ติลักขณาทิคาถา
คาถาว่าด้วยไตรลักษณ์ — เมื่อเห็นด้วยปัญญาว่าสังขารทั้งปวงไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา ย่อมหน่ายในทุกข์ นั่นคือทางแห่งความบริสุทธิ์ สวดในทำวัตรเย็น
tilakkhanathi katha
“เมื่อใด บุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง”
บทนำสวด
- (ผู้นำสวด) หันทะ มะยัง ติลักขะณาคาถาโย ภะณามะ เส.เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงสวดติลักขณาทิคาถาเถิด.
ไตรลักษณ์: อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
- สัพเพ สังขารา อะนิจจาติ,เมื่อใด บุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง,
- ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ,
- อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข,เมื่อนั้น ย่อมเหนื่อยหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์,
- เอสะ มัคโค วิสุทธิยา.นั่นแหละ เป็นทางแห่งความบริสุทธิ์หมดจด.
- สัพเพ สังขารา ทุกขาติ,เมื่อใด บุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์,
- ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ,
- อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข,เมื่อนั้น ย่อมเหนื่อยหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์,
- เอสะ มัคโค วิสุทธิยา.นั่นแหละ เป็นทางแห่งความบริสุทธิ์หมดจด.
- สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ,เมื่อใด บุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา,
- ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ,
- อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข,เมื่อนั้น ย่อมเหนื่อยหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์,
- เอสะ มัคโค วิสุทธิยา.นั่นแหละ เป็นทางแห่งความบริสุทธิ์หมดจด.
ผู้ถึงฝั่งพระนิพพานมีน้อยนัก
- อัปปะกา เต มะนุสเสสุ,ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย,
- เย ชะนา ปาระคามิโน,ผู้ที่ถึงฝั่งแห่งพระนิพพานมีน้อยนัก,
- อะถายัง อิตะรา ปะชา,หมู่มนุษย์นอกนั้น,
- ตีระเมวานุธาวะติ.ย่อมวิ่งเลาะอยู่ตามฝั่งในนี้เอง.
- เย จะ โข สัมมะทักขาเต,ก็ชนเหล่าใด ประพฤติสมควรแก่ธรรม,
- ธัมเม ธัมมานุวัตติโน,ในธรรมที่ตรัสไว้ชอบแล้ว,
- เต ชะนา ปาระเมสสันติ,ชนเหล่านั้น จักถึงฝั่งแห่งพระนิพพาน,
- มัจจุเธยยัง สุทุตตะรัง.ข้ามพ้นบ่วงแห่งมัจจุราชที่ข้ามได้ยากนัก.
ข้อปฏิบัติของบัณฑิตเพื่อความหมดจด
- กัณ๎หัง ธัมมัง วิปปะหายะ,จงเป็นบัณฑิต ละธรรมดำเสีย,
- สุกกัง ภาเวถะ ปัณฑิโต,แล้วเจริญธรรมขาว,
- โอกา อะโนกะมาคัมมะ,จงออกจากที่อาศัย มาสู่ที่ไม่มีที่อาศัย,
- วิเวเก ยัตถะ ทูระมัง,อันเป็นที่สงัดซึ่งสัตว์ยินดีได้โดยยาก,
- ตัต๎ราภิระติ มิจเฉยยะ,จงยินดีเฉพาะต่อพระนิพพาน,
- หิต๎วา กาเม อะกิญจะโน.ละกามเสีย เป็นผู้ไม่มีความกังวล.
- ปะริโยทะเปยยะ อัตตานัง,บัณฑิต พึงยังตนให้ผ่องแผ้ว,
- จิตตัก๎เลเสหิ ปัณฑิโต,จากเครื่องเศร้าหมองแห่งจิตทั้งหลาย,
- เยสัง สัมโพธิยังเคสุ,จิตอันบัณฑิตทั้งหลายเหล่าใด อบรมดีแล้วโดยถูกต้อง,
- สัมมา จิตตัง สุภาวิตัง,ในองค์เป็นเหตุตรัสรู้ทั้งหลาย,
- อาทานะปะฏินิสสัคเค,ยินดีแล้วในอันสละความยึดถือ,
- อะนุปาทายะ เย ระตา,เป็นผู้ไม่ถือมั่น,
- ขีณาสะวา ชุติมันโต,บัณฑิตทั้งหลายเหล่านั้น เป็นผู้สิ้นอาสวะ มีความโพลง,
- เต โลเก ปะรินิพพุตา.ชื่อว่าดับสนิทแล้วในโลก.
ข้อมูลบทสวด
- ลำดับ
- ๔ ใน ๑๔
- จำนวนบท
- ๓๕
- ประเภท
- คาถา
- เสียงสวด
- ยังไม่มี
ที่มาและการตรวจทาน
- บาลี
- ยังไม่ได้ทานกับต้นฉบับ
- คำแปล
- ยังไม่ได้ทานกับต้นฉบับ
ที่มาในพระไตรปิฎก
- ขุ.ธ. (อรรถกถาธรรมบท) และ มหาวาร. สํ. ๑๙/๒๓/๗๘ (ตามแหล่งไทย)
ที่มาของสำนวน
A Chanting Guide
คำอ่านโรมัน
Pali: "A Chanting Guide", Dhammayut Order (CC BY-NC 4.0), หัวข้อ "The Three Characteristics" — รวมท่อน Appakā te manussesu เป็นบทเดียวกันตามธรรมเนียมสวดไทย; บรรทัดนำโรมันประกอบจากสูตร Handa mayaṃ ... bhaṇāma se
คำอ่านไทยและคำแปล
ตัวบทคำแปล
คำอ่านไทย+คำแปลจาก watpamahachai.net/watpamahachai-19.htm (บรรทัดนำหน้านั้นอ่าน ติลักขะณาคาถาโย ตามที่พิมพ์; หน้าเดียวกันให้อ้างอิงอรรถกถาธรรมบทและ มหาวาร. สํ. ๑๙/๒๓/๗๘ สำหรับท่อนท้าย); คำแปลไทยของบรรทัดนำ (หันทะ มะยังฯ) เป็นคำแปลเชิงกระบวนพิธีตามสูตร "เชิญเถิด เราทั้งหลายฯ" ที่ฉบับแปลไทยใช้ทั่วไป ไม่ใช่ตัวบทสวด

