ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. …
  8. /
  9. จตุกกนิบาตชาดก
  10. /
  11. ๕. จุลลกุณาลวรรค
  12. /
  13. ๗. อยกูฏชาดก

๗. อยกูฏชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๖๘๖ · บรรทัด ๓๒๖๘เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภการประพฤติประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์โลก จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า สพฺพายสํ กูฏํ ดังนี้.

เรื่องปัจจุบันจักมีแจ้งในมหากัณหชาดก.

ส่วนเรื่องในอดีตมีดังต่อไปนี้ :-

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในพระครรภ์ของพระอัครมเหสีของพระเจ้าพรหมทัตนั้น. เจริญวัยแล้ว เรียนศิลปศาสตร์ได้แล้ว เมื่อพระราชบิดาสวรรคตแล้ว ได้ดำรงอยู่ในราชสมบัติ ทรงครองราชย์โดยธรรม.

ในครั้งนั้น คนทั้งหลายเป็นผู้ถือเทวดาเป็นมงคล พากันฆ่าแพะเป็นต้นมากมาย กระทำพลีกรรมแก่เทวดาทั้งหลาย. พระโพธิสัตว์ให้เที่ยวตีกลองประกาศว่า ไม่ควรฆ่าสัตว์มีชีวิต.

ยักษ์ทั้งหลาย เมื่อไม่ได้พลีกรรมจึงโกรธพระโพธิสัตว์ ได้ไปยังสมาคมยักษ์ในหิมวันตประเทศ ให้ส่งยักษ์ตนหนึ่งผู้หยาบช้าไป เพื่อต้องการฆ่าพระโพธิสัตว์. ยักษ์นั้นถือพะเนินเหล็กร้อนอันใหญ่ประมาณเท่าช่อฟ้า มาด้วยตั้งใจว่า จักประหารพระโพธิสัตว์นั้นด้วยพะเนินเหล็กนี้ให้ตาย จึงได้ยืนอยู่ที่หัวนอนพระโพธิสัตว์ ในระหว่างมัชฌิมยาม. ขณะนั้น อาสนะของท้าวสักกะแสดงอาการร้อน ท้าวเธอทรงรำพึงอยู่ ได้ทรงทราบเหตุนั้น จึงทรงถืออินทวชิราวุธเสด็จไป แล้วได้ประทับยืนเบื้องบนยักษ์.

พระโพธิสัตว์ได้เห็นยักษ์ แล้วคิดว่า ยักษ์นี้ยืนอารักขาเรา หรือว่ายืนประสงค์จะฆ่าเรา

เมื่อจะเจรจากับยักษ์นั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-

ท่านผู้ใดยืนถือพะเนินเหล็กล้วนอันใหญ่โตเหลือขนาดอยู่ในอากาศ ท่านผู้นั้นมาจัดแจงเพื่อจะคุ้มครองเราในวันนี้หรือ หรือว่าจะพยายามฆ่าเรา.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิหิโตนุสชฺช ตัดบทเป็น วิหิโตนุสิ อชฺช.

ก็พระโพธิสัตว์เห็นแต่ยักษ์เท่านั้น ไม่เห็นท้าวสักกะ. ยักษ์ไม่อาจประหารพระโพธิสัตว์ เพราะกลัวท้าวสักกะ. ยักษ์นั้นได้ฟังถ้อยคำของพระโพธิสัตว์ จึงกล่าวว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า ข้าพเจ้ามิได้ยืนคุ้มครองท่าน แต่ข้าพเจ้ามาด้วยหวังใจว่า จักเอาพะเนินเหล็กอันโชติช่วงนี้ ประหารทำท่านให้ตาย ข้าพเจ้าไม่อาจประหาร เพราะกลัวท้าวสักกะ

เมื่อจะแสดงเนื้อความนี้ จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-

ดูก่อนพระราชา ข้าพเจ้าเป็นทูตของพวกยักษ์ ถูกพวกยักษ์เหล่านั้นส่งมาที่นี้เพื่อฆ่าพระองค์ แต่พระอินทร์เทวราชคุ้มครองพระองค์อยู่ เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงผ่าพระเศียรของพระองค์ไม่ได้.

พระโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้นจึงกล่าว ๒ คาถานอกนี้ว่า :-

ก็ถ้าท้าวมัฆวานเทวราชผู้เป็นจอมเทพ พระสวามีของนางสุชาดาคุ้มครองข้าพเจ้าอยู่ มิฉะนั้น พวกปีศาจคงจะคุกคามสัตว์ทั้งหลายเป็นแน่ แต่ข้าพเจ้าไม่ได้สะดุ้งกลัวต่อพวกยักษ์เลย.

พวกกุมภัณฑ์และพวกปีศาจทั้งมวล จะคร่ำครวญกันไปก็ตามเถิด พวกปีศาจไม่อาจต่อยุทธ์กับข้าพเจ้า กิริยาที่หลอกหลอนพวกยักษ์ซึ่งทำให้น่ากลัวต่างๆ นั้นมีอยู่เป็นอันมาก แต่ข้าพเจ้าก็ไม่กลัว.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า รกฺขสิยา ปชาย ความว่า เหล่าสัตว์คือรากษส ได้แก่พวกสัตว์ที่เป็นรากษส.

บทว่า กุมฺภณฺฑา ได้แก่ พวกยักษ์ท้องพลุ้ย มีอัณฑะเท่าหม้อ.

บทว่า ปํสุปิสาจกา ได้แก่ พวกปีศาจในที่ทิ้งหยากเยื่อ.

บทว่า นาลํ ความว่า ขึ้นชื่อว่าพวกปีศาจ ไม่สามารถจะต่อยุทธกับข้าพเจ้า.

บทว่า มหตี สา วิเภสิกา ความว่า ก็ยักษ์เหล่านี้ประชุมกันแสดงกิริยาน่ากลัวต่างๆ อันใด กิริยาที่น่ากลัวต่างๆ อันนั้นถึงจะมากมาย ก็เป็นเพียงแสดงอาการน่ากลัวแก่เราเท่านั้น แต่เราหากลัวไม่.

ท้าวสักกะทรงขับยักษ์ให้หนีไป โอวาทพระมหาสัตว์แล้วตรัสว่า ดูก่อนมหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย จำเดิมแต่นี้ไป การคุ้มครองพระองค์เป็นหน้าที่ของข้าพเจ้า แล้วเสด็จสู่สถานที่ของพระองค์ทีเดียว.

พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า

ท้าวสักกะในครั้งนั้น ได้เป็น พระอนุรุทธะ

ส่วนพระเจ้าพาราณสี ได้เป็น เราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถาอยกูฏชาดกที่ ๗

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๒๗ ข้อ ๖๘๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๖. เกสวชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗๕. จุลลกุณาลวรรคหัวข้อถัดไป๘. อรัญญชาดก