ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๖
  6. /
  7. …
  8. /
  9. วิมานวัตถุ
  10. /
  11. ๓. ปาริฉัตตกวรรค
  12. /
  13. ๒. อุจฉุวิมาน

๒. อุจฉุวิมาน

เล่มที่ ๒๖ · ข้อ ๓๐ · บรรทัด ๘๔๑

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. อุจฉุทายิกาวิมาน

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายท่อนอ้อย

(พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพธิดานั้นด้วยคาถาเหล่านี้ว่า)

[๒๙๖]

เธอมีสิริรัศมีกาย มีบริวารยศและมีเดช

เปล่งรัศมีส่องทั่วแผ่นดินพร้อมทั้งเทวโลกให้สว่างไสว

รุ่งเรืองดังพระจันทร์และพระอาทิตย์

และดังท้าวมหาพรหมเปล่งรัศมีงามล้ำกว่า

ทวยเทพชาวไตรทศพร้อมทั้งพระอินทร์

[๒๙๗]

อาตมาขอถามเธอ เทพธิดาผู้เลอโฉม ประดับมาลัยดอกอุบล

มีมาลัยแก้วประดับเทริด มีผิวพรรณเปล่งปลั่งดั่งทองคำ

ประดับประดาอาภรณ์อย่างสวยงาม ทรงพัสตราภรณ์ชั้นเลิศ

เธอเป็นใครมาไหว้อาตมา

[๒๙๘]

ชาติก่อนเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำกรรมอะไรมาก่อน

เธอสั่งสมทานไว้ดีหรือว่ารักษาศีลไว้ดี จึงเกิดในสวรรค์ มีบริวารยศ

เพราะกรรมอะไร เทพธิดา อาตมาถามแล้ว

ขอเธอจงบอกเถิดว่า นี้เป็นผลของกรรมอันใดเล่า

(เทพธิดาตอบว่า)

[๒๙๙]

พระคุณเจ้าผู้เจริญ เมื่อไม่นานมานี้ พระเถระรูปหนึ่ง

เข้ามาบิณฑบาตยังเรือนของดิฉันในหมู่บ้านนี้แหละ

จากนั้นดิฉันมีจิตเลื่อมใส เกิดปีติสุดประมาณ

จึงได้ถวายท่อนอ้อยแด่ท่าน

[๓๐๐]

แต่ต่อมาภายหลัง แม่ผัวซักถามดิฉันว่า

แม่ตัวดี แกเอาอ้อยไปทิ้งไว้ที่ไหนล่ะ

ดิฉันจึงตอบว่า ไม่ได้ทิ้งและก็ไม่ได้กิน

แต่ดิฉันได้ถวายแด่ภิกษุผู้สงบระงับไปแล้ว

[๓๐๑]

ทันใดนั้น แม่ผัวได้ด่าดิฉันว่า

นี่แกหรือฉันเป็นใหญ่กันแน่

ว่าแล้วก็คว้าตั่งฟาดดิฉัน

ดิฉันตายจากมนุษยโลกนั้นแล้วก็มาเกิดเป็นเทพธิดา

[๓๐๒]

ดิฉันทำกุศลกรรมนั้นไว้เท่านี้

ตนเองจึงได้มาเสวยผลกรรมที่นำความสุขมาให้

ได้รับการบำเรอบันเทิงใจอยู่

ด้วยกามคุณ ๕ ร่วมกับหมู่เทพ

[๓๐๓]

ดิฉันทำกุศลกรรมนั้นไว้เท่านี้

ตนเองจึงได้มาเสวยผลกรรมที่นำความสุขมาให้

มีท้าวสักกะจอมเทพคุ้มครอง มีทวยเทพชั้นไตรทศรักษา

เพียบพร้อมอยู่ด้วยกามคุณ ๕

[๓๐๔]

ผลบุญดังกล่าวมานี้มิใช่เล็กน้อย

บุญที่ดิฉันได้ถวายอ้อยให้ผลมาก

ดิฉันจึงได้รับการบำเรอ บันเทิงใจอยู่

ด้วยกามคุณ ๕ ร่วมกับหมู่เทพ

[๓๐๕]

ผลบุญดังกล่าวมานี้มิใช่เล็กน้อย

บุญที่ดิฉันได้ถวายอ้อยมีอานุภาพมาก

ดิฉันจึงมีท้าวสักกะจอมเทพคุ้มครอง

มีทวยเทพชั้นไตรทศรักษา ดังท้าวสหัสนัยน์ในนันทวัน

[๓๐๖]

พระคุณเจ้าผู้เจริญ ดิฉันเข้าไปหาพระคุณเจ้า

ผู้อนุเคราะห์ซึ่งมีปัญญา แล้วกราบไหว้และถามถึงความไม่มีโรค

จากนั้นก็มีจิตเลื่อมใส เกิดปีติสุดประมาณ

จึงได้ถวายท่อนอ้อยแด่พระคุณเจ้า

อุจฉุทายิกาวิมานที่ ๒ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑. อุฬารวิมานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๖๓. ปาริฉัตตกวรรคหัวข้อถัดไป๓. ปัลลังกวิมาน