ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. ติงสตินิบาตชาดก
  8. /
  9. ๓. ชัยทิศชาดก

๓. ชัยทิศชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๒๙๖ · บรรทัด ๙๓๐๙เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓. ชยัททิสชาดก (๕๑๓)

ว่าด้วยพระเจ้าปัญจาละพระนามว่าชัยทิศ

(ยักษ์จับพระหัตถ์ของพระราชาแล้วกราบทูลว่า)

[๖๔]

นานจริงหนอ วันนี้ภักษาเป็นอันมากได้เกิดขึ้นแก่เรา

ในเวลาอาหารในวัน ๗ ค่ำ ท่านเป็นใคร มาจากไหน

ขอเชิญท่านบอกเนื้อความนั้นและชาติสกุลตามที่ท่านทราบเถิด

(พระราชาทรงเห็นยักษ์แล้ว ตกพระทัย ต่อมาทรงรวบรวมสติได้แล้วจึงตรัสว่า)

[๖๕]

ข้าพเจ้าคือพระเจ้าปัญจาละนามว่าชัยทิศ เข้ามาล่าสัตว์

บางทีท่านจะได้ยินมาแล้วบ้าง เราเที่ยวไปตามเชิงเขาแนวป่า

วันนี้ท่านจงกินเนื้อฟานนี้ ปล่อยข้าพเจ้าไปเถิด

(ยักษ์กราบทูลว่า)

[๖๖]

พระองค์เมื่อถูกข้าพระองค์เบียดเบียน

กลับทรงแลกพระองค์กับของที่ข้าพระองค์มีอยู่

เนื้อฟานที่พระองค์กล่าวถึงเป็นภักษาของข้าพระองค์

ข้าพระองค์เคี้ยวกินพระองค์แล้วอยากกินเนื้อฟาน

ก็จักเคี้ยวกินในภายหลัง เวลานี้ไม่ใช่เวลาพร่ำเพ้อรำพัน

(พระราชาทรงหวนระลึกถึงนันทพราหมณ์ จึงตรัสว่า)

[๖๗]

ถ้าว่า ข้าพเจ้ารอดพ้นไปไม่ได้ด้วยการแลกเปลี่ยน

เพื่อไปแล้วจะกลับมาในวันพรุ่งนี้

กติกาในการที่จะให้ทรัพย์แก่พราหมณ์นั้นข้าพเจ้าทำไว้แล้ว

ข้าพเจ้าผู้รักษาความสัตย์จักกลับมาอีก

(ยักษ์กราบทูลว่า)

[๖๘]

พระมหาราช กรรมอะไรเล่า

ที่ทำให้พระองค์ผู้ใกล้ถึงการสวรรคตต้องทรงเดือดร้อน

ขอพระองค์ตรัสบอกกรรมนั้นแก่ข้าพระองค์

บางทีข้าพระองค์อาจจะอนุญาตให้พระองค์ไป

เพื่อจะกลับมาในวันพรุ่งนี้ได้บ้าง

(พระราชาตรัสว่า)

[๖๙]

ข้าพเจ้าได้ให้ความหวังเกี่ยวกับทรัพย์ไว้แก่พราหมณ์

กติกานั้นข้าพเจ้าได้รับรองไว้แล้ว

ยังมิได้ปลดเปลื้องกติกาในการที่จะให้ทรัพย์แก่พราหมณ์นั้น

ข้าพเจ้าผู้รักษาความสัตย์จักกลับมาอีก

(ยักษ์กราบทูลว่า)

[๗๐]

ความหวังเกี่ยวกับทรัพย์อันใดพระองค์ได้สร้างไว้ให้แก่พราหมณ์

กติกานั้นพระองค์ทรงรับรองไว้แล้ว

ยังมิได้ปลดเปลื้องกติกาในการที่จะให้ทรัพย์แก่พราหมณ์เลย

ขอพระองค์จงทรงรักษาความสัตย์เสด็จกลับมาอีก

(พระศาสดาเมื่อทรงแสดงความนั้น จึงได้ตรัสว่า)

[๗๑]

ก็พระเจ้าชัยทิศนั้นรอดพ้นจากเงื้อมมือของยักษ์โปริสาทแล้ว

ทรงรีบเสด็จไปยังพระราชมณเฑียรของพระองค์

ทรงหวังจะปลดเปลื้องกติกาในการที่จะให้ทรัพย์แก่พราหมณ์

รับสั่งเรียกหาอลีนสัตตุราชบุตรเข้ามาเฝ้า ตรัสว่า

[๗๒]

ลูกจงอภิเษกราชสมบัติในวันนี้

จงประพฤติธรรมในบริวารของตนและแม้ในบุคคลเหล่าอื่น

อนึ่ง การประพฤติอธรรมขออย่าได้มีในแคว้นของลูก

ส่วนพ่อจะไปสำนักของยักษ์โปริสาท

(พระราชกุมารกราบทูลว่า)

[๗๓]

ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาท หม่อมฉันทำกรรมอะไร

จึงทำให้พระราชบิดาไม่พอพระทัย

และวันนี้พระราชบิดาจะให้หม่อมฉันดำรงราชสมบัติ

เพราะการงานที่ทำให้พระราชบิดาไม่พอพระทัยอันใด

หม่อมฉันปรารถนาจะสดับข้อนั้นๆ

แม้ราชสมบัติเว้นพระราชบิดาหม่อมฉันก็ไม่พึงปรารถนา

(พระราชาตรัสว่า)

[๗๔]

ลูกรัก พ่อมิได้ระลึกถึงความผิดของลูก

เพราะการกระทำหรือเพราะคำพูดของลูกนี้เลย

เพราะให้สัจจะไว้กับยักษ์โปริสาท

พ่อต้องรักษาความสัตย์ จักต้องกลับไปอีก

(พระราชกุมารกราบทูลว่า)

[๗๕]

หม่อมฉันจักไปแทน ขอพระองค์ประทับอยู่ที่นี้

การที่จะรอดชีวิตพ้นมาจากสำนักยักษ์โปริสาทย่อมไม่มี

ขอเดชะ ถ้าพระราชบิดาจะเสด็จไปจริงๆ

หม่อมฉันก็จะตามเสด็จด้วย แม้เราทั้ง ๒ จะไม่รอดชีวิต

(พระราชาตรัสว่า)

[๗๖]

ลูกรัก นั่นเป็นธรรมของสัตบุรุษอย่างแท้จริง

แต่เมื่อใดยักษ์โปริสาทเท้าด่าง

ข่มขี่ทำลายลูกแล้วย่างกินที่โคนต้นไม้

ข้อนั้นพึงเป็นทุกข์ยิ่งกว่าการตายของพ่อเสียอีก

(พระราชกุมารกราบทูลว่า)

[๗๗]

หม่อมฉันจักเอาชีวิตแลกเปลี่ยนชีวิตของเสด็จพ่อ

เสด็จพ่ออย่าได้เสด็จไปสำนักยักษ์โปริสาทเลย

ก็หม่อมฉันจักแลกเปลี่ยนเอาชีวิตของเสด็จพ่อนั้นไว้

เพราะเหตุนั้น จึงขอยอมตายเพื่อชีวิตของเสด็จพ่อ

(พระศาสดาเมื่อจะประกาศความนั้น จึงตรัสว่า)

[๗๘]

ลำดับนั้นแล พระราชบุตรผู้ทรงมีพระปรีชา

ถวายบังคมพระยุคลบาทพระมารดาพระบิดาแล้วเสด็จไป

พระมารดาของท้าวเธอทรงระทมทุกข์ ล้มลงที่พื้นปฐพี

ส่วนพระบิดานั้นเล่าทรงประคองพระพาหาทั้ง ๒

แล้วทรงกันแสง

(และเมื่อจะประกาศสัจจะ จึงได้ตรัสต่อไปอีกว่า)

[๗๙]

พระบิดาทรงทราบชัดว่าพระโอรสกำลังมุ่งหน้าเสด็จไป

จึงบ่ายพระพักตร์ต่อเบื้องพระปฤษฎางค์ ประคองอัญชลี

นมัสการว่า ลูกรัก ขอลูกจงมีเทพเหล่านี้ คือ ท้าวโสมะ

ท้าววรุณ ท้าวปชาบดี พระจันทร์ และสุริยเทพคุ้มครอง

ขอลูกจงได้รับอนุญาตกลับมาจากสำนักยักษ์โปริสาทด้วยความสวัสดี

(พระชนนีทรงทำสัจจกิริยาว่า)

[๘๐]

ลูกรัก มารดาของพ่อรามได้รับการคุ้มครองอย่างดี

ได้กระทำความสวัสดีอันใดให้แก่พ่อรามผู้ไปยังแคว้นของพระเจ้า

ทัณฑกี แม่ขอกระทำความสวัสดีอันนั้นให้แก่ลูก

ด้วยความสัตย์นี้ ขอทวยเทพเจ้าโปรดระลึกถึงลูก

ขอลูกจงได้รับอนุญาตกลับมาด้วยความสวัสดีเถิด

(พระภคินีทรงทำสัจจกิริยาว่า)

[๘๑]

น้องนึกไม่ออกเลย

ถึงการคิดประทุษร้ายเจ้าพี่อลีนสัตตุในที่แจ้งหรือที่ลับ

ด้วยความสัตย์นี้ ขอทวยเทพโปรดระลึกถึงเจ้าพี่

ขอเจ้าพี่ทรงได้รับอนุญาตกลับมาด้วยความสวัสดีเถิด

(พระชายาทรงทำกิริยาว่า)

[๘๒]

ขอเดชะพระสวามี ก็เพราะพระองค์มิได้ประพฤตินอกใจ

หม่อมฉันเลย ฉะนั้น พระองค์มิได้เป็นที่รักจากใจหม่อมฉันก็หาไม่

ด้วยความสัตย์นี้ ขอทวยเทพโปรดระลึกถึงพระองค์

ขอพระองค์ทรงได้รับอนุญาตกลับมาด้วยความสวัสดีเถิด

(ลำดับนั้น ยักษ์กล่าวว่า)

[๘๓]

เจ้ามีร่างกายสูงใหญ่ ใบหน้างาม มาจากไหน

เจ้าไม่รู้หรือว่าเราอยู่ในป่า

ใครๆ เขาก็รู้จักเราผู้ชั่วร้ายว่า เป็นยักษ์กินคน

มีใครเล่าเมื่อรู้ถึงความปลอดภัยพึงมาที่นี้

(พระราชกุมารตรัสว่า)

[๘๔]

นายพราน เรารู้ว่าท่านกินคน

เราจะไม่รู้ว่าท่านอยู่ในป่าก็หาไม่

เราเป็นพระโอรสของพระเจ้าชัยทิศ

เพราะต้องการจะปลดเปลื้องพระบิดา

วันนี้ท่านจงปล่อยพระบิดา จงกินเราเถิด

(ยักษ์กราบทูลว่า)

[๘๕]

เรารู้ว่าท่านเป็นพระโอรสของพระเจ้าชัยทิศ

เพราะใบหน้าและผิวพรรณของท่านทั้ง ๒ คล้ายคลึงกัน

การที่บุคคลยอมตายเพื่อปลดเปลื้องบิดาของตน

นี้เป็นกรรมที่กระทำได้ยาก แต่ท่านได้กระทำแล้ว

(พระราชกุมารตรัสว่า)

[๘๖]

ในเรื่องนี้เรามิได้สำคัญว่าทำได้ยากอะไรนัก

บุคคลใดยอมตายเพื่อปลดเปลื้องบิดาของตน

หรือเพราะเหตุแห่งมารดา บุคคลนั้นไปสู่ปรโลกแล้ว

เป็นผู้เพียบพร้อมด้วยความสุขและอารมณ์อันเลิศ

(พระราชกุมารถูกยักษ์ถามถึงความไม่กลัวตาย จึงตรัสว่า)

[๘๗]

ก็เราระลึกไม่ได้สักนิดเดียว

ถึงการกระทำความชั่วของตนทั้งในที่แจ้งหรือที่ลับ

เราเป็นผู้มีการเกิดและการตายตามกำหนด

การพ้นจากความตายย่อมไม่มีในโลกนี้ฉันใด

ในโลกหน้าก็ฉันนั้น

[๘๘]

ท่านผู้มีอานุภาพมาก วันนี้ท่านจงกินเราบัดนี้เถิด

จงทำกิจที่ควรทำกับสรีระนี้ หรือว่าเพื่อท่านเราจะตกจากยอดไม้

ท่านพอใจจงกินเนื้อของเราส่วนที่ท่านพอใจเถิด

(ยักษ์ฟังพระดำรัสแล้วตกใจกลัว จึงกราบทูลว่า)

[๘๙]

ท่านราชบุตร ถ้าท่านพอใจอย่างนี้

ท่านจะสละชีวิตเพื่อปลดเปลื้องพระบิดา

ฉะนั้น ท่านจงรีบหักฟืน ก่อไฟให้โพลงขึ้นในที่นี้

(พระศาสดาเมื่อทรงประกาศเหตุนั้น จึงตรัสว่า)

[๙๐]

ลำดับนั้นแล พระราชบุตรผู้ทรงปรีชาได้รวบรวมฟืน

ก่อไฟกองใหญ่ขึ้นแล้ว จึงตรัสบอกให้ยักษ์ทราบว่า

บัดนี้ไฟกองใหญ่เราได้ก่อแล้ว

(พระราชกุมารทรงเห็นกิริยาของยักษ์นั้น จึงตรัสว่า)

[๙๑]

บัดนี้ท่านจงข่มขี่กินเราในวันนี้เถิด

ทำไมท่านจึงขนพองเพ่งดูเราบ่อยๆ

เรากระทำตามคำของท่าน ตามที่ท่านพอใจจะกินเรา

(ยักษ์กราบทูลว่า)

[๙๒]

ใครเล่าควรที่จะกินคนผู้ดำรงอยู่ในธรรม

มีปกติกล่าวคำสัตย์ รู้ถ้อยคำของผู้ขอเช่นท่าน

บุคคลใดพึงกินคนผู้มีปกติกล่าวคำสัตย์เช่นนั้น

แม้ศีรษะของบุคคลนั้นก็พึงแตกออก ๗ เสี่ยง

(พระราชกุมารตรัสว่า)

[๙๓]

เพราะสสบัณฑิตนั้นสำคัญท้าวสักกเทวราชนี้ว่าเป็นพราหมณ์

จึงได้ให้สิงอยู่ในสรีระของตน ยักษ์ เพราะเหตุนั้นแล

จันทิมเทพบุตรนั้นจึงมีรูปกระต่ายปรากฏอยู่

ซึ่งให้ความพอใจแก่ชาวโลกตราบจนทุกวันนี้

(ยักษ์เมื่อจะปล่อยพระราชกุมาร จึงกราบทูลว่า)

[๙๔]

ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์พ้นจากปากราหูแล้วย่อมไพโรจน์

ในดิถีเพ็ญ ๑๕ ค่ำฉันใด

ท่านผู้มีอานุภาพมาก แม้ท่านก็ฉันนั้น พ้นแล้วจากยักษ์โปริสาท

ยังพระบิดาและพระมารดาให้ปลื้มพระทัย

จงไพโรจน์ในกบิลรัฐเถิด

อนึ่ง ขอพระประยูรญาติของพระองค์ทุกฝ่ายจงร่าเริงยินดีทั่วหน้า

(พระศาสดาทรงประกาศความนั้นว่า)

[๙๕]

ลำดับนั้น พระราชบุตรทรงพระนามอลีนสัตตุผู้ทรงพระปรีชา

ทรงประคองอัญชลี ถวายบังคมโปริสาทดาบส

ทรงได้รับอนุญาตเสด็จกลับกบิลรัฐอย่างสุขสวัสดีและปลอดภัย

(พระศาสดาเมื่อจะทรงแสดงกิริยาที่ชาวมคธถวายการต้อนรับพระราชกุมาร จึงตรัสว่า)

[๙๖]

ชาวนิคม ชาวชนบท พลช้าง พลรถ

และพลเดินเท้าล้วนประคองอัญชลี เข้าเฝ้าถวายบังคม

กราบทูลท้าวเธอว่า ขอถวายบังคมแด่พระองค์

พระองค์ทรงเป็นผู้กระทำกิจที่ทำได้ยาก

ชยัททิสชาดกที่ ๓ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๒. กุมภชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗ติงสตินิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๔. ฉัททันตชาดก