราศจากเวร,
- อัพ๎ยาปัชโฌ โหมิ,ขอข้าพเจ้าจงปราศจากความลำบาก,
- อะนีโฆ โหมิ,ขอข้าพเจ้าจงปราศจากอุปสรรคขัดข้อง,
- สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ,รักษาตนให้มีความสุขเถิด,
บทแผ่เมตตาแก่สรรพสัตว์
- สัพเพ สัตตา สุขิตา โหนตุ,สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงเป็นผู้มีความสุขเถิด,
- สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ,สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงเป็นผู้ไม่มีเวรเถิด,
- สัพเพ สัตตา อัพ๎ยาปัชฌา โหนตุ,สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงเป็นผู้ไม่เบียดเบียนกันเถิด,
- สัพเพ สัตตา อะนีฆา โหนตุ,สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงเป็นผู้ไม่มีทุกข์กายทุกข์ใจเถิด,
- สัพเพ สัตตา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ,สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงเป็นผู้มีความสุขรักษาตนเถิด,
บทแผ่กรุณาแก่สรรพสัตว์
- สัพเพ สัตตา สัพพะทุกขา ปะมุจจันตุ,สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงพ้นจากความทุกข์เถิด,
บทแผ่มุทิตาแก่สรรพสัตว์
- สัพเพ สัตตา ลัทธะสัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ,สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงอย่าไปปราศจากสมบัติอันตนได้แล้วเถิด,
บทแผ่อุเบกขา (พิจารณากรรม)
- สัพเพ สัตตา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา,สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง เป็นผู้มีกรรมเป็นของ ๆ ตน เป็นผู้รับผลของกรรม เป็นผู้มีกรรมเป็นกำเนิด เป็นผู้มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ เป็นผู้มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย,
- ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัล๎ยาณัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ,จักทำกรรมอันใดไว้ ดีหรือชั่ว จักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น,
บทอุทิศส่วนกุศล
- สัพเพ สัตตา สะทา โหนตุ อะเวรา สุขะชีวิโน,ขอปวงสัตว์ทั้งหลาย จงเป็นผู้ไม่มีเวรต่อกันและกัน จงเป็นผู้ดำรงชีพอยู่เป็นสุขทุกเมื่อเถิด,
- กะตัง ปุญญะผะลัง มัย๎หัง สัพเพ ภาคี ภะวันตุ เต,ขอให้สัตว์ทั้งสิ้นนั้น จงเป็นผู้มีส่วนได้เสวยผลบุญ ที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมาแล้วนั้น เทอญ,
บทอวยพร (สัพพมงคลคาถา)
- โหตุ สัพพัง สุมังคะลัง,ขอศุภมงคลทั้งสิ้นจงมี,
- รักขันตุ สัพพะเทวะตา,ขอเทวดาทั้งปวงจงรักษา,
- สัพพะพุทธานุภาเวนะ,ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวง,
- โสตถี โหนตุ นิรันตะรัง,ขอความสวัสดีทั้งหลายจงมีตลอดนิรันดร์ เทอญ,
- โหตุ สัพพัง สุมังคะลัง,ขอศุภมงคลทั้งสิ้นจงมี,
- รักขันตุ สัพพะเทวะตา,ขอเทวดาทั้งปวงจงรักษา,
- สัพพะธัมมานุภาเวนะ,ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรมทั้งปวง,
- โสตถี โหนตุ นิรันตะรัง,ขอความสวัสดีทั้งหลายจงมีตลอดนิรันดร์ เทอญ,
- โหตุ สัพพัง สุมังคะลัง,ขอศุภมงคลทั้งสิ้นจงมี,
- รักขันตุ สัพพะเทวะตา,ขอเทวดาทั้งปวงจงรักษา,
- สัพพะสังฆานุภาเวนะ,ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ทั้งปวง,
- โสตถี โหนตุ นิรันตะรันติ.ขอความสวัสดีทั้งหลายจงมีตลอดนิรันดร์ เทอญ ดังนี้แลฯ
ข้อมูลบทสวด
- ลำดับ
- ๑๓ ใน ๑๓
- จำนวนบท
- ๒๙
- ประเภท
- ปาฐะ
- เสียงสวด
- ยังไม่มี
ที่มาและการตรวจทาน
- บาลี
- ยังไม่ได้ทานกับต้นฉบับ
- คำแปล
- ยังไม่ได้ทานกับต้นฉบับ
ที่มาของสำนวน
A Chanting Guide
ตัวบทคำอ่านโรมันคำแปล
บาลีโรมัน+คำแปลอังกฤษ: "A Chanting Guide", Dhammayut Order (CC BY-NC 4.0), Section0015, The Sublime Attitudes; ṁ→ṃ ตามกติกาฟอนต์ของแอป; คำอ่านไทย+คำแปลไทย: ฉบับภาษาไทยของหนังสือเล่มเดียวกัน (ThaiChantingBook.pdf) หัวข้อ "พรหมะวิหาระผะระณะปาฐะ" (หน้า ๒๕-๒๗ คำอ่านคู่คำแปลไทยรายบรรทัด; หน้า ๖๘-๗๐ ของเล่มเดียวกันวางคำอ่านคู่คำแปลอังกฤษ ตรงกับ Section0015 ทุกบรรทัด); ทั้ง ๔ ชั้นจึงมาจาก recension เดียวกัน จับคู่รายบรรทัดได้ทั้งบท (๙ ท่อน). หมายเหตุการจัดรูป: หนังสือใส่วงเล็บเหลี่ยม [ ] ที่วรรค "สัพเพ สัตตา สะทา โหนตุ" และ "โหตุ สัพพัง สุมังคะลัง" ท่อนแรก เพื่อบอกว่าเป็นวรรคที่ผู้นำสวดขึ้นก่อน ไม่ใช่ส่วนของตัวบท จึงไม่ใส่วงเล็บไว้ในเนื้อบท; เนื้อหา: เมตตา-กรุณา-มุทิตา-อุเบกขาผรณา (พรหมวิหาร ๔) ท่อนอุเบกขาอิงข้อความกัมมัสสกตา (องฺ.ปญฺจก. AN 5.57 อภิณหปัจจเวกขณ์) ต่อด้วยคาถาอุทิศบุญและคาถาอวยพร;

